เปิดอาณาจักรค้าปลีก ‘AEON’ ญี่ปุ่น จาก JUSCO สู่เครือข่าย 1.5 หมื่นสาขา

Published on 14 ส.ค. 2026

ข่าวการเข้าซื้อ ‘อิออน (ไทยแลนด์)’ ของเซ็นทรัลรีเทล เมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั้งแวดวงธุรกิจและกลุ่มผู้บริโภคที่ได้มีโอกาสใช้บริการซูเปอร์มาร์เก็ต MaxValu (แม็กซ์แวลู) ทั้งในแง่ของความเสียดายต่อแบรนด์ จนถึงมุมมองต่อตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตในไทยที่ยังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค

แม้อิออน (AEON) จะต้องพ่ายแพ้ศึกค้าปลีกในไทยไป แต่สิ่งที่น่าสนใจต่อไป คือ ภาพของธุรกิจค้าปลีกในถิ่นกำเนิดของอิออน มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และมีความหลากหลายของธุรกิจเป็นอย่างมาก ครอบคลุมตั้งแต่ด้านค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านเฉพาะทาง จนถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เราพอคุ้นเคยชื่อ นั่นคือ ธุรกิจด้านการเงิน

อ่านเพิ่มเติม : ย้อนเส้นทาง ‘MaxValu’ ก่อน CRC ปิดดีล 30 สาขา รุกเกมฟู้ดรีเทล

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนสำรวจธุรกิจค้าปลีกของอิออน ประเทศญี่ปุ่น ว่ามีอะไรบ้าง ?

จุดกำเนิดด้านธุรกิจค้าปลีกของกลุ่ม AEON ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1758 เมื่อ Sozaemon Okada ได้เปิดร้านจำหน่ายผ้ากิโมโนและเครื่องประดับขนาดเล็กขึ้นในชื่อ “Shinoharaya” (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Okadaya ในปี ค.ศ. 1887) ณ เมืองยกกะอิจิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาได้รับการปรับโครงสร้างเป็นบริษัทร่วมหุ้นในปี ค.ศ. 1926

เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1969 เป็นจุดเปลี่ยนธุรกิจค้าปลีกสู่ยุคสมัยใหม่ เมื่อ Okadaya จับมือกับอีก 2 ธุรกิจ คือ ร้านเสื้อผ้า Futagi (ก่อตั้ง ค.ศ. 1937) และร้าน Shiro (ก่อตั้ง ค.ศ. 1955) เพื่อร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมในนาม Jusco Co., Ltd. (Japan United Stores Company) จากนั้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 1970 ก็ได้ทำการควบรวมกิจการทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ และเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1974

เวลาผ่านไป เมื่อ JUSCO เริ่มขยายเครือข่ายร้านค้าปลีกออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเปิดสาขาแรกในประเทศมาเลเซียเมื่อปี ค.ศ. 1985 พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดค้าปลีกด้วยการเปิดตัว “Topvalu” ซึ่งเป็น Private Brand ของตัวเองในเดือนกันยายน ค.ศ. 1994

เดือนกันยายน ค.ศ. 1989 มีการเปลี่ยนชื่อกลุ่มบริษัท จาก เปลี่ยนชื่อจาก JUSCO Group ไปเป็น “AEON Group” เพื่อรองรับโครงสร้างบริษัทที่มีความหลากหลาย ก่อนจะเปลี่ยนชื่อบริษัท JUSCO Co., Ltd. อย่างเป็นทางการไปเป็น AEON CO., LTD. และใช้ชื่อกลุ่มแบรนด์ค้าปลีกว่า “AEON” ในปี ค.ศ. 2001 เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นกลุ่มค้าปลีกชั้นนำระดับสากล

เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2008 กลุ่มอิออน ลุยปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยมี AEON CO., LTD. ดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัทโฮลดิ้ง (Pure Holding Company) และโอนย้ายงานการบริหารธุรกิจค้าปลีกทั้งหมดไปอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทเฉพาะทางอย่าง AEON Retail Co., Ltd. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด

การดำเนินกลยุทธ์นี้ช่วยให้อิออนขยายฐานธุรกิจค้าปลีกและกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตได้อย่างทรงพลัง ผ่านการควบรวมกิจการยักษ์ใหญ่เข้ามาไว้ในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เช่น การเข้าซื้อกิจการซูเปอร์มาร์เก็ต Daiei ในปี ค.ศ. 2013, เครือร้านขายยาและสุขภาพ Welcia ในปี ค.ศ. 2015, เครือซูเปอร์มาร์เก็ต Fuji ในปี ค.ศ. 2022, ตลอดจนซูเปอร์มาร์เก็ต Inageya ในปี ค.ศ. 2023 และเครือข่าย Tsuruha Holdings ในปี ค.ศ. 2026

ธุรกิจค้าปลีกของ AEON มีอะไรบ้าง ?

ณ สิ้นปีงบประมาณในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โครงสร้างของกลุ่มบริษัทอิออนอยู่ภายใต้การดูแลของ AEON Co., Ltd. ซึ่งเป็น Pure Holding Company และมีเครือข่ายบริษัทย่อยในงบการเงินรวม 312 บริษัท และบริษัทร่วมตามวิธีส่วนได้เสียอีก 21 บริษัท

หากดูเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับภาคค้าปลีก จะแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ

ธุรกิจค้าปลีก

  1. GMS (ห้างสรรพสินค้าครบวงจร – General Merchandise Store) : ห้างขนาดใหญ่ที่เป็นศูนย์รวมความต้องการของครอบครัว ทั้งเสื้อผ้า อาหาร และของใช้ในบ้านแบบ One-Stop Shopping
    นำโดยแบรนด์ ‘AEON’ และร้านจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ‘Can Do’
  2. Supermarket & CVS (ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ) : ร้านค้าอาหารสดและของจำเป็นประจำวันใกล้ตัวชุมชนนำโดยแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Fuji, Maxvalu, กลุ่มบริษัทร่วมทุน U.S.M.H (ดูแลแบรนด์ Maruetsu, Kasumi และ Inageya) รวมถึงร้านสะดวกซื้อ Ministop และมินิซูเปอร์มาร์เก็ต My Basket
  3. Discount Store (ร้านค้าปลีกราคาพิเศษ) : ร้านค้าที่เน้นการหมุนเวียนสินค้าไวและทำราคาต่ำเป็นพิเศษอย่างยั่งยืนในเชิงระบบ เพื่อเป็นที่พึ่งและช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่กลุ่มผู้บริโภคที่มีความอ่อนไหวต่อราคาสูง นำโดยแบรนด์ AEON Big และ Big-A
  4. Health & Wellness (เครือข่ายร้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ) : ธุรกิจร้านยาและแผนกจ่ายยาเพื่อดูแลสุขภาพคนในชุมชน ซึ่งอิออนขึ้นแท่นเป็นเครือข่ายร้านยาที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ผ่านแบรนด์ Welcia และ Tsuruha Holdings โดยใช้จุดเด่นด้านสินค้าอาหารของอิออนมาผสานเพื่อพัฒนาเป็นร้านค้าโมเดล “Drug & Food” ที่ดึงดูดทราฟฟิกลูกค้าได้ดีกว่า
  5. Specialty Store (ร้านค้าไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง) : กลุ่มร้านค้าปลีกที่เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อตอบสนองรสนิยมเฉพาะกลุ่ม เช่น GFOOT (ร้านรองเท้า), COX (แฟชั่น), Mega Sports (อุปกรณ์กีฬา) และ Miraiya Shoten (ร้านหนังสือ)

ธุรกิจสนับสนุนการค้าปลีก

  1. Developer & Shopping Center (ผู้พัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่ค้าปลีก) : ดำเนินงานโดย AEON Mall และ AEON Town ทำหน้าที่พัฒนาโครงการทำเลและการค้าเชิงพาณิชย์ เพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับสาขาห้าง GMS ร้านค้าเฉพาะทาง และร้านค้าเช่าภายนอก เพื่อสร้างทราฟฟิกลูกค้าหมุนเวียน
  2. Private Brand (การพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์ตนเอง) : ควบคุมโดย AEON TOPVALU ทำหน้าที่พัฒนาแบรนด์สินค้า “Topvalu” ที่มียอดขายต่อปีสูงกว่า 1 ล้านล้านเยน เพื่อช่วยบริหารต้นทุนการผลิตและกำหนดราคาค้าปลีกให้ถูกกว่าสินค้าแบรนด์ทั่วไปในตลาด แต่ยังคงความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นได้สูง
  3. Supply Chain & Merchandising (การจัดซื้อและระบบขนส่ง) : ใช้ประโยชน์จากขนาดธุรกิจ (Economies of Scale) ผ่าน AEON Global SCM ซึ่งดูแลโครงสร้างคลังสินค้าและศูนย์แปรรูปอาหารสดกลางของเครือ ทำงานร่วมกับ AEON Global Merchandising ในการรวมยอดสั่งซื้อสินค้าส่วนกลางของทุกบริษัทในกลุ่มเพื่อเจรจาราคาหน้าโรงงานให้ต่ำที่สุด
  4. Digital Platform & Quick Commerce (แพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ) : แบ่งเป็น 2 ธุรกิจ
    • ระบบขนส่งด่วนออนไลน์ : ดำเนินการโดย AEON Next ผ่านบริการซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์อัจฉริยะ “Green Beans” ที่ใช้หุ่นยนต์ AI คัดแยกสินค้าส่งตรงถึงบ้าน
    • ระบบ Data สมาชิกรวม : ดำเนินการโดย AEON Smart Technology ผู้พัฒนาแอปหลัก “iAEON” และระบบจ่ายเงินดิจิทัลอย่าง “AEON Pay” เพื่อทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบชำระเงิน ตลอดจนเก็บรวมรวบข้อมูลฐานสมาชิก (Common Customer ID) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมความต้องการช้อปปิ้งของลูกค้าแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ

ส่องเครือข่ายค้าปลีก AEON

หากดูจำนวนร้านค้าในธุรกิจค้าปลีกของ AEON จะสามารถแบ่งได้หลัก ๆ 2 กลุ่ม คือ แบ่งตามพื้นที่ กลุ่มธุรกิจทั่วโลก โดยข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2025 ธุรกิจเกี่ยวกับค้าปลีกในเครือ AEON มีจำนวน 15,553 แห่งทั่วโลก โดยแบ่งตามกลุ่มที่ระบุไว้ได้ดังนี้

แบ่งตามพื้นที่ (By Area)

  • ประเทศญี่ปุ่น (Japan) : 14,894 แห่ง (คิดเป็น 95.8%)
  • ต่างประเทศ (Overseas) : 659 แห่ง (คิดเป็น 4.2%)

แบ่งตามกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าทั่วโลก (By Segment)

  • ร้านขายยา (Drug Store) : 3,312 แห่ง
  • ร้านค้าเฉพาะทาง (Specialty Store) : 3,179 แห่ง
  • ร้านค้าปลีกอื่น ๆ (Other retail) : 2,904 แห่ง
  • ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket – SM) : 2,339 แห่ง
  • ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store – CVS) : 2,023 แห่ง
  • ห้างสรรพสินค้าทั่วไป (General Merchandise Store – GMS) : 616 แห่ง
  • ร้านค้าลดราคา (Discount Store – DS) : 596 แห่ง
  • ศูนย์การค้าประเภทมอลล์ (Mall-type SC) : 307 แห่ง
  • ศูนย์การค้าประจำชุมชน (Neighborhood-type Shopping Center – NSC) : 158 แห่ง
  • โฮมเซ็นเตอร์ (Home Center – HC) : 119 แห่ง

ทั้งนี้ หากแยกธุรกิจค้าปลีกในเครือ AEON ตามรายประเทศ (By Country) จะมีจำนวนดังนี้

  • ประเทศญี่ปุ่น (Japan) รวม 14,894 แห่ง
  • ประเทศเวียดนาม (Vietnam) รวม 252 แห่ง
  • ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) รวม 155 แห่ง
  • สาธารณรัฐประชาชนจีน (China) รวม 147 แห่ง
  • ประเทศไทย (Thailand) รวม 34 แห่ง (ตัวเลขปัจจุบันอยู่ที่ 30 สาขา*)
  • ประเทศกัมพูชา (Cambodia) รวม 24 แห่ง
  • ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) รวม 19 แห่ง
  • ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) รวม 12 แห่ง
  • ประเทศเมียนมา (Myanmar) รวม 9 แห่ง
  • ประเทศมองโกเลีย (Mongolia) รวม 7 แห่ง

* – อ้างอิงจากรายงานการเข้าซื้อกิจการ บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด ของ บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น

รายได้ธุรกิจค้าปลีก เยอะแค่ไหน ?

สำหรับผลประกอบการของกลุ่ม AEON ในปีการเงิน 2025 (สิ้นสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026) ระบุข้อมูลไว้ดังนี้

  • รายได้จากการดำเนินงานรวม : 10,715,342 ล้านเยน (เติบโตขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า)
  • กำไรจากการดำเนินงานรวม : 270,459 ล้านเยน (เพิ่มขึ้น 32,712 ล้านเยนจากปีงบประมาณก่อนหน้า)
  • กำไรปกติ : 243,031 ล้านเยน (เพิ่มขึ้น 18,807 ล้านเยน)
  • กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทแม่ : 72,677 ล้านเยน (คิดเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 167.5% YoY) เนื่องจากได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากกำไรพิเศษในการเข้าซื้อหุ้นเพื่อควบรวมกิจการของ TSURUHA HOLDINGS INC. เข้ามาเป็นบริษัทย่อยเมื่อเดือนมกราคม 2026
AEON Operating Results

เมื่อเจาะไปยังผลประกอบการในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ช่วงปีการเงินที่ผ่านมา พบข้อมูลน่าสนใจดังนี้

รายได้กลุ่มธุรกิจค้าปลีก

  • GMS : รายได้ 3,691,864 ล้านเยน
  • Supermarket : รายได้ 3,085,749 ล้านเยน
  • Discount Store : รายได้ 430,512 ล้านเยน
  • Health & Wellness : รายได้ 1,633,318 ล้านเยน
  • Specialty Store : 759,617 ล้านเยน (ตัวเลขรวมของส่วนงาน Services & Specialty Store)

กลุ่มธุรกิจสนับสนุนภาคค้าปลีก

Developer & Shopping Center : ส่วนงานพัฒนาศูนย์การค้าและความบันเทิง (Developer & Entertainment Business) สร้างรายได้จากการดำเนินงานปีล่าสุดที่ 522,428 ล้านเยน

โดยช่วงที่ผ่านมา เร่งขยายการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะประเทศเวียดนาม และได้ดำเนินกลยุทธ์ควบรวมกิจการของ AEON Mall และ AEON Delight เข้ามาเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทแม่ถือหุ้น 100% ทั้งหมด เพื่อบูรณาการการบริหารและลดต้นทุนแบ็กออฟฟิศ

ทั้งนี้ AEON ระบุตัวเลขเป้าหมายและประมาณการในปีการเงินถัดไป (สิ้นสุด ณ กุมภาพันธ์ 2027) ดังนี้

  • เป้าหมายรายได้จากการดำเนินงานรวม : ตั้งเป้าหมายที่ 12,000,000 ล้านเยน (คาดการณ์อัตราการเติบโตที่ 12.0% YoY)
  • เป้าหมายกำไรจากการดำเนินงานรวม : ตั้งเป้าหมายที่ 340,000 ล้านเยน (คาดการณ์การเติบโตที่ 25.7% YoY)
  • เป้าหมายกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทแม่ : ตั้งเป้าหมายที่ 73,000 ล้านเยน
AEON Operating Revenue