
ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี และกำลังซื้อที่หายไปลากยาวมานาน ก็เปรียบเสมือนไขมันที่สะสมแล้วไปเกาะเส้นเลือดหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดอุดตัน ส่งผลให้รายได้เกิดภาวะอุดตันไปด้วย..!!
เห็นได้จากงบไตรมาส 2/2570 (มิ.ย.-ส.ค. 2569) ของบริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS ที่รายได้ลดลงทุกกลุ่มธุรกิจ…เริ่มจากรายได้จากบัตรเครดิตอยู่ที่ 1,482 ล้านบาท ลดลง 13.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 5.9% จากไตรมาสก่อน
AEONTS แจกแจงว่าการชะลอตัวดังกล่าวสอดคล้องกับพอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิต ที่ปรับลดลงตามแนวทางการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อเน้นการดูแลคุณภาพสินทรัพย์มากกว่าการเร่งเติบโตของสินเชื่อใหม่ โดยรายได้จากธุรกิจบัตรเครดิตคิดเป็นสัดส่วน 30% ของรายได้รวมทั้งหมด
ส่วนรายได้จากการให้กู้ยืมอยู่ที่ 2,206 ล้านบาท ลดลง 6.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 0.5% จากไตรมาสก่อน สะท้อนถึงนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพพอร์ตผ่านการปรับโครงสร้างและไกล่เกลี่ยหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยรายได้จากธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลยังคงเป็นรายได้หลักที่คิดเป็นสัดส่วน 43% ของรายได้รวม
ขณะที่รายได้จากการให้เช่าซื้ออยู่ที่ 357 ล้านบาท ลดลง 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 7.5% จากไตรมาสก่อน เป็นผลมาจากการควบคุมความเสี่ยงจากภาวะความผันผวนของตลาดรถยนต์มือสอง ซึ่งยังคงระงับการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองแก่ลูกค้าใหม่เป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งเปลี่ยนมาเน้นขยายสินเชื่อรถจักรยานยนต์ที่มีอัตราผลตอบแทนเหมาะสมแทน โดยรายได้จากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อคิดเป็นสัดส่วน 7.2% ของรายได้รวม
รายที่ลดลงทุกกลุ่ม ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 5,154 ล้านบาท ลดลง 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 0.3% จากไตรมาสก่อน
สินเชื่อ AEONTS หดไม่พอ ยังสวนทางกับ NPL ที่พุ่งสูงขึ้นด้วย โดยเพิ่มขึ้นเป็น 5.9% จาก 5.6% ในไตรมาสก่อนหน้า
มิน่าล่ะ…ในไตรมาสนี้ จึงต้องตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้น โดยสะท้อนได้จากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมาอยู่ที่ 2,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาส 2/2569 ซึ่งอยู่ที่ 1,906 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 23.2% จากไตรมาส 1/2570 ซึ่งอยู่ที่ 1,673 ล้านบาท
เข้าตำราสินเชื่อก็หด…สำรองฯ ก็เพิ่มนะเนี่ย..!!
โอเค…แม้ค่าใช้จ่ายจะปรับลดลงเหลือ 4,430 ล้านบาท ลดลง 0.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เป็นการปรับลดในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ที่หายไป…เลยทำให้ตัวเลขบรรทัดสุดท้าย (กำไรสุทธิ) ของ AEONTS เหลือแค่ 642 ล้านบาท ลดลง 18.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 19% จากไตรมาสก่อน
ผลการดำเนินงานของ AEONTS ที่ปรับลดลงนั้น บ่งบอกว่าสถานการณ์ภาพรวมไม่สู่ดี โดยเฉพาะตลาดระดับกลาง-ล่าง ยังต้องวิ่งสู้ฟัดกันต่อไป
ก็น่าจับตาหุ้นไฟแนนซ์ตัวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC, บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD, บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR, บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ HENG, บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK น่าจะมีชะตากรรมไม่แตกต่างจาก AEONTS ละมั้ง…
สิ่งที่น่าติดตามต้องดูว่า AEONTS จะหาวิธีสลายไขมันที่ไปอุดตันเส้นเลือดยังไง..?? ต้องกินยาลดไขมันมั้ย..?? เพราะถ้าปล่อยไว้เนิ่นนานอาจทำให้เสียชีวิตได้นะ
อ้อ…วานนี้ (8 ต.ค. 2569) ที่เห็นหุ้น AEONTS ยังเริงร่าบวกสวนงบที่ไม่สวยได้นั้น โดยปิดตลาดที่ 91.25 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 1.11% มูลค่าการซื้อขาย 117.94 ล้านบาท
คงเป็นเพราะแรงเก็งกำไรจากการแจกปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 3.00 บาท คิดเป็นดิวิเดนด์ยีลด์ 3.32% จากราคาปิดวันที่ 7 ต.ค. 2569 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 21 ต.ค. 2569 และรับเงินเข้ากระเป๋าวันที่ 6 พ.ย. 2569 นี้
แหม๊…นี่ถ้าไม่มีเงินปันผลมาค้ำยันราคาหุ้นเอาไว้…มีหวังหุ้น AEONTS คงเละเป็นโจ๊กแหง ๆ
…อิ อิ อิ…