โลกเข้าสู่ “สงครามเทคโนโลยี” ไทยเร่งปั้น AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

Published on 13 ก.ย. 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ “เศรษฐกิจไทยต้องรอด พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยด้วย AI” ภายในงาน AIS ACADEMY FOR THAIS MASTERING AI BEYOND BORDERS เมื่อเอไอเก่งขึ้นทุกวัน เราต้องก้าวให้ทัน ว่า การมาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่แค่การปฏิวัติทางเทคโนโลยี แต่เป็นการปฏิวัติทางปัญญา

โดยปัจจุบัน AI มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก หลังการทดสอบระบบโมเดล AI สามารถ “โกหก” มนุษย์เพื่อหลอกว่าตนเองไม่ใช่หุ่นยนต์ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคการเรียนรู้เชิงลึก (GEN AI) ด้วยความฉลาดเทียบเคียงมนุษย์ และไม่ได้เป็นเพียงแค่โปรแกรมประมวลผลอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน มองว่าในอนาคตอันใกล้เทคโนโลยี AI จะกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์โลกเหมือนกับยุคที่โลกแข่งขันกัน เพื่อไปเหยียบบนดวงจันทร์ และประเทศมหาอำนาจจะทุ่มเททรัพยากรมหาศาลไปยังการพัฒนา AI อย่างเร็วขึ้นอีกหลายเท่าตัว เช่น การมาของ DeepSeek ที่บ่งชี้ว่า AI ของจีนไม่ได้ตามหลังสหรัฐอเมริกาอีกต่อไป

ขณะที่บริบทเศรษฐกิจของประเทศไทยเปรียบเสมือนโรงงานที่ต้องขยายเครื่องจักรและแรงงานคน เพื่อให้เติบโตได้ แต่ปัจจุบันไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้แรงงานหายไปจากระบบจำนวนมาก ดังนั้นหากต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไปได้จำเป็นต้องพัฒนาทักษะคนไทย และ AI เป็นคำตอบของทางรอดที่พอเหมาะพอดีในการชดเชยแรงงานคนในอนาคต

“ไทยต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของ AI ให้ได้ เพื่อเติบโตไปพร้อมกับความต้องการระดับโลก ด้วย AI in All เข้าไปประยุกต์ใช้ในทุกภาคธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้น ทั้งภาคการศึกษา การแพทย์ โลจิสติกส์ และการเงิน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการทำงาน และการแข่งขันในอนาคต” ดร.สันติธาร กล่าว

ขณะเดียวกัน คาดการณ์ว่า AI จะสร้างวิกฤตบันไดอาชีพพัง และแยกมนุษย์ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. AI Landlord เจ้าของเทคโนโลยี ผู้พัฒนาโมเดลหรือแอปพลิเคชันที่อยู่บนยอดพีระมิด 2. AI Cyborg ผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ 3. Professional Service งานบริการที่ต้องใช้ความเป็นมนุษย์ เช่น พยาบาล งานโรงแรม ร้านอาหาร ซึ่ง AI ยังแทนไม่ได้ และ 4. Displaced กลุ่มคนที่ตกงาน

ด้านมุมมองทางรอดในระดับองค์กรและคนทำงานด้วยทักษะ 3Rs ดังนี้

  1. การเสริมสร้างทักษะ (Reskill) ด้วยแนวคิด P-R-I-D-E ได้แก่ Proficiency คือ การมีความเชี่ยวชาญใช้ AI ให้เก่งกว่าคนอื่น, Immunity คือ การมีภูมิคุ้มกันจาก AI, Deep Domain คือ การรู้ลึกในสายงานตัวเองและใช้ AI เสริม, Empathy คือ การเห็นอกเห็นใจที่ทำให้เรายังเป็นมนุษย์
  2. การออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ (Redesign) เพื่อไม่ให้ AI คิดแทนทั้งหมด เพราะจะทำให้มนุษย์สูญเสียความสามารถในการคิดเชิงลึก ซึ่งควรใช้ AI เป็นคู่คิดแค่เพียงตอนต้น และมนุษย์ลงมือทำ พร้อมให้ AI ช่วยตรวจสอบ (Audit) ตอนท้าย
  3. การคาดการณ์พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป (Reimagine) เพราะอนาคตจะเปลี่ยนเข้าสู่ยุค Agentic Commerce เพื่อให้ AI ค้นหาเปรียบเทียบราคาและกดสั่งซื้อให้เบ็ดเสร็จ ซึ่งธุรกิจต้องปรับตัว และวิธีการทำการตลาดรูปแบบใหม่

“เราต้องรู้ AI รู้ I AM ใช้ปัญญา สร้างปัญญา โดยต้องรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ และรู้จุดแข็งของความเป็นมนุษย์ของเราเอง ที่สำคัญต้องใช้ปัญญามนุษย์ในการควบคุมและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์” ดร.สันติธาร กล่าว

Back to top button

  • 168 To Be Design รุกตลาด High-End ขยายฐานเจาะคฤหาสน์-โรงแรม 5 ดาว

    168 To Be Design (168 ทูบีดีไซน์) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและตกแต่งภายในระดับ High-End …