AMD (Advanced Micro Devices) กลายเป็นบริษัทชิปรายล่าสุดที่ก้าวเข้าสู่ “1 Trillion Club” หลังมูลค่าตลาดของบริษัททะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32 ล้านล้านบาท เป็นครั้งแรก เนื่องจากราคาหุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 10% ในการซื้อขายวันที่ 21 กันยายน 2026 แตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 615.52 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ก่อนปิดตลาดที่ระดับประมาณ 613 ดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจุบันราคาหุ้น AMD ปรับขึ้นกว่า 180% นับตั้งแต่ต้นปี (YTD)
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ AMD แต่เป็นภาพสะท้อนของการกลับมาเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงของหุ้นกลุ่ม Semiconductor โดยวันเดียวกัน Intel เพิ่มขึ้นราว 12% ขณะที่ Arm Holdings เพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ส่วนหุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Applied Materials (AMAT) และ Navitas Semiconductor (NVTS) ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญของ AMD ในรอบนี้อยู่ที่การเปลี่ยนภาพธุรกิจจากผู้ผลิต CPU และ GPU ไปสู่ผู้เล่นในตลาด AI Infrastructure ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่ CPU, GPU ไปจนถึงระบบประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Data Center
ตัวเลขผลประกอบการสะท้อนการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจน ไตรมาส 2 ปี 2026 AMD มีรายได้รวมประมาณ 11,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Data Center อยู่ที่ 6,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 107% โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากความต้องการ AMD EPYC Server CPUs และ GPU ตระกูล Instinct
ปัจจุบัน Data Center จึงไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจเสริมของ AMD แต่กลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของบริษัท โดยรายได้จากธุรกิจนี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 58% ของรายได้รวมในไตรมาสดังกล่าวและ AMD ยังมองว่าการเติบโตไม่ได้จบอยู่แค่ปีนี้ โดยบริษัทคาดว่าธุรกิจ Data Center จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องในปี 2027 ขณะที่ความต้องการ Server CPU และ AI Accelerator ยังขยายตัวตามการลงทุนของ Cloud และ Hyperscaler
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดเริ่มมอง AMD แตกต่างจากในอดีต คือ การที่บริษัทเริ่มมีลูกค้าระดับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เข้ามารองรับการขยายตัวของ AI Infrastructure โดย AMD มีข้อตกลงระยะหลายปีกับ OpenAI สำหรับการติดตั้ง GPU รวมสูงสุด 6 กิกะวัตต์ โดยเฟสแรก 1 กิกะวัตต์มีกำหนดเริ่มในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และใช้ GPU ตระกูล Instinct MI450
ขณะที่ Meta ก็ทำข้อตกลงกับ AMD เพื่อใช้งาน GPU สูงสุด 6 กิกะวัตต์เช่นกัน โดยระบบชุดแรกจะใช้ GPU ที่พัฒนาบนสถาปัตยกรรม MI450 ร่วมกับ CPU EPYC รุ่นที่ 6 และระบบ Rack-scale AI Infrastructure ภายใต้ชื่อ Helios ซึ่งกำหนดเริ่มส่งมอบในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
แม้ว่ามูลค่าตลาดของบริษัทยังอยู่ห่างจาก Nvidia ซึ่งเป็นผู้นำตลาดชิป AI อย่างมีนัยสำคัญ โดย Nvidia มีมูลค่าตลาดประมาณ 5.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ของชิปสำหรับ AI Data Center แต่ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ AMD ในตลาดชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลและ AI ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการลงทุนสูงที่สุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปัจจุบัน
ด้าน บล.เอเชีย พลัส มองว่า การปรับขึ้นของหุ้นกลุ่ม Semiconductor สะท้อนว่านักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักกับการเติบโตของ AI อีกครั้ง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นว่าการลงทุนใน AI Data Center ยังไม่จบ โดยตลาดไม่ได้มอง AMD เป็นเพียงผู้ผลิต CPU/GPU อีกต่อไป แต่กำลังให้น้ำหนักกับโอกาสที่ AI จะกลายเป็นธุรกิจหลักของ AMD ในระยะยาว โดยมีปัจจัยเฉพาะตัวจากดีล AI Data Center ขนาดใหญ่กับ OpenAI และ Meta รวมถึงการเปิดตัว MI450 และ Helios ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมไปยังผู้ผลิตอุปกรณ์รายอื่นในห่วงโซ่อุปทาน
อย่างไรก็ตาม มุมมองของ Asia Plus ระบุว่า ราคาหุ้น AMD ที่ปรับตัวขึ้นมาแรงได้สะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว จึงให้คำแนะนำ “ถือ” ขณะที่มองหุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์อย่าง AMAT และ NVTS ว่าได้รับประโยชน์จากการลงทุน AI และยังมี Upside ตามมุมมองของโบรกเกอร์
AI Agents กำลังเปลี่ยนเกมจาก GPU สู่ CPU
ทั้งนี้ การที่AMD กำลังขยับจากการเป็นทางเลือกในตลาด CPU/GPU ไปสู่การเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ยังสอดคล้องไปกับธีมที่ตลาดกำลังจับตา นั่นคือ การเปลี่ยนผ่านจากยุค AI Training ไปสู่ AI Inference และ Agentic AI
การฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ยังต้องใช้ GPU ในการประมวลผลอย่างเข้มข้น แต่เมื่อ AI ถูกนำไปใช้งานจริงมากขึ้น โดยเฉพาะ AI Agents ที่ต้องทำงานหลายขั้นตอน เช่น การวางแผน การเรียกใช้เครื่องมือ และการประสานงานระหว่างงานต่างๆ ความต้องการ CPU ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้โอกาสของ AMD ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ GPU สำหรับ AI แต่ยังครอบคลุมถึง Server CPU และระบบประมวลผลสำหรับ Data Center
ข้อมูลจาก AMD ระบุว่า บริษัทมองตลาด Server CPU มีโอกาสเติบโตไปแตะประมาณ 220,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ขณะที่ตลาด AI Accelerator สำหรับ Data Center มีโอกาสขยายตัวสู่ระดับประมาณ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
มากไปกว่านั้นสิ่งที่น่าสนใจอีกด้าน คือ เมื่อการลงทุน AI Data Center ถูกมองว่ายังไม่จบ ผลบวกจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้พัฒนา GPU หรือ CPU เท่านั้น การสร้าง Data Center หนึ่งแห่งต้องใช้ชิ้นส่วนและระบบจำนวนมาก ตั้งแต่ Semiconductor, Advanced Packaging, Memory, Networking, Power และ Manufacturing Equipment
ดังนั้นเมื่อ Hyperscaler และผู้ให้บริการ Cloud เดินหน้าลงทุน AI Infrastructure ต่อ บริษัทในห่วงโซ่อุปทานก็มีโอกาสได้รับประโยชน์ตามไปด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่การปรับขึ้นของ AMD ในวันจันทร์เกิดขึ้นพร้อมกับหุ้นชิปและอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์หลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Intel, Arm, AMAT และ NVTS
อ่านข่าวเทคโนโลยี โลกนวัตกรรม digital transformation กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/tech_innovation
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney