AOTGA ได้เวลาผงาด.!

Published on 11 ต.ค. 2026

เป็นอีกหนึ่งโครงการที่นักลงทุนเฝ้ารอ..ร๊อ..รอ..ว่า เมื่อไหร่จะได้ฤกษ์จรดปากกาเซ็นสัญญากันเสียที..? สำหรับโครงการให้บริการลานจอดรถและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง และโครงการให้บริการคลังสินค้า (คาร์โก้) สนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่ารวม 67,305.32 ล้านบาท

ขนาดได้ผู้ชนะการประมูลไปแล้วตั้งแต่เดือน ส.ค. 2568 นั่นคือ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีการเซ็นสัญญาสักที…

โอเค…ด้วยเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) สัญญาเลยต้องรัดกุมมีการตรวจทานค่อน ข้างเยอะหน่อย ทำให้ใช้เวลานานกว่าจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบ แล้วบังเอิ๊ญบังเอิญเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลชุดใหม่พอดิบพอดี ทำให้เวลาลากยาวมากว่า 1 ปี 

เวลาล่วงเลยมาจนหลาย ๆ คนแอบคิดว่าถูกเตะสกัดจากมือที่มองไม่เห็นอ๊ะป่าว..?? ที่ไหนได้เป็นภาวะจำยอมในแง่ของกระบวนการทางกฎหมาย…ก็ว่ากันไป 

แต่ถึงตอนนี้สิ้นสุดการรอคอยแล้ว เพราะล่าสุดบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ในฐานะเจ้าของโครงการได้อันเชิญ AOTGA เข้ามาเซ็นสัญญาทั้ง 2 โครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ต้องบอกว่า การมาของ AOTGA มีจุดที่น่าสนใจ…ด้วย AOTGA มีผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ประกอบด้วย AOT ถือหุ้นสัดส่วน 49% และบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ SAL ถือหุ้นอีก 51% (ใน  SAL มีบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ถือหุ้น 46.8%, บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ถือหุ้น 25.46% และบริษัท มายบ็อกส์ จำกัด ถือหุ้น 13.60%) 

แน่นอนว่าในเรื่องการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในสนามบิน AOT คงซัพพอร์ต AOTGA เต็มที่แหละ ขณะที่ AOTGA มาในยุคที่ AI ครองโลก เรื่องของระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็คงได้ SKY ซึ่งเป็นผู้ให้บริการและวงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารภายในสนามบินสุวรรณภูมิให้กับ AOT อยู่แล้ว มาช่วยสนับสนุน สร้าง Ecosystem กันภายในกลุ่ม

นั่นจะทำให้บริบทในการให้บริการภาคพื้นและคาร์โก้ของ AOTGA เปลี๊ยนไป๋…เข้าสู่ยุคดิจิทัลที่มี AI มาช่วยบริหารจัดการ ไม่แน่ต่อไปผู้โดยสารสามารถตรวจสอบกระเป๋าได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ต้องไปยืนชะเง้อชะแง้รอกระเป๋า 2-3 ชั่วโมงให้เมื่อยตุ้มอีกต่อไป 

ในส่วนของคาร์โก้ก็จะเป็นรูปแบบ One Stop Service เพื่อช่วยลดเวลาการรอสินค้า จากเดิมต้องใช้เวลา 8 ชั่วโมง ก็จะเหลือแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

แล้วที่น่าจับตาสถานีต่อไปของ AOTGA คงเป็น SET แหง ๆ เชื่อขนมกินได้..!!

ด้วย AOTGA ซึ่งตอนนี้มีสัญญาสัมปทานกับภาครัฐยาว 25 ปี อยู่ในมือ ก็จะทำให้สามารถฟาสต์แทร็คเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เลย โดยไม่ต้องรอส่งงบย้อนหลัง 3 ปีให้เสียเวลา

แล้วถ้าไปส่องผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าแข็งแกร่ง โดยปี 2566 มีรายได้รวม 2,515.43 ล้านบาท กำไรสุทธิ 627.26 ล้านบาท ปี 2567 มีรายได้รวม 3,647.48 ล้านบาท กำไรสุทธิ 892.59 ล้านบาท และปี 2568 มีรายได้รวม 4,208.76 ล้านบาท กำไรสุทธิ 898.01 ล้านบาท 

นี่ขนาดว่า AOTGA ยังไม่มีงานภาคพื้นและคาร์โก้เข้ามาเสริมนะ ยังทำกำไรเป็นกอบเป็นกำได้ขนาดนี้ แล้วต่อไปจะอู้ฟู่ขนาดไหนเนี่ย..?? ไม่อยากจะคิด

แต่สิ่งที่คิดได้ตอนนี้ การที่ AOTGA ได้เวลาผงาดอย่างนี้ บรรดาแม่ ๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น AOT,  SKY  และ III คงอิ่มเอมใจไปตาม ๆ กัน เพราะได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ

ส่วนถามว่า AOTGA จะได้ฤกษ์งามยามดีเข้าตลาดฯ เมื่อไหร่..??

คงต้องไปกระซิบถาม “ปวีณา จริยฐิติพงศ์” แม่ทัพหญิง AOT แล้วละ อ้อ…อีกคนที่น่าจะตอบได้คงเป็น “เฮียสิทธิเดช มัยลาภ” ของ SKY อ๊ะนะ

…อิ อิ อิ…