อนาคต "ด่วน 99" กับการซื้อสิทธิ์นักมวย / คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"

Published on 12 ต.ค. 2026
  1. หน้าหลัก 
  2. กีฬา 
  3. คอลัมน์ กีฬา 

อนาคต "ด่วน 99" กับการซื้อสิทธิ์นักมวย / คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"

เผยแพร่: 13 ต.ค. 2569 06:02   ปรับปรุง: 13 ต.ค. 2569 06:02   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"

วงการมวยไทยมีเรื่องราวดราม่าให้หยิบมาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง กับประเด็นร้อนระอุเกี่ยวกับสถานะของ "ด่วน 99" หรือ ด่วน 99 พีเค.ขุนศึกมวยไทยยิม (อ.เพชรขุนศึก) หลังมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าทางค่ายมวยชื่อดังอย่าง พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม โดย "เสี่ยแขก" สมชาย เทศรุ่งเรือง เตรียมที่จะเข้ามาซื้อสิทธิ์นักมวยรายนี้เพื่อดึงตัวเข้าสังกัด จนทำให้เกิดคำถามตามมามากมายในกลุ่มผู้ติดตามมวยไทยว่าตกลงแล้วทิศทางของนักมวยดาวรุ่งคนนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และเกี่ยวพันกับค่ายใหญ่อย่าง "เพชรยินดี" อย่างไร เพราะตัวของ "เสี่ยโบ๊ท" ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ มีการเข้าไปตอบคอมเมนต์แบบดุเดือด

กระแสความดราม่าเริ่มปะทุขึ้นเมื่อมีรายงานข่าววงในระบุถึงความเป็นไปได้ในการโยกย้ายสังกัดของ ด่วน 99 โดย "เสี่ยแขก" สนใจที่จะซื้อสิทธิ์นักมวยรายนี้เข้ามาอยู่ในสังกัด และอยากจะผลักดันให้ขึ้นชกในรายการ ONE ลุมพินี ทำให้แฟนมวยเกิดความสับสนถึงสัญญาการถือครองสิทธิ์ และการขึ้นชกในรายการต่างๆ เพราะปัจจุบันตัวของ ด่วน 99 ก็ซ้อมอยู่ที่ค่ายมวยพีเค. แต่เจ้าตัวเซ็นสัญญาขึ้นชกในศึก RWS แถมฟอร์มกำลังร้อนแรงอีกด้วย

ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ถาโถม "เสี่ยโบ๊ท" ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ค่ายมวยเพชรยินดี ได้ออกมาเปิดใจและชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตราบใดที่สิทธิ์การดูแลยังคงอยู่กับทาง "พี่ขุนศึก" (อ.เพชรขุนศึก) สิทธิ์ของ ด่วน 99 ก็ยังคงผูกพัน และอยู่ภายใต้สังกัดของเพชรยินดี

โดยระบุว่านักมวยในสังกัดทั้ง ด่วน 99 รวมถึงนักมวยคนอื่นๆ เช่น จิ๊กซอว์ หรือ เพชรเดช จะไม่ได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนใดๆ ในการขึ้นชกรายการต่างๆ โดยเฉพาะในสาย RWS เพราะในส่วนของตนก็ดูแลนักมวยเหล่านี้เป็นอย่างดีมาตลอด

ตัวของ "เสี่ยโบ๊ท" ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาทางค่ายทำหน้าที่ส่งเสริม และสนับสนุนนักมวยอย่างเต็มที่ ไม่เคยคิดเอาเปรียบ มีแต่ต้องการผลักดันให้เด็กมีอนาคตที่ดี สร้างรายได้ที่มั่นคง พร้อมทั้งฝากมุมมองถึงความอยู่รอดของวงการมวยที่ควรขับเคลื่อนไปด้วยความเข้าใจอันดีระหว่างค่าย และผู้สนับสนุน

สำหรับการ "ซื้อสิทธิ์นักมวย" ในวงการมวยไทย คำว่า "ซื้อสิทธิ์" หรือการย้ายสังกัดนักมวย ไม่ใช่การซื้อขาย "ตัวมนุษย์" เหมือนสินค้าทางกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติเชิงบริหารจัดการ มันคือการ "โอนย้ายสัญญาการเป็นผู้จัดการ และสิทธิ์ในการปั้นนักมวย" ระหว่างหัวหน้าค่ายเดิมกับค่ายใหม่ โดยต้องมีการดำเนินการ ดังนี้

- ค่าชดเชยการปั้น (ค่าสิทธิ์)

ค่ายมวยเดิมหรือผู้สนับสนุนที่ลงทุนลงแรงฟูมฟักนักมวยมาตั้งแต่โนเนม จนกระทั่งมีชื่อเสียงและสร้างรายได้ ย่อมมีต้นทุนทั้งเรื่องค่ากินอยู่ ค่าซ้อม ค่ายา และการผลักดันขึ้นชก เมื่อค่ายใหญ่ต้องการดึงตัวไป จึงมักจะมีการเจรจาจ่าย "ค่าสิทธิ์" หรือเงินชดเชยให้กับค่ายเดิมเพื่อความยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย

- ความยินยอมของนักมวย

ตามหลักการแล้ว นักมวยต้องมีความสมัครใจที่จะย้ายสังกัดด้วยเช่นกัน เพราะสุดท้ายแล้วคืออนาคตบนผืนผ้าใบของตัวนักกีฬาเอง

- สัญญาผูกพัน

การย้ายค่ายจะต้องมีการทำสัญญาฉบับใหม่ภายใต้กฎระเบียบของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย และสิทธิ์ในการขึ้นชกรายการต่างๆ อย่างชัดเจน

สำหรับค่ายมวยขนาดใหญ่ที่มีความพร้อม ทั้งเรื่องคอนเนกชันโปรโมเตอร์เรตติ้งสูง เวทีระดับโลกอย่าง ONE Championship หรือ RWS การได้นักมวยฟอร์มสดเข้ามาเสริมทัพถือเป็นการต่อยอดธุรกิจที่คุ้มค่า ขณะเดียวกัน สำหรับค่ายเล็กหรือหัวหน้าค่ายบางคนที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องทุนทรัพย์ การปล่อยนักมวยออกไปในราคาค่าสิทธิ์ที่เหมาะสม อาจเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ช่วยต่อลมหายใจให้ค่ายมวยสามารถนำไปปั้นเด็กใหม่ขึ้นมาทดแทนได้

ในอีกด้านหนึ่ง วงการมวยไทยมีความผูกพันแบบ "ครู-ศิษย์" และ "พี่น้องร่วมค่าย" ที่ลึกซึ้งกว่ากีฬาประเภทอื่น บ่อยครั้งที่การซื้อสิทธิ์หรือข่าวลือเรื่องการทุ่มเงินซื้อตัวนักมวย กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดความบาดหมางระหว่างค่าย เกิดกระแสวิจารณ์ว่าเป็นการ "ดูดเด็ก" หรือใช้ทุนหนาครอบงำวงการ ซึ่งทำลายบรรยากาศความสัมพันธ์อันดีระหว่างค่ายมวยพันธมิตร

การซื้อสิทธิ์นักมวยสะท้อนให้เห็นว่า "มวยไทย" ทุกวันนี้ก้าวข้ามคำว่าศิลปะการต่อสู้พื้นบ้านไปสู่อุตสาหกรรมกีฬาเต็มรูปแบบ ที่มีเรื่องของเม็ดเงิน และธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่ความแฟร์ ความยินยอมพร้อมใจ และการรักษาจรรยาบรรณระหว่างคนในวงการ เพื่อให้ทั้งค่ายมวยและตัวนักกีฬาสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยปราศจากความขัดแย้งที่จะมีขึ้นในอนาคต