พรรคขวาจัด AfD ของเยอรมนี สร้างประวัติศาสตร์ชนะการเลือกตั้งระดับรัฐ สะท้อนคะแนนนิยมรัฐบาลผสมร่วงหนัก

Published on 7 ก.ย. 2026

พรรคขวาจัด AfD ของเยอรมนี มีแนวโน้มสร้างประวัติศาสตร์ชนะการเลือกตั้งระดับรัฐ หลังผลสำรวจหลังการลงคะแนน (Exit Polls) พบว่าได้คะแนนเสียงมา

  • ความพ่ายแพ้ของแมร์ซ และพรรค CDU
  • วาระของพรรค AfD

เป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งที่รัฐซัคเซิน อันฮัลท์ (Saxony Anhalt) ทางตะวันออก วานนี้ (6 กันยายน) ทำให้พรรคเข้าใกล้การจัดตั้งรัฐบาลระดับรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

โดยพรรค AfD ได้รับคะแนนเสียงสูงถึง 44.2% ซึ่งแม้จะยังไม่ชนะเสียงข้างมาก แต่ผลคะแนนที่ได้ มากกว่าพรรค CDU หรือพรรครัฐบาลฝ่ายกลางขวาของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ที่ได้เพียง 17.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยกว่าเกินสองเท่า สะท้อนให้เห็นถึงคะแนนนิยมที่ลดลงอย่างมากของพรรคร่วมรัฐบาลเยอรมนี ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองภายในที่เผชิญความแตกแยก

จนถึงขณะนี้ การนับคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น และยังไม่ชัดเจนว่าพรรค AfD จะได้จัดตั้งรัฐบาลระดับรัฐแน่นอนหรือไม่ แต่ความสำคัญของการเลือกตั้งระดับรัฐครั้งนี้ ซึ่งตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นพบว่า มีผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนสูงถึง 77% ถือเป็นสัญญาณที่สะท้อนไปถึงการเมืองระดับประเทศของเยอรมนี

“เราได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศนี้แล้ว” อุลริช ซีกมุนด์ ผู้สมัครวัย 35 ปี ของพรรค AfD ในรัฐซัคเซิน อันฮัลท์ กล่าวท่ามกลางผู้สนับสนุนนับพันคน พร้อมย้ำว่า ชัยชนะในรัฐนี้เป็นก้าวแรกสู่การครองอำนาจระดับชาติในการเลือกตั้งระดับสหพันธรัฐที่จะมีขึ้นในปี 2029

“ประชาชนได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าพวกเขาต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาแสดงให้เห็นว่า พวกเขาต้องการการเปลี่ยนแปลงนั้นกับเรา” ซีกมุนด์กล่าว

ความพ่ายแพ้ของแมร์ซ และพรรค CDU

ปัจจุบัน AfD ถือเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในระดับชาติ และกำลังพยายามสร้างฐานที่มั่นเพื่อผลักดันวาระและนโยบายของพรรค ซึ่งรวมถึงการจำกัดการเข้าเมืองอย่างเข้มงวด การฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย การตัดความช่วยเหลือยูเครน และการออกจากสกุลเงินยูโร

โดยที่ผ่านมา พรรค AfD ไม่เคยได้รับเชิญให้เข้าร่วมในรัฐบาลผสม ทั้งใน 16 รัฐของเยอรมนี หรือแม้แต่รัฐบาลกลาง เนื่องจากพรรคการเมืองหลักอื่นๆ ปฏิเสธที่จะทำงานร่วมกับพรรค AfD เนื่องจากนโยบายขวาจัดของพรรค

ทางด้านแมร์ซ ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ใดๆ เกี่ยวกับผล Exit Polls ที่ออกมา ซึ่งถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญสำหรับเขาและรัฐบาลผสม ท่ามกลางคะแนนนิยมต่อการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีที่ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่รัฐบาลผสมของเขากำลังพยายามดิ้นรนเพื่อฟื้นฟูการเติบโตของระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

ที่ผ่านมา แมร์ซให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจเยอรมนีด้วยการปฏิรูปที่เป็นมิตรต่อธุรกิจและการเพิ่มการใช้จ่าย และเตือนประชาชนว่า หากพรรค AfD ชนะการเลือกตั้งในรัฐซัคเซิน อันฮัลท์ จะสร้างความเสียหายให้กับรัฐและทำให้บริษัทต่างชาติไม่กล้าเข้ามาลงทุน

อย่างไรก็ตาม มาร์เซล ฟราทซ์เชอร์ ประธานสถาบันวิจัยเศรษฐกิจเยอรมัน มองว่าผลเลือกตั้งระดับรัฐครั้งนี้ อาจเทียบได้กับการ “ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลกลาง” โดยผลสำรวจจากสถานีโทรทัศน์ ARD แสดงให้เห็นว่า 87% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐซัคเซิน อันฮัลท์ นั้นไม่พอใจต่อการทำงานของรัฐบาลกลาง

ขณะที่ สเวน ชูลเซ หัวหน้ารัฐบาลของรัฐซัคเซิน อันฮัลท์คนปัจจุบันจากพรรค CDU แสดงความยินดีกับพรรค AfD และยอมรับว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพรรคของเขา

วาระของพรรค AfD

ที่ผ่านมา นโยบายของพรรค AfD ถูกมองว่า เป็นแนวนโยบาย ‘Anti Woke’ โดยรวมถึงคำสัญญาที่จะเปลี่ยนธงสีรุ้งของกลุ่ม LGBTQ ในโรงเรียนรัฐบาล และหันมาใช้ธงชาติมาตรฐานของเยอรมนี ขณะที่ยังมีแนวคิดเปลี่ยนแปลงการสอนประวัติศาสตร์เพื่อลดความสำคัญต่อระบอบนาซีของฮิตเลอร์ด้วย

ในการหาเสียงของรัฐซัคเซิน อันฮัลท์ พรรค AfD ยังชูแนวทางแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว ด้วยการดึงดูดชาวเยอรมันที่อาศัยอยู่ต่างประเทศให้กลับมาทำงานในประเทศ พร้อมทั้งเสนอ ‘เงินช่วยเหลือสำหรับเด็กแรกเกิด’ สำหรับแต่ละครอบครัว เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ประชากรที่ลดลงในรัฐเล็กๆ แห่งนี้ ที่มีประชากรราว 2.1 ล้านคน

ด้านสถาบันเศรษฐกิจเยอรมัน เตือนว่า นโยบายคนเข้าเมืองของพรรค AfD จะทำลายรัฐซัคเซิน อันฮัลท์ ซึ่งพึ่งพาแรงงานต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคสาธารณสุข

ขณะที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่า หน่วยงานความมั่นคงของรัฐซัคเซิน อันฮัลท์ที่บริหารโดยพรรค AfD อาจทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลไปยังรัสเซีย ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เพื่อบั่นทอนเสถียรภาพของเยอรมนี

ภาพ : REUTERS/Fabrizio Bensch

อ้างอิง: