"กิติพงศ์" ปลุกพลังตลาดทุนไทย ชู AI จุดโอกาสเติบโต - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

Published on 13 ก.ย. 2026

มิติหุ้น – ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ เดินหน้าปั้นตลาดทุนแห่งอนาคต ชู AI เปลี่ยนเกม สร้าง New Economy เพิ่มโอกาสลงทุน พร้อมมอง SET มีลุ้นแตะ 2,000 จุด

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพิพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวในงาน “มิติหุ้นก้าวสู่ปีที่ 10 ESG พลิกเศรษฐกิจด้วยพลัง AI” ว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมยกระดับความร่วมมือด้านการกำกับดูแลร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติและป้องกันไม่ให้ตลาดทุนถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน โดยจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการติดตามตรวจสอบ

โดยดัชนีหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับขึ้นแตะระดับ 2,000 จุด โดยปัจจุบันไทยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศรออยู่ราว 3 แสนล้านบาท ขณะที่คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีมูลค่าสูงถึง 1.474 แสนล้านบาท พร้อมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI สามารถเข้าสู่กระบวนการเสนอขายหุ้น IPO ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

มูลค่าตลาดโตก้าวกระโดด

ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของตลาดทุนไทยขยายตัวจากราว 5-6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 15 ล้านล้านบาทในปี 2569 โดยกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีมีสัดส่วนราว 27% ของมูลค่าตลาดรวม สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจรูปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหุ้นและความยั่งยืนของกระแส AI

ปูทางเศรษฐกิจใหม่

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าพัฒนาศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อรองรับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม AI พร้อมเสนอแนวทางให้ไทยสร้างเศรษฐกิจใหม่จากจุดแข็งด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร (Food Science) และธุรกิจสุขภาพ (Healthcare) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แทนที่จะแข่งขันด้าน AI โดยตรงกับต่างประเทศ

ทั้งนี้ จะนำ AI หรือเทคโนโลยีอเนกประสงค์มาใช้ตรวจจับพฤติกรรมปั่นหุ้นและการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading) เพื่อให้การวิเคราะห์ธุรกรรมทำได้รวดเร็วขึ้น พร้อมใช้ AI ในการจัดการข้อมูลด้าน ESG และคาร์บอนเครดิต รวมถึงสรุปข้อมูลจากแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ให้เข้าใจง่ายขึ้น เพื่อช่วยให้นักลงทุนค้นหาบริษัทที่มีศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เร่งเครื่องหนุน SME

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ Jump Thailand ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วมแล้ว 142 แห่ง และโครงการ Governance Initiative ที่มีบริษัทเข้าร่วมกว่า 482 แห่ง พร้อมเสนอผลักดันระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Invoice) ให้ครอบคลุมทั้งบริษัทจดทะเบียนและห่วงโซ่อุปทาน แลกกับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ SME และเปิดทางให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับโครงสร้างหุ้นแบบ Dual Class ซึ่งจะช่วยให้ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพหรือภาครัฐสามารถรักษาอำนาจการบริหารไว้ได้ แม้จะถือหุ้นต่ำกว่า 50% พร้อมเพิ่มสภาพคล่องและดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติ โดยแนวทางดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับรัฐวิสาหกิจ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการเงินทุนได้เช่นกัน

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon