ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา เมื่อพูดถึงการลงทุนในธีม AI นักลงทุนส่วนใหญ่มักนึกถึงหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทซอฟต์แวร์เป็นอันดับแรก แต่ในปี 2026 ภาพนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ UOB Privilege Banking มองว่าโอกาสการลงทุนของ AI ในวันนี้ ไม่ได้อยู่แค่ฉากหน้าว่าจะเขียนโมเดลให้ฉลาดขึ้นได้อย่างไร แต่โครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และการเชื่อมต่อที่เคลื่อนย้ายข้อมูลจำนวนมหาศาลจะมีความสำคัญมากขึ้น
ความต้องการไฟฟ้า คอขวดสำคัญของการเติบโตในยุค AI
ในยุคที่ AI กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญและพลิกโฉมในทุกอุตสาหกรรม สิ่งหนึ่งที่กำลังเติบโตเป็นเงาตามตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า” จากรายงาน Key Questions on Energy and AI ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) ระบุว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ความต้องการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกเติบโตขึ้น 17% ขณะที่เฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI โดยเฉพาะ เติบโตสูงถึง 50% ภายในปีเดียว
AI คือผู้บริโภคพลังงานตัวยง เทคโนโลยี AI ต้องการการประมวลผลที่ซับซ้อนซึ่งแลกมาด้วยการใช้พลังงานที่สูงมาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การตั้งคำถามผ่าน ChatGPT 1 ครั้งนั้น ใช้พลังงานมากกว่าการค้นหาข้อมูลผ่าน Google ตามปกติถึง 15 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น ชิปประมวลผล AI รุ่นใหม่ๆ แม้จะถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเป็นสองเท่า แต่ก็มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเช่นกัน (สูงสุดถึง 700 วัตต์) และ Data Center ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ด้วยความต้องการด้านการประมวลผล AI ที่มากขึ้น ทำให้ความต้องการใช้พลังงานของ Data center ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีการคาดการณ์ว่าเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ความต้องการใช้พลังงานของ Data center จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 15% ต่อปีไปจนถึงปี 2030 และสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าของ Data center เมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าในประเทศทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำกว่า 4% ในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 8% ในปี 2030
ยุคแห่งการใช้ไฟฟ้า (Electrification) ที่เร่งตัวขึ้น ไม่เพียงแต่กลุ่ม AI Data Center เท่านั้นที่เป็นตัวเร่ง แต่แนวโน้ม “การเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ไฟฟ้า” ในมิติอื่นๆ ของโลกก็กำลังขับเคลื่อนความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) , อาคารประหยัดพลังงานที่เปลี่ยนมาใช้ปั๊มความร้อน (Heat pumps) , การเปลี่ยนระบบการผลิตในอุตสาหกรรมมาใช้พลังงานไฟฟ้า , การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศที่มากขึ้น รวมถึงการเติบโตของประชากรและเศรษฐกิจ
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดคาดการณ์ว่า ในช่วงปี 2023-2035 อัตราการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าจะขยายตัวเร็วกว่าการเติบโตของความต้องการพลังงานรวมถึง 6 เท่า ซึ่งนั่นหมายความว่า โลกจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในปริมาณที่เทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศในทุกๆ ปี
มิติใหม่ของพลังงาน: เมื่อเทรนด์ AI บรรจบกับความต้องการพลังงานยุค Climate Change
การใช้พลังงานแบบดั้งเดิมเป็นต้นเหตุสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึงประมาณ 75% ของปริมาณการปล่อยทั้งหมดทั่วโลก วิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกเร่งรับมือ เนื่องจากโลกของเรามีแนวโน้มที่อุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงขึ้นถึง 2.7 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับวิกฤตแทนที่จะสามารถรักษาระดับไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียสตามที่ประชาคมโลกเคยตกลงกันไว้
เพื่อเร่งดำเนินการไปสู่เป้าหมาย Net Zero ระบบเศรษฐกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก โดยมีเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้านพลังงานเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนนี้ได้รับแรงหนุนจากภาครัฐทั่วโลกที่ออกแผนการลงทุนและการสนับสนุนด้านนโยบาย เช่น กฎหมาย Inflation Reduction Act ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงนโยบาย REPowerEU และ Green Deal Industrial Plan ของสหภาพยุโรป
ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ราคาพลังงานที่สูงขึ้นและความผันผวนของเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นอีกหนึ่งตัวเร่งสำคัญ ความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงาน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดของห่วงโซ่อุปทาน ยิ่งผลักดันให้ประเทศต่างๆ ต้องการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานและรักษาความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีเอาไว้ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้การลงทุนในพลังงานสะอาดทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนการลงทุนที่สูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการลงทุนในพลังงานฟอสซิล
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนของพลังงานหมุนเวียนที่ลดลงก็ทำมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นมาก ด้านความต้องการของผู้บริโภคก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภคยุคใหม่มองหานวัตกรรม ความยั่งยืน และมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา แรงจูงใจหลักในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คือความต้องการปกป้องสิ่งแวดล้อม การลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในอนาคต เช่น ภาษี , การดูแลรักษา และการประหยัดค่าเชื้อเพลิง ในขณะที่การลงทุนด้านเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะและประสิทธิภาพพลังงาน มักมีเหตุผลหลักมาจากการมุ่งหวังที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน และการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย
ห่วงโซ่พลังงานที่ต้องมองให้ครบจาก AI Compute สู่ Electricity Demand สู่ Grid Capex สู่ Power Efficiency การบริหารจัดการ การกระจาย และการกักเก็บพลังงานอย่างชาญฉลาด (Smart management) การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอุตสาหกรรม อาคาร การขนส่ง และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ถือเป็นความสำคัญลำดับต้นๆ ที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อช่วยให้โลกสามารถรักษาความมั่นคงทางพลังงาน และบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาวได้อย่างแท้จริง
โอกาสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อน AI และโลกพลังงานสะอาด
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนและเติบโตระยะยาวไปกับกลุ่มพลังงานอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนโลก AI สู่อนาคตสะอาดและยั่งยืน UOB Privilege Banking ขอแนะนำ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เอไอ พาวเวอร์ โซลูชั่น ฟันด์ (UAIPOWER-USD) ซึ่งบริหารจัดการโดย บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) และกำลังเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 3-16 ก.ย. 2569
UAIPOWER-USD เป็นกองทุน onshore USD ที่ลงทุนในกองทุนหลักเพียงกองเดียว คือ Robeco Capital Growth Funds – Robeco Smart Energy ชนิดหน่วยลงทุน I USD
กองทุนหลักมีการลงทุนที่ครอบคลุมห่วงโซ่พลังงานแบบครบวงจร โดยกระจายการลงทุนผ่าน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Renewable Energies, Energy Distribution, Energy Management และ Energy Efficiency ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า โครงข่าย ชิปจัดการพลังงาน ระบบกักเก็บ ไปจนถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
กองทุนมีผลการดำเนินงานระยะกลางถึงระยะยาวที่แข็งแกร่ง พร้อม Morningstar Rating ระดับ 5 ดาว และอยู่ในกลุ่มอันดับต้นของกองทุน Alternative Energy โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีอยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 1ของกลุ่ม (ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569)
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดย ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
ABOUT THE AUTHOR
UOB Privilege Banking
ช่วยดูแลและต่อยอดความมั่งคั่งในการลงทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะเรา “ใส่ใจทุกเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณ”