กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราโชวาทแก่บัณฑิต ม.ทักษิณ พึงสังวรระวังการใช้ AI ไม่พึ่งพามากเกินไปจนลดทอนคุณค่าตนเอง

Published on 17 ก.ย. 2026

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ประจำปีการศึกษา 2568

มหาวิทยาลัยทักษิณมีผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรรวม 3,170 คน แบ่งเป็นระดับปริญญาตรี 3,029 คน ปริญญาโท 118 คน และปริญญาเอก 23 คน

นอกจากนี้ สภามหาวิทยาลัยทักษิณได้อนุมัติปริญญากิตติมศักดิ์ ประจำปี 2568 แก่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ทำคุณประโยชน์ในหลากหลายสาขา รวม 8 ราย ได้แก่

1.His Royal Highness Tuanku Syed Faizuddin Putra Ibni Tuanku Syed Sirajuddin Jamalullail ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

2.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

3.นายพลากร สุวรรณรัฐ ปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

4.ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์

5.นายสลิล โตทับเที่ยง บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ

6.Professor Dr. Akito Takasaki ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์

7.Professor Dr. Hidenari Yasui ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

8.ดร.ประพล วิระพรสวรรค์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการสมัยใหม่

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ความว่า

“ในปัจจุบันวิทยาการสำคัญอย่างหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของคนเราคือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งนับเป็นเครื่องมือที่มีคุณประโยชน์ในการช่วยประหยัดเวลา ประหยัดทรัพยากร ทั้งเพิ่มพูนความสามารถในการวิเคราะห์และสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ แต่การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนั้น จำเป็นที่ทุกคนจะต้องระลึกไว้เสมอว่า ปัญญาประดิษฐ์เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ใช่มนุษย์ที่แท้ ย่อมไม่สามารถบังคับควบคุมตนเองให้ทำแต่สิ่งที่ถูกต้องได้ ขึ้นอยู่กับมนุษย์ว่าจะนำไปใช้ให้เป็นคุณหรือเป็นโทษอย่างไร ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว บัณฑิตจึงควรสังวรระวังในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช้ในทางมิชอบ หรือพึ่งพาอาศัยปัญญาประดิษฐ์มากเกินไป จนลดทอนคุณค่าและความรู้ความสามารถของตนเอง หากต้องรู้จักใช้อย่างสร้างสรรค์ ด้วยสติ ความยั้งคิด และปัญญาความรู้ความฉลาด โดยมีคุณธรรมความสุจริตเป็นเครื่องกำกับประคับประคองให้เหมาะสม ถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าทำได้ดังที่กล่าว บัณฑิตก็จะมีทักษะความสามารถในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ให้อำนวยประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางและยั่งยืน ทั้งแก่การพัฒนาตนเอง พัฒนางานที่ทำ และพัฒนาชาติบ้านเมือง”

อ้างอิง: