บ่ายวันนี้ (31 ส.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการพิจารณาข้อเสนอโครงการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทั้งโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และโครงการที่มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระยะยาว เฉพาะโครงการเร่งด่วนนั้น เบื้องต้นมีจำนวน ทั้งหมด 96 โครงการ งบประมาณรวมกว่า 13,016 ล้านบาท
สำหรับโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน มีความพร้อมสามารถดำเนินการได้ทันที มีจำนวน 41 โครงการ วงเงินรวม 1,525 ล้านบาท ส่วนโครงการในลักษณะข้อเสนอเชิงนโยบายของพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน แยกเป็นรายจังหวัด มีจำนวน 55 โครงการ วงเงินกว่า 11,491 ล้านบาท
1.จังหวัดสงขลา ยื่นข้อเสนอโครงการเร่งด่วนรวม 5 โครงการ วงเงิน 50 ล้านบาท โดยเน้นการยกระดับมรดกภูมิปัญญาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาสู่มรดกโลก ควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่เชื่อมโยงสองทะเลระหว่างอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา, โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ และโครงการป้องกันตลิ่งริมคลองบางดานในอำเภอเมือง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
ส่วนของข้อเสนอเชิงนโยบายระยะยาวที่จังหวัดสงขลา ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน มีทั้งสิ้น 28 โครงการ ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาศาสนสถานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงคลองเรียน เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นจาก 530,000 เป็น 630,000 ลูกบาศก์เมตร
รัฐไฟเขียว 96 โครงการ ทุ่มงบพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ 1.3 หมื่นล้านบาท
รวมถึงการยกระดับสงขลาสู่จุดหมายปลายทางด้านอาหารนานาชาติภายใต้ชื่อ “SONGKHLA WORLD TABLE”
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อาทิ สนามกีฬาในร่มความจุ 5,000 ที่นั่ง และศูนย์ปฏิบัติการจราจรและบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของตำรวจภูธรจังหวัด
2.จังหวัดสตูล เป็นพื้นที่ที่เสนอโครงการเร่งด่วนมากที่สุดในกลุ่ม 5 จังหวัด รวม 17 โครงการ วงเงินรวม 426.08 ล้านบาท โดยโครงการที่ใช้งบประมาณสูงสุดคือ การก่อสร้างหอประชุมนานาชาติจังหวัดสตูล วงเงิน 131 ล้านบาท
รองลงมาคือการปรับปรุงสภาพสนามกีฬารัชกิจประการ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา วงเงิน 48.08 ล้านบาท และการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือบ้านท่าทะเล ต.เกาะสาหร่าย วงเงิน 25.42 ล้านบาท
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายของจังหวัดสตูล มีทั้งสิ้น 11 โครงการ เช่น โครงการก่อสร้างสะพานสตูล-เปอร์ลิส เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซีย โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะหลีเป๊ะสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง และโครงการขับเคลื่อนจังหวัดสตูลสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจฮาลาลและการท่องเที่ยวฮาลาลฝั่งอันดามัน
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเปิดเส้นทางเดินเรือ Ro-Ro Ferry เชื่อมสตูล-กัวลาเปอร์ลิสและสตูล-ลังกาวี รวมถึงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยสตูลเพื่อยกระดับการศึกษาในพื้นที่.
3.จังหวัดปัตตานีเสนอโครงการเร่งด่วน 3 โครงการ วงเงินรวม 379.14 ล้านบาท โดยโครงการที่ใช้งบประมาณสูงสุดคือการพัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่จังหวัด วงเงิน 279.38 ล้านบาท รองลงมาคือการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ปัตตานี วงเงิน 99.36 ล้านบาท ส่วนโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำปัตตานีใช้งบประมาณ 4 แสนบาท
ขณะที่ข้อเสนอเชิงนโยบายของจังหวัดปัตตานีมี 4 โครงการ ที่มีมูลค่าสูงสุดคือโครงการพัฒนาโครงข่ายถนนประตูสู่จังหวัดชายแดนใต้ วงเงินสูงถึง 5,290 ล้านบาท ตามด้วยโครงการสถานีสูบน้ำดิบพร้อมระบบท่อส่งน้ำและโรงผลิตประปา 5 แห่ง เพื่อรองรับเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน วงเงิน 993 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ วงเงิน 900 ล้านบาท
4.จังหวัดยะลา เสนอโครงการเร่งด่วน 10 โครงการ วงเงินรวม 338.14 ล้านบาท ครอบคลุมการปรับปรุงสนามกีฬาจารูพัฒนา เทศบาลนครยะลา การขุดลอกบึงแบเมาะ และการปรับปรุงถนนคอนกรีตสายสิโรรส ซึ่งแต่ละโครงการใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท เท่ากัน นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองบือเร๊ะ ใน อ.บันนังสตา วงเงิน 45 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะที่กระทบชุมชนโดยรอบ
รัฐไฟเขียว 96 โครงการ ทุ่มงบพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ 1.3 หมื่นล้านบาท
ส่วนข้อเสนอเชิงนโยบายของจังหวัดยะลา มี 4 โครงการ โดยโครงการที่ใช้วงเงินสูงสุดคือการพัฒนาท่าอากาศยานเบตงเพื่อขยายทางวิ่งจาก 1,800 เมตร เป็น 2,500 เมตร วงเงิน 2,140 ล้านบาท ตามด้วยการพัฒนาศักยภาพด่านพรมแดนเบตง วงเงิน 800 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างหอชมเมืองยะลา “Yala City Tower” วงเงิน 788 ล้านบาท
5.จังหวัดนราธิวาส เสนอโครงการเร่งด่วน 6 โครงการ วงเงินรวม 404.79 ล้านบาท โดยโครงการที่ใช้งบประมาณสูงสุดคือการก่อสร้างเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการค้าชายแดน วงเงิน 251 ล้านบาท
รองลงมาคือโครงการก่อสร้างสวนสาธารณะแห่งใหม่บริเวณเรือนจำเก่า ตำบลบางนาค วงเงิน 50 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างแก้มลิงรองรับการระบายน้ำเมืองนราธิวาส วงเงิน 30 ล้านบาท
ส่วนข้อเสนอเชิงนโยบายของจังหวัดนราธิวาสมี 8 โครงการ ที่สำคัญคือการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 4056 ตอนเขากง-สุไหงโก-ลก เป็น 4 ช่องจราจร โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก ที่ อ.ตากใบ และโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำบางนรา พร้อมถนนต่อเชื่อมระหว่างหาดนราทัศน์กับหาดอ่าวมะนาว นอกจากนี้ยังมีโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองยะกัง และโครงการบรรเทาอุทกภัยแม่น้ำสายบุรีตอนล่างในพื้นที่คลองกอตอ-คลองไม้แก่น-คลองสายบุรี
สำหรับข้อเสนอทั้งหมดนี้จะมีการกลั่นกรองจากที่ประชุมวันนี้ ที่มีนายกฯ เป็นประธานพิจารณาอีกครั้ง โดยเน้นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเป็นลำดับแรก เช่น โครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยพื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งจะเสนอใช้งบกลางปี 69 วงเงินประมาณ 900 ล้านบาทก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่มีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเป็นลำดับต้น ๆ
อ่านข่าว :
"จะตายทั้งที" ขอแบบนี้ได้ไหม "พินัยกรรมชีวิต" สุดท้ายปลายทาง
มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"