เจาะก่อนเปิดตัวในไทย All-New Pajero 3 รุ่นย่อย 19 ต.ค. นี้

Published on 21 ก.ย. 2026

Mitsubishi Motor Thailand  เผยข้อมูลทางเทคนิคของ All-New Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันใหม่ ก่อนเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 3 รุ่นย่อย วันที่ 19 ตุลาคม 2569

ขุมพลังและระบบขับเคลื่อน

เครื่องยนต์ คลีนดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน Single VGT

กำลัง กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร

ระบบเกียร์ อัตโนมัติ 8 สปีด (8AT) พร้อม Sport Mode และ Paddle Shift

ระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD-II (SS4-II) ทำงานร่วมกับระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC), ระบบควบคุมการเข้าโค้ง Active Yaw Control (AYC) และโหมดการขับขี่ 7 Drive Modes

ช่วงล่าง ปรับเซ็ตใหม่เพื่อรองรับทั้งทางเรียบและทางฝุ่น
การปรับเซ็ตช่วงล่างใหม่ใน All-New Mitsubishi Pajero (PPV SUV) พัฒนาต่อยอดจากโครงสร้างแชสซีส์เหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High-Tensile Steel) ลดจุดด้อยเรื่องความตึงของรถโครงสร้าง Body-on-Frame ให้การยึดเกาะถนนที่นุ่มนวลทั้งทางเรียบและทางฝุ่น  ช่วงล่างด้านหน้าอิสระ ปีกนกคู่ 2 ชั้น (Double Wishbone) คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลงปรับตำแหน่งจุดยึดปีกนกบน ขยับตำแหน่งจุดยึดปีกนกบนให้สูงขึ้น เพื่อเพิ่มระยะยุบและยืดตัวของช่วงล่าง ส่งผลให้รถซับแรงกระแทกในทางขรุขระได้ดีขึ้น โดยที่ล้อยังคงแตะพื้นอย่างมั่นคงการควบคุมมุมแคมเบอร์ (Camber Geometry Optimization) ปรับจีโอเมตรีปีกนกใหม่ ลดการเปลี่ยนแปลงของมุมแคมเบอร์ขณะช่วงล่างยุบตัวยามเข้าโค้ง ช่วยให้หน้ายางขนาด 235/200 มม. (ขอบ 20 นิ้ว) สัมผัสราบไปกับพื้นถนนได้เต็มหน้ากว้าง ลดอาการหน้าดื้อ  เหล็กกันโคลงหน้าขนาดใหญ่ขึ้น ออกแบบจุดยึดโยงเหล็กกันโคลงใหม่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ส่งถ่ายแรงต้านการโคลงได้ฉับไว ช่วยลดอาการโคลงของตัวถัง (Body Roll) เมื่อเปลี่ยนเลนกะทันหัน

ช่วงล่างด้านหลังมัลติลิงก์ 5 จุดยึด (5-Link Multi-link) คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลงโครงสร้าง 5-Link คอยล์สปริง เปลี่ยนจากโครงสร้างตับแหนบในแพลตฟอร์มรถกระบะ มาเป็นคอยล์สปริงพร้อมแขนยึด 5 ทิศทาง (Trailing Arms, Lateral Rod/Panhard Rod) ยึดเสื้อเพลาหลังกับโครงแชสซีส์อย่างมั่นคง ช่วยลดอาการเต้นของเพลาหลัง (Axle Hop) ปรับจัดวางตำแหน่งโช้คอัพ  วางตำแหน่งโช้คอัพหลังเอียงเข้าหาจุดศูนย์กลางตัวรถและปรับจุดยึดให้ใกล้กับล้อมากขึ้น ช่วยรับแรงกระทำได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน  จุดยึดแขนลิงก์ 5 จุด ใช้บุชยางเนื้อพิเศษในการซับแรงสั่นสะเทือนความถี่สูงจากพื้นถนน  เพิ่มความตึงตัวเมื่อมีแรงกระทำด้านข้าง ช่วยให้เพลาหลังไม่ดิ้น การเซ็ต วาล์วโช้คอัพและการทำงานร่วมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์โช้คอัพขยายขนาดกระบอกและลูกสูบ เพิ่มปริมาตรน้ำมันและแรงดันแก๊สภายในกระบอกโช้ค ช่วยระบายความร้อนขณะลุยทางขรุขระต่อเนื่อง ปรับค่าความหนืดแบบ Progressively Damped เพื่อให้ความนุ่มนวล ซับแรงสั่นสะเทือน เพื่อหน่วงตัวถังหนักกว่า 2 ตัน ไม่ให้ยุบตัวจนสุดระยะ (Bottoming Out)  ทำงานร่วมกับระบบ AYC (Active Yaw Control) และ S-AWC ระบบจะใช้วาล์วเบรกช่วยกระจายแรงเบรกล้อฝั่งด้านในโค้งเพื่อสร้างแรงหมุนรอบแกนดิ่ง (Yaw Moment) ทำให้ช่วงล่างไม่ต้องแบกรับภาระถ่ายเทน้ำหนักมากเกินไป รถจึงเข้าโค้งได้ราบเรียบเหมือนรถคันเล็กกว่ามิติจริง

ดีไซน์ภายนอก

กระจังหน้า รุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลางใช้ดีไซน์แบบ Kendo Mask ส่วนรุ่นท็อปใช้กระจังหน้าแบบ Honeycomb

ชุดแต่งรุ่นท็อป ตกแต่งพิเศษบริเวณกันชนหน้า-หลัง, แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ (Skid Plate) และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว

ระบบไฟ ติดตั้งระบบไฟ Welcome Light เมื่อปลดล็อก และไฟแอนิเมชัน Dynamic Flow Light ยามล็อกและปลดล็อกรถ

ห้องโดยสายยกระดับความเงียบ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ใน All-New Mitsubishi Pajeroห้องโดยสารและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกดีไซน์และวัสดุ: ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง ตกแต่งด้วยหนังแท้สลับหนังสังเคราะห์โทนสีน้ำตาลคาเมล (Camel) ตัดสีดำ (Black)ความเงียบในห้องโดยสาร: ติดตั้งกระจกซับเสียง (Acoustic Glass) ประตูบานหน้าและบานหลัง เสริมวัสดุฉับเสียงรอบคัน ช่วยลดเสียงลมปะทะและเสียงเครื่องยนต์
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง (Memory) สัมพันธ์กับพวงมาลัยและกระจกมองข้างหน้าจอแสดงผล: แผงหน้าจอดิจิทัลแบบชิ้นเดียว Monolithic Dual Display ถ่ายทอดเค้าโครงคอนโซลจาก Pajero รุ่นแรก เชื่อมต่อหน้าจอสัมผัสและหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 14.3 นิ้ว จำนวน 2 จอเข้าด้วยกัน

ระบบเสียงและหลังคา เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง และหลังคากระจกพาโนรามาระบบความปลอดภัย Diamond Sense & MI-PILOTเทคโนโลยีความปลอดภัยปกป้อง 360 องศา ทำงานร่วมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ MI-PILOT ครอบคลุมฟังก์ชันสำคัญ:ระบบช่วยควบคุมเลน: เตือนและป้องกันรถออกนอกเลน (LDP / LDW) และช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)ระบบเตือนและตรวจจับ: เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว (LCDN), เตือนรถสวนทางด้านหน้า (FCTA), ตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ (MOD) และอ่านป้ายจราจร (TSR)ระบบป้องกันการชน: ช่วยตัดกำลัง/เบรกเมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด (EAPM) และช่วยเบรกขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTB)

การเปลี่ยนมาใช้แชสซี Ladder Frame / Body-on-Frame  ใน All-New Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันใหม่ แทนการใช้โครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อกชิ้นเดียว หรือ Monocoque with Integrated Ladder Frame  เหมือนใน Pajero Gen 4 (โฉม V80)  คือการแชร์แพลตฟอร์มเพื่อความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์  ลดต้นทุน R&D การพัฒนาโครงสร้างตัวถังโมโนค็อกสำหรับรถเอสยูวีขนาดใหญ่เพียงรุ่นเดียว มีต้นทุนการวิจัยและพัฒนาสูง เมื่อเทียบกับสัดส่วนยอดขายในปัจจุบันต่อยอดชิ้นส่วนร่วม แพลตฟอร์ม Ladder Frame ยุคใหม่ที่พัฒนาสำหรับ All-New Triton  ทำให้สามารถแชร์โครงสร้างพื้นฐาน เครื่องยนต์ (คลีนดีเซล 2.4 ลิตร 204 แรงม้า), ระบบเกียร์ 8AT, ระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD-II และระบบ S-AWC ร่วมกันได้ ช่วยลดต้นทุนการผลิตและทำราคาจำหน่ายในตลาดได้สมเหตุสมผลยิ่งขึ้น 

Ladder Frame มีความทนทานต่อการขับขี่ออฟโรด  ทนต่อแรงบิดตัวสูงกว่า แชสซีแบบ Body-on-Frame แยกส่วนโครงสร้างรับแรงออกจากตัวถังห้องโดยสาร ทำให้ทนต่อแรงบิดเค้น เมื่อใช้งานลุยทางทุรกันดาร ขับข้ามอุปสรรค หรือการปีนป่ายทางลาดชันแบบออฟโรดได้เหนือกว่า สำหรับความง่ายในการบำรุงรักษา หากเกิดการกระแทกหนักในการใช้งานออฟโรด ตัวแชสซีเหล็ก สามารถรับแรงบิดตัวหรือแรงกระแทกได้ดี ทำให้ห้องโดยสารไม่บิดเบี้ยวเสียรูป การซ่อมแซม ดัดดึง หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนโครงสร้างทำได้ง่าย ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าโครงสร้างโมโนค็อกที่ตัวถังเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด  Ladder Frame มีศักยภาพการลากจูงและการแบกรับน้ำหนักสูง โครงสร้างแบบ PPV SUV รับแรงดึงและแรงกดทับได้สูงมาก  New Pajero สามารถรองรับพิกัดลากจูงสูงสุด 2,000 กิโลกรัม และรับน้ำหนักกดหัวบอลลากจูง (Nose Weight) ได้ถึง 90 กิโลกรัม รวมถึงการบรรทุกสัมภาระเต็มคันบนทางขรุขระ โครงสร้าง Body-on-Frame กระจายภาระน้ำหนักไปยังคานเหล็กได้ดีโดยไม่สร้างความเค้นสะสมให้กับโครงสร้างห้องโดยสาร เทคโนโลยีแชสซีส์และระบบควบคุมยุคใหม่ที่ลบจุดด้อยเดิมในอดีต รถโมโนค็อกได้เปรียบเรื่องความนุ่มนวลและอาการโคลงที่น้อยกว่า แต่แชสซีส์ Ladder Frame ยุคใหม่ใช้ เหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High-Tensile Steel)  มีความแข็งแกร่งและทนทานต่อการบิดตัว โดยไม่เพิ่มน้ำหนักเมื่อนำมาจับคู่กับช่วงล่างด้านหลังแบบมัลติลิงก์, ระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้อ S-AWC, ระบบกระจายแรงเบรกเข้าโค้ง Active Yaw Control (AYC) และการบุวัสดุซับเสียงรอบคันร่วมกับกระจก Acoustic Glass ทำให้สามารถเซ็ตติ้งตัวรถให้มีความนุ่มนวล การทรงตัวดี และความเงียบในห้องโดยสารใกล้เคียงกับรถโครงสร้างโมโนค็อกอย่างมาก

Ladder Frame  เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายหลัก (Global Market Fit)ตลาดหลักของ Pajero อยู่ในภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้  ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับความคงทน  ใช้งานลุยฝุ่น ลุยน้ำ และสภาพถนนที่ยากลำบากได้อย่างยาวนานไม่จุกจิก การเลือกใช้แชสซีแบบ Body-on-Frame จึงตอบโจทย์การใช้งานจริงของลูกค้าในตลาดเหล่านี้ได้ตรงจุดที่สุด.

All-New Mitsubishi Pajero มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย (รุ่นเริ่มต้น, รุ่นกลาง และรุ่นท็อป) พร้อมเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่โชว์รูม Mitsubishi กว่า 180 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/