3 สิงหาคม 20263 สิงหาคม 2026
AIS Business และ Huawei Cloud ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เพื่อผสานเครือข่าย 5G คลาวด์ และ AI เข้าด้วยกัน ตั้งเป้าผลักดันภาคอุตสาหกรรมการผลิตไทยให้ก้าวสู่การผลิตอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยดึงจุดแข็งด้านโครงข่ายและความเข้าใจตลาดไทยของ AIS Business มาผสานกับเทคโนโลยีคลาวด์และองค์ความรู้ด้านการผลิตระดับโลกของ Huawei Cloud เพื่อให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีไปใช้ยกระดับกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
5G Private Network เชื่อมเครื่องจักรในโรงงานตรงเข้าคลาวด์ Huawei
ความร่วมมือครั้งนี้วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจร เริ่มจากการเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรและระบบการผลิตภายในโรงงานผ่าน 5G Private Network โครงข่ายไฟเบอร์ และระบบเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ก่อนส่งข้อมูลทั้งหมดขึ้นไปรวบรวม ประมวลผล และวิเคราะห์บนคลาวด์ด้วยกำลังประมวลผลของ GPU เพื่อต่อยอดเป็นแอปพลิเคชัน AI สำหรับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ
ไฟเบอร์และระบบเชื่อมต่อปลอดภัยรับส่งข้อมูลจากไลน์ผลิตถึง GPU ประมวลผล
จุดที่ต่างจากการติดตั้งคลาวด์ทั่วไปคือ การวางระบบเชื่อมต่อครอบคลุมตั้งแต่ชั้นเครือข่ายในโรงงานไปจนถึงชั้นประมวลผล AI บนคลาวด์ในคราวเดียว ผู้ประกอบการจึงไม่ต้องแยกจัดหา Network, Cloud และ AI จากผู้ให้บริการหลายราย ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารเทคโนโลยีและทำให้การลงทุนต่อยอดได้ต่อเนื่องในระยะยาว
ภาคการผลิตแบกรับ 25% ของ GDP ไทย จ้างงานกว่า 6.2 ล้านคน
นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาคการผลิตเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่าในปี 2024 ภาคอุตสาหกรรมของไทยมีสัดส่วนประมาณ 25% ของ GDP และคิดเป็น 16% ของการจ้างงาน หรือมากกว่า 6.2 ล้านคน เมื่อภาคการผลิตมีบทบาทสำคัญต่อประเทศขนาดนี้ จึงจำเป็นต้องร่วมกันยกระดับขีดความสามารถให้พร้อมรับการแข่งขันของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล AI ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีการผลิตรูปแบบใหม่ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวต้องมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยง Network, Cloud, Data และ AI เข้ากับระบบภายในโรงงานได้อย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพ
AIS Business วางตัวเป็นพันธมิตรโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ
ในฐานะ National Digital Infrastructure Partner นายภูผาระบุว่า AIS Business พร้อมเป็นพันธมิตรเคียงข้างผู้ประกอบการที่ต้องการทรานส์ฟอร์มธุรกิจและยกระดับกระบวนการผลิตสู่ยุคดิจิทัลอย่างครบวงจร เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต และวางแผนร่วมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตยุคใหม่ที่รองรับการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ
หกโซลูชัน AI ที่โรงงานไทยเริ่มใช้งานได้ทันที
ความร่วมมือนี้ต่อยอดไปสู่การใช้งานด้านการผลิตอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI หรือ AI-Driven Manufacturing ให้ผู้ประกอบการนำข้อมูล คลาวด์ และ AI ไปใช้ในกระบวนการผลิตได้จริง ครอบคลุม 6 รูปแบบดังนี้
- ตรวจสอบคุณภาพสินค้าอัตโนมัติด้วย AI (AI-powered Quality Inspection) เพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความสม่ำเสมอในการตรวจสอบ พร้อมลดความผิดพลาดจากการตรวจสอบด้วยคน
- คาดการณ์ความผิดปกติและวางแผนซ่อมบำรุงล่วงหน้า (Predictive Maintenance) นำข้อมูลจากเครื่องจักรและเซนเซอร์มาวิเคราะห์บนคลาวด์ด้วย AI เพื่อวางแผนซ่อมบำรุงได้แม่นยำขึ้น
- เชื่อมต่อหุ่นยนต์และยานพาหนะอัตโนมัติภายในโรงงาน (Connected Robotics, AGV และ AMR) ใช้ 5G Private Network ที่มีเสถียรภาพสูงรองรับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติทำงานร่วมกัน
- ติดตามสถานการณ์ผลิตภายในโรงงานแบบเรียลไทม์ (Real-time Factory Monitoring) เชื่อมข้อมูลจากเครื่องจักรและสายการผลิตเข้าคลาวด์ ให้ผู้บริหารตัดสินใจจากข้อมูลจริงได้ทันที
- วิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต (Production Line Optimization) ใช้ Data Analytics และ AI ระบุจุดติดขัด เพิ่มอัตราผลผลิตที่ได้มาตรฐาน ลดการใช้พลังงาน และบริหารต้นทุน
- จัดทำฐานข้อมูลกลางของโรงงานให้พร้อมต่อยอด AI (Industrial Data Platform for AI Readiness) เชื่อมข้อมูลจากระบบ IT, OT และ IoT เข้าด้วยกัน รองรับการพัฒนาแบบจำลอง AI, Digital Twin และระบบทำงานอัตโนมัติในอนาคต
การใช้งานทั้ง 6 รูปแบบเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นทรานส์ฟอร์มจากโจทย์สำคัญของโรงงานก่อน แล้วค่อยขยายผลไปยังสายการผลิตและกระบวนการอื่นตามความพร้อม โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนทั้งโรงงานพร้อมกันในครั้งเดียว
หัวเว่ย คลาวด์ วางรากฐานดิจิทัลแบบ End-to-End จับมือ AIS Business
นางสาวเซลีน เชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า อนาคตของภาคการผลิตจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้วยกำลังการผลิต แต่ด้วยความสามารถในการนำข้อมูลมาสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการวางรากฐานดิจิทัลแบบ End-to-End ตั้งแต่การเชื่อมต่อและรวบรวมข้อมูลจากเครื่องจักรและระบบภายในโรงงาน ไปจนถึงการประมวลผล วิเคราะห์ และนำ AI ไปใช้งานจริง ด้วยการผสานเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการผลิตระดับโลกของ Huawei Cloud เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โซลูชัน และความเข้าใจอุตสาหกรรมไทยของ AIS Business ในฐานะ Strategic Local Reseller Partner จะช่วยให้ผู้ประกอบการก้าวสู่การผลิตอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และพร้อมแข่งขันในตลาดโลก
Huawei Cloud ครองอันดับ 3 ตลาด IaaS ไทยตามรายงาน Gartner
Huawei Cloud เป็นผู้ให้บริการ Public Cloud ระดับนานาชาติรายแรกที่ตั้ง Data Center ในประเทศไทย ปัจจุบันดำเนินงานครอบคลุม 3 Availability Zones และจากรายงานล่าสุดของ Gartner ระบุว่าครองอันดับ 3 ด้านรายได้ในตลาด Infrastructure as a Service ของไทย ด้วยประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ICT กว่า 30 ปี Huawei Cloud สนับสนุนหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 40 แห่งและองค์กรธุรกิจชั้นนำจำนวนมากในประเทศอยู่แล้วก่อนหน้านี้
สำหรับตลาดไทยที่ยังขาดผู้ให้บริการที่เชื่อมโครงข่าย คลาวด์ และ AI ไว้ในแพ็กเกจเดียว ความร่วมมือระหว่าง AIS Business กับ Huawei Cloud เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้โดยตรง ผู้ประกอบการที่สนใจโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรมสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ AIS Business ตั้งแต่วันนี้
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok