ทรูชู AI Transformation ปรับองค์กรผ่าน Nano Cluster

Published on 22 ต.ค. 2026

ทรูเสนอแนวทาง AI Transformation ที่เชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับการออกแบบองค์กรใหม่ ตั้งแต่การแบ่งงาน ความรับผิดชอบ ไปจนถึงอำนาจตัดสินใจ โดยยก Nano Cluster ซึ่งแบ่งตลาดไทยเป็นประมาณ 6,000 พื้นที่ย่อย เป็นตัวอย่างการนำข้อมูลและคำแนะนำจาก AI ไปสนับสนุนพนักงานที่อยู่ใกล้ลูกค้า

คุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดมุมมองนี้ผ่านบทความที่ต่อยอดจากการพูดคุยกับผู้เข้าร่วมงาน CP Innovation Expo and Symposium 2026 โดยเน้นว่าการเปลี่ยนผ่านด้วย AI เกี่ยวข้องกับวิธีสร้างคุณค่าขององค์กรและการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ

AI ขยายทักษะข้ามสายงาน องค์กรจึงต้องทบทวนโครงสร้าง

เมื่อคุณซิกเว่ถามผู้เข้าร่วมงานว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานของตนหรือไม่ ราว 30% เชื่อว่าในที่สุด AI จะทำงานแทนตนเอง ผลตอบคำถามจากผู้เข้าร่วมงานกลุ่มนี้สะท้อนความกังวลที่ผู้นำต้องรับฟัง พร้อมอธิบายให้พนักงานเข้าใจว่าบทบาทของตนจะเปลี่ยนไปอย่างไร

บทความยกข้อมูลจาก TDRI ว่าตำแหน่งงานเกี่ยวกับ AI ในไทยเพิ่มขึ้นราว 31% ในช่วงปีที่ผ่านมา และข้อมูลจาก LinkedIn ว่ามีตำแหน่งงานใหม่เกี่ยวกับ AI ทั่วโลกมากกว่า 1.3 ล้านตำแหน่งในปี 2026 ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงยังเกิดขึ้นกับขอบเขตของงานเดิมด้วย

งานวิจัย Work at the Frontier ของ OpenAI ที่บทความนำมาอ้างอิง วิเคราะห์ข้อความสนทนาเกี่ยวกับงานมากกว่า 800,000 ข้อความ พบว่า 43.5% ของข้อความเกี่ยวกับงานเฉพาะทางเป็นการใช้ AI ช่วยทำงานที่โดยทั่วไปอยู่นอกขอบเขตอาชีพที่ผู้ใช้ระบุไว้ ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นการเข้าถึงความรู้ข้ามสายงาน ขณะที่งานซับซ้อนยังต้องใช้ความเชี่ยวชาญและวิจารณญาณของมนุษย์

คุณซิกเว่มองว่า เมื่อข้อมูลและความเชี่ยวชาญเข้าถึงได้กว้างขึ้น องค์กรควรทบทวนโครงสร้างแบบพีระมิดและขั้นตอนประสานงานเดิม โดยกำหนดให้ชัดว่าแต่ละบทบาทสร้างคุณค่าอะไร และให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าลำดับชั้น การปรับองค์กรให้แบนลงจึงต้องรักษาทั้งคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจ AI และบุคลากรที่มีประสบการณ์ ความเข้าใจธุรกิจ และวิจารณญาณไว้ทำงานร่วมกัน

Nano Cluster กระจายข้อมูลและอำนาจตัดสินใจสู่คนใกล้ลูกค้า

แผนภาพ Empowered Mini-CEOs การใช้ดาต้า อินไซต์ และ Nano Clusters

ทรูอยู่ระหว่างปรับรูปแบบการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายพัฒนาระบบ Business Intelligence ที่เชื่อมข้อมูลยอดขาย รายได้ ต้นทุน และการใช้งานเครือข่าย พร้อมคำแนะนำจาก AI ว่าควรดำเนินการต่ออย่างไร เพื่อให้พนักงานที่ใกล้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลและใช้ตัดสินใจได้โดยตรง

Nano Cluster แบ่งตลาดประเทศไทยเป็นประมาณ 6,000 พื้นที่ย่อย ผู้รับผิดชอบแต่ละพื้นที่มีเป้าหมายและงบประมาณที่ต้องบริหาร รวมถึงข้อมูลลูกค้า คู่แข่ง ผลการดำเนินงาน และคำแนะนำจาก AI เมื่อนำข้อมูลมาประกอบกับความเข้าใจพื้นที่ จึงช่วยให้ตอบสนองลูกค้าได้โดยลดการรอส่งเรื่องผ่านส่วนกลาง

แนวทาง Empowered Mini-CEOs ในแผนภาพประกอบบทความยังอธิบายการเสริมความสามารถให้ผู้บริหารและพนักงานระดับปฏิบัติการ ด้วยดาต้าและอินไซต์ผ่าน Intelligence as a Service บนโทรศัพท์มือถือ พร้อมติดอาวุธให้พนักงานด่านหน้าและพนักงานลงพื้นที่ โดยระบุ Mini-CEOs กว่า 6,000 คน และ Nano Clusters ขนาด 600 x 600 เมตร เพื่อปรับกลยุทธ์และกิจกรรมให้เหมาะกับลูกค้าในแต่ละพื้นที่

การเปลี่ยน Operating Model ในมุมมองนี้ครอบคลุมการจัดวางข้อมูล ความรับผิดชอบ และอำนาจตัดสินใจใหม่ พร้อมรักษามาตรฐานและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน เมื่อ AI ช่วยรวบรวมข้อมูลและประสานงานบางส่วนได้ บทบาทของคนจึงขยับไปสู่การใช้ข้อมูลตัดสินใจและรับผิดชอบผลลัพธ์

ใช้ AI สร้างคุณค่าใหม่ให้ธุรกิจและลูกค้า

ในคำถามว่า AI จะสร้างประโยชน์สูงสุดให้ธุรกิจด้านใด ผู้เข้าร่วมงาน 58% เลือกประสิทธิภาพและผลิตภาพ อีก 20% เลือกการตัดสินใจที่รวดเร็วและชาญฉลาดขึ้น ขณะที่ 12% เลือกธุรกิจใหม่ และ 10% เลือกประสบการณ์ลูกค้า ซิกเว่มองว่าผู้นำยังมีโอกาสขยายการใช้ AI ไปสู่การสร้างตลาดและคุณค่าใหม่ได้อีกมาก

ตัวอย่างที่เขายกขึ้นมาคือวิวัฒนาการของนาฬิกา จากการแข่งขันเรื่องความแม่นยำและความทนทาน ไปสู่ Smartwatch ที่ติดตามสุขภาพได้ บริษัทเทคโนโลยีมองเห็นคุณค่าที่กว้างกว่าการปรับปรุงนาฬิกาแบบเดิม จึงเข้ามาสร้างตลาดใหม่ได้ ขณะที่การถามความต้องการลูกค้าในอดีตเพียงอย่างเดียวอาจได้คำตอบเฉพาะเรื่องความแม่นยำหรือความสะดวก

โจทย์ของธุรกิจจึงต้องเชื่อมความต้องการปัจจุบันกับสิ่งที่เทคโนโลยีทำให้เป็นไปได้ พร้อมพิจารณาว่าจะสร้างคุณค่าให้ลูกค้าอย่างไร ประสิทธิภาพและการลดต้นทุนยังสำคัญ แต่การทำงานแบบเดิมให้เร็วขึ้นเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เสียโอกาสให้คู่แข่งที่เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจหรือสร้างตลาดใหม่

Reimagine, Transform และ Engage ต้องเดินไปด้วยกัน

กรอบ Reimagine Transform Engage สำหรับการทรานส์ฟอร์มด้วย AI

กรอบที่คุณซิกเว่ใช้ประกอบด้วย Reimagine การมองความเป็นไปได้ใหม่ ๆ, Transform การปรับรูปแบบการดำเนินงานให้รองรับ และ Engage การทำให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วม ทั้งสามด้านต้องเชื่อมกัน เพื่อให้แนวคิดใหม่เกิดผลผ่านวิธีทำงานและการมีส่วนร่วมของคนในองค์กร

การเปลี่ยน Operating Model มีความยากกว่าการนำ AI ไปใช้กับกระบวนการบางส่วน เพราะต้องปรับวิธีคิด โครงสร้าง และความเคยชินที่สะสมมา โดยเฉพาะธุรกิจที่ยังดำเนินงานได้ดีและอาจยังไม่รู้สึกถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนแปลง

อีกคำถามหนึ่งในงานพบว่า ผู้เข้าร่วมประมาณ 20% มองว่า AI Transformation เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายเทคโนโลยี ซิกเว่ชี้ว่า ฝ่าย IT สามารถเตรียมระบบและเครื่องมือได้ แต่การตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนวิธีทำงานอย่างไร ใครมีอำนาจตัดสินใจเรื่องใด และจะสร้างคุณค่าใหม่ให้ลูกค้าแบบไหน ต้องอาศัยผู้นำและหน่วยธุรกิจร่วมกำหนด

ผู้นำจึงต้องเข้าใจ AI มากพอที่จะทบทวนรูปแบบการดำเนินงาน กำหนดทิศทาง และสร้างสภาพแวดล้อมให้พนักงานพัฒนาความสามารถ รวมถึงมีบทบาทกำหนดอนาคตองค์กร ซิกเว่สรุปแนวคิดนี้ด้วยคำว่า “You and I Transformation” ที่ให้ทุกคนร่วมรับผิดชอบการเปลี่ยนผ่าน

แนวทางของทรูเชื่อมการพัฒนา Business Intelligence การตัดสินใจระดับพื้นที่ผ่าน Nano Cluster และการมีส่วนร่วมของพนักงาน เพื่อให้ AI ช่วยขยายสิ่งที่คนทำได้และคุณค่าที่องค์กรสร้างให้ลูกค้า ติดตามข้อมูลของทรูเพิ่มเติมได้ที่ True

ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok