ค้าปลีกติดปีก AI พลิก “CCTV” สู่ดวงตาอัจฉริยะ เจาะพฤติกรรมลูกค้าหน้าร้านต่อยอดยอดขาย

Published on 16 ก.ย. 2026
                     <ol>
  • หน้าหลัก 
  • เศรษฐกิจ-ธุรกิจ 
  • ข่าวธุรกิจการตลาด 
  • ค้าปลีกติดปีก AI พลิก “CCTV” สู่ดวงตาอัจฉริยะ เจาะพฤติกรรมลูกค้าหน้าร้านต่อยอดยอดขาย

    เผยแพร่: 16 ก.ย. 2569 19:07   ปรับปรุง: 16 ก.ย. 2569 19:07   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



    ผู้จัดการรายวัน - เปิดศึก Smart Retail ยุคใหม่ “วันเดอร์ เอไอ” สบช่องเปลี่ยนกล้อง CCTV เดิมให้กลายเป็นเสมือน “ดวงตาของ AI Store Manager” จับอินไซต์พฤติกรรมลูกค้าหน้าร้านต่อยอดสู่การขาย ตั้งเป้าปี 2570 กวาดลูกค้า 100 ราย ครอบคลุม 1,000 สาขาทั่วประเทศ

    นายวรกฤต ชัยสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันเดอร์ เอไอ จำกัด ผู้ให้บริการระบบ Wonder AI เปิดเผยว่า การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครมีสาขามากกว่า หรือใครขายสินค้าได้มากกว่า แต่กำลังขยับเข้าสู่เกมของ “ข้อมูล” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้ประกอบการต้องรับมือกับต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น กำลังซื้อผันผวน และแรงกดดันจากช่องทางออนไลน์ ทำให้การรู้เพียงว่า “ขายอะไรและขายได้เท่าไร” อาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจทางธุรกิจอีกต่อไป

    โดยเฉพาะร้านค้าปลีกที่มีหน้าร้านและหลายสาขา ซึ่งยังมีข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าจำนวนมากที่ไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แม้จะมีทั้งระบบ POS และกล้อง CCTV อยู่แล้ว แต่ POS สามารถตอบได้ว่ามีสินค้าอะไรถูกขายออกไป ขณะที่กล้องวงจรปิดส่วนใหญ่ยังถูกใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยและตรวจสอบเหตุการณ์ย้อนหลัง มากกว่าจะถูกนำมาวิเคราะห์เป็น “ข้อมูลธุรกิจ”

    ช่องว่างดังกล่าวกำลังกลายเป็นโอกาสของเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาเปลี่ยนข้อมูลจากหน้าร้านให้กลายเป็นอินไซต์สำหรับการบริหาร ตั้งแต่จำนวนลูกค้า ช่วงเวลาที่มีผู้เข้าร้านสูง เส้นทางการเดิน พื้นที่หรือสินค้าที่ได้รับความสนใจ ระยะเวลาในการเลือกซื้อ ไปจนถึงจุดที่ลูกค้าออกจากกระบวนการโดยไม่ซื้อสินค้า


    ล่าสุด วันเดอร์ เอไอ มองเห็นโอกาสดังกล่าว จึงเดินหน้ารุกตลาด Smart Retail โดยวางเป้าหมายเปลี่ยนกล้อง CCTV เดิมให้กลายเป็นเสมือน “ดวงตาของ AI Store Manager” หรือผู้ช่วยผู้จัดการร้านอัจฉริยะ พร้อมใช้ธุรกิจค้าปลีกเป็นตลาดนำร่อง ก่อนขยายเทคโนโลยีไปยังอุตสาหกรรมอื่นที่มีพื้นที่ให้บริการและมีพฤติกรรมของผู้ใช้งานให้วิเคราะห์

    สำหรับแผนการทำตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจะมุ่งสร้างตลาดและการยอมรับระบบ Wonder AI ในประเทศไทย โดยเน้นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านและหลายสาขา อาทิ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง ร้านสุขภาพและความงาม รวมถึงศูนย์การค้า

    กลยุทธ์หลักจะใช้แนวทาง “พิสูจน์ผลลัพธ์ก่อนขยายการลงทุน” ผ่านโครงการ POC และโครงการต้นแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจจากการใช้งานจริง ก่อนขยายจากสาขาทดลองไปสู่การใช้งานในหลายสาขา

    “เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำเสนอระบบวิเคราะห์ภาพ แต่ต้องการวาง Wonder AI ในฐานะ Business Solution ที่เข้าไปช่วยแก้โจทย์การบริหารร้าน โดยนำข้อมูลจากกล้อง CCTV มาวิเคราะห์และเชื่อมโยงกับการดำเนินงานภายในร้าน เพื่อช่วยให้ผู้บริหารและผู้จัดการร้านตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น”


    ข้อมูลที่ระบบสามารถนำมาวิเคราะห์ครอบคลุมตั้งแต่จำนวนลูกค้า ช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้าร้าน เส้นทางการเดิน พื้นที่และสินค้าที่ได้รับความสนใจ ระยะเวลาในการเลือกซื้อ ตลอดจนจุดที่ลูกค้าออกจากกระบวนการก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อนำไปใช้ปรับผังร้าน การจัดวางสินค้า โปรโมชั่น และการบริหารพนักงาน

    นายวรกฤตกล่าวต่อว่า เพื่อเร่งการพัฒนา Smart Retail บริษัทเดินหน้าสร้างระบบนิเวศร่วมกับพันธมิตร โดยมี AWS สนับสนุนด้าน Cloud Infrastructure ทั้งการประมวลผล ความมั่นคงปลอดภัย และการรองรับการขยายระบบในหลายสาขา ขณะที่ TBSP เข้ามาสนับสนุนด้าน Electronic Shelf Label (ESL) หรือป้ายราคาอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง System Integration เพื่อให้ Wonder AI สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและระบบที่ลูกค้ามีอยู่เดิม

    “การเชื่อมโยงดังกล่าวจะช่วยให้ร้านค้าสามารถนำข้อมูลจากการวิเคราะห์ไปต่อยอดกับการบริหารราคา โปรโมชั่น พื้นที่ขาย และการดำเนินงานภายในร้าน พร้อมติดตามผลหลังดำเนินการ เพื่อวัดประสิทธิภาพและนำข้อมูลกลับมาพัฒนาการบริหารอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่ AI ทำหน้าที่ ‘บอกว่าเกิดอะไรขึ้น’ บริษัทตั้งเป้าขยับไปสู่การให้ AI ช่วย ‘บอกว่าควรทำอะไรต่อ’”

    โดยในปี 2570 บริษัทวางเป้าหมายยกระดับ Wonder AI จาก Wonder Insight ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ข้อมูลภายในร้าน ไปสู่ AI Store Manager อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น โดยระบบจะสามารถตรวจจับความผิดปกติ ค้นหาปัญหา วิเคราะห์สาเหตุ จัดลำดับความสำคัญ และเสนอ Recommended Action ให้ผู้บริหารและผู้จัดการร้านนำไปใช้ตัดสินใจ


    แม้ค้าปลีกจะเป็นตลาดนำร่อง แต่ Wonder AI วางเป้าหมายขยายไปยังธุรกิจที่มีพื้นที่ให้บริการและมีผู้บริโภค พนักงาน หรือผู้ใช้งานเข้ามาทำกิจกรรม เช่น ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ โชว์รูม โรงพยาบาล คลินิก ธนาคาร สนามบิน สถานีขนส่ง สถานศึกษา อาคารสำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า งานแสดงสินค้า และพื้นที่บริการสาธารณะ

    รูปแบบการใช้งานจะไม่ได้เป็นระบบสำเร็จรูปแบบเดียวสำหรับทุกอุตสาหกรรม แต่ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด และรูปแบบการวิเคราะห์ให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจ รวมถึงออกแบบการใช้งานภายใต้หลักความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    จุดขายสำคัญจึงอยู่ที่การนำข้อมูลภาพจากกล้อง CCTV ที่องค์กรมีอยู่แล้วมาเปลี่ยนเป็นข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ ทั้งจำนวนผู้ใช้บริการ ระยะเวลารอคอย การเคลื่อนไหว ช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น และประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ ก่อนนำไปสู่การปรับปรุงการดำเนินงาน

    สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจ Wonder AI ตั้งเป้าสิ้นปี 2569 จะมีลูกค้านำระบบไปใช้งานไม่ต่ำกว่า 20 บริษัท ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 100 สาขา โดยเน้นเปลี่ยนโครงการ POC ที่สามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ได้ให้เข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ และขยายจากสาขาทดลองไปยังเครือข่ายหลายสาขา

    ส่วนปี 2570 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าเป็น 100 บริษัท และขยายพื้นที่ใช้งานครอบคลุมไม่น้อยกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายระบบจากสาขาทดลองสู่เครือข่ายหลายสาขา การเพิ่มลูกค้าใหม่ในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง และศูนย์การค้า รวมถึงการต่อยอดจาก Store Insight ไปสู่ AI Store Manager ที่สามารถวิเคราะห์ปัญหาและเสนอแนวทางดำเนินการ.