อุตสาหกรรม AI บูม iApp สัญชาติไทยต่อยอด NVIDIA Nemotron เปิด OpenThai 2.0 Legal บุกตลาดกฎหมาย

Published on 26 ส.ค. 2026

iApp Technology สัญชาติไทยร่วมชิงเค้กโดดเป็นผู้เล่นเต็มตัว หลังในอุตสาหกรรม AI บูมหนัก เปิดตัว OpenThai 2.0 Legal โมเดลกฎหมายไทยแบบ Open-Weight ที่พัฒนาต่อยอดจาก NVIDIA Nemotron พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี ชูความสามารถด้านการอ้างอิงกฎหมายไทย รองรับการติดตั้งใช้งานเองในองค์กร

ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอแอพพ์เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยว่า iApp Technology ซึ่งเป็นบริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทย ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ AI ภาษาไทยครอบคลุมด้านเสียงพูด (speech) การประมวลผลเอกสารอัจฉริยะ (document intelligence) และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ได้เปิดตัว OpenThai 2.0 Legal โมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบ open-weight ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับกฎหมายไทย

พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดน้ำหนักโมเดล (weights) ฉบับเต็มได้ฟรีบน Hugging Face โมเดลนี้สร้างโดยคนไทยเพื่อประเทศไทย ออกแบบมาสำหรับทนายความ นักกฎหมายประจำองค์กร ทีมกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (compliance) นักพัฒนา legal-tech และหน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องการคำตอบเกี่ยวกับตัวบทกฎหมายและคำพิพากษาของไทยที่เชื่อถือได้และอ้างอิงแหล่งที่มาได้จริง

โดย OpenThai 2.0 Legal ทำในสิ่งที่แชตบอตทั่วไปส่วนใหญ่ทำไม่ได้ นั่นคือ เมื่อถูกถามคำถามโดยไม่มีตัวบทกฎหมายใส่มาใน prompt โมเดลสามารถระลึกและอ้างอิงกฎหมายและมาตราที่ถูกต้องได้จากความจำของตัวเอง ผลการทดสอบ benchmark อิสระที่ให้คะแนนด้วยโค้ด (code-scored) ชี้ว่าโมเดลนี้เป็นโมเดลที่ระลึกกฎหมายไทยแบบ closed-book ได้แม่นยำที่สุดในบรรดาโมเดลที่ผู้ใช้สามารถรันเองได้-มีอัตราการระลึก (recall) บนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์สูงกว่า Qwen 35B ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามากถึงประมาณ 4 เท่า

และชนะทั้ง 4 แกนของการประเมินข้อสอบอัตนัยเนติบัณฑิตไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายเดียวกัน ตั้งแต่ความถูกต้องของการอ้างอิงมาตราไปจนถึงการให้เหตุผลทางกฎหมาย นอกจากนี้ ทุกคำตอบสามารถส่งออกเป็น JSON แบบมีโครงสร้างที่ระบุชื่อกฎหมายและมาตราอย่างชัดเจน จึงเชื่อมต่อเข้ากับระบบ retrieval (RAG) และ pipeline การร่างเอกสารได้โดยตรง

ที่สำคัญ โมเดลนี้สามารถติดตั้งใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเองได้ (self-hostable) โดยเป็นโมเดลแบบ Mixture-of-Experts ขนาด 30,000 ล้านพารามิเตอร์ ที่เปิดใช้งานจริงเพียงประมาณ 3,000 ล้านพารามิเตอร์ต่อโทเคน และรันได้บน GPU เพียงตัวเดียวที่มี VRAM ตั้งแต่ 24 GB ขึ้นไป สำนักงานกฎหมายและหน่วยงานต่างๆ จึงสามารถเก็บข้อมูลคดีที่อ่อนไหวไว้บนโครงสร้างพื้นฐานของตนเองได้

ทั้งหมด โมเดลนี้พัฒนาต่อยอดจากโมเดลโอเพน NVIDIA Nemotron และฝึกฝนแบบครบวงจร (end-to-end) ด้วยไลบรารีโอเพนซอร์ส NVIDIA NeMo โดยความร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และสมาชิกโครงการ ThaiLLM

“กฎหมายไทยสมควรมี AI ที่รู้กฎหมายไทยจริงๆ และเป็น AI ที่องค์กรไทยสามารถเป็นเจ้าของและรันเองได้ และการเปิด OpenThai 2.0 Legal เป็น open weights คือการส่งมอบโมเดลกฎหมายที่มีความสามารถจริงและติดตั้งเองได้ ไปสู่มือของนักกฎหมาย นักพัฒนา และสถาบันของไทยทุกแห่งโมเดลนี้สร้างโดยคนไทยเพื่อประเทศไทย”

ซึ่งโมเดลนี้พร้อมใช้งานแล้วและสามารถทดลองใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งใดๆ ซึ่งเป็นหน้าเดียวกับที่รวบรวมเอกสารทางเทคนิคฉบับเต็ม ผลการทดสอบ benchmark และ API แบบโฮสต์ให้ใช้ฟรี (ฟรีเมื่อลงทะเบียนรับ iApp API key จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569)

ส่วน open weights สามารถดาวน์โหลดได้เช่นเดียวกับ AI ทุกระบบ ผลลัพธ์ของโมเดลเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย และผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณสมบัติควรตรวจสอบการอ้างอิงทุกรายการกับตัวบทกฎหมายฉบับปัจจุบันเสมอ เพื่อความแม่นยำสูงสุด ควรใช้งานโมเดลร่วมกับระบบ retrieval (RAG)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่า ในไตรมาสแรกปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 624 โครงการ มูลค่า 1,016,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่อุตสาหกรรมดิจิทัลมีมูลค่าคำขอสูงถึง 873,741 ล้านบาท จาก 48 โครงการ ส่วนใหญ่เป็น Data Center และ Cloud Service สะท้อนการเข้ามาของการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

ภาครัฐยังวางเป้าหมายผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง AI โดยมุ่งดึงดูดการลงทุนใน AI, Semiconductor และ Chip Design ให้ได้ 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 พร้อมตั้งเป้าให้เศรษฐกิจ AI สร้างมูลค่าเพิ่มคิดเป็น 5% ของ GDP และพัฒนา Ecosystem ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล บุคลากร การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการนำ AI ไปใช้จริงในภาคธุรกิจและภาครัฐ

ทิศทางดังกล่าวทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรม AI ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการลงทุนจากผู้เล่นระดับโลก แต่เปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทยสร้างโมเดลและโซลูชันที่ตอบโจทย์ข้อมูล ภาษา และบริบทเฉพาะของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม AI ภาษาไทยและ AI เฉพาะอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังขยายตัวในประเทศ