การประชุมสุดยอดผู้นำ APEC 2026 ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน กำลังใกล้เข้ามา ท่ามกลางสายตาโลกที่จับตาความเป็นไปได้ในการพบกันของ 3 ผู้นำมหาอำนาจ ‘สี จิ้นผิง-โดนัลด์ ทรัมป์-วลาดิเมียร์ ปูติน’
- ทำไมต้อง ‘เซินเจิ้น’?
- APEC 2026 เวทีเชื่อมเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก
- จับตา ‘สี จิ้นผิง-ทรัมป์’ ท่ามกลางการแข่งขันมหาอำนาจ
ขณะที่จีนเลือกใช้ ‘เซินเจิ้น’ เมืองที่ได้รับฉายาว่า ‘ซิลิคอนวัลเลย์ของจีน’ เป็นเวทีแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมส่งสัญญาณถึงบทบาทของจีนในเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางการแข่งขันทางเทคโนโลยีและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังต้องจับตา
รายงานของ South China Morning Post ระบุว่า เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งมีพรมแดนติดกับฮ่องกง จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจ APEC ในวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2026 ก่อนที่ผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิกจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอด APEC 2026 ในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 33 และเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพ APEC ของจีนในรอบ 12 ปี หลังจีนเคยเป็นเจ้าภาพในปี 2001 ที่เซี่ยงไฮ้ และปี 2014 ที่ปักกิ่ง และเซินเจิ้น
ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ท่ามกลางความคาดหวังว่าสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจพบกันอีกครั้ง
ขณะที่วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เป็นอีกหนึ่งผู้นำที่ถูกจับตาถึงความเป็นไปได้ในการเข้าร่วม ทั้งนี้ การเข้าร่วมของผู้นำแต่ละคนยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
สำหรับจีน การเป็นเจ้าภาพ APEC 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการจัดประชุมระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นโอกาสแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และอุตสาหกรรมขั้นสูง พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศในเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก
โดยเลือกใช้เซินเจิ้น เมืองที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของจีนจากฐานการผลิตสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลก เป็นเวทีต้อนรับผู้นำและนักลงทุนจากนานาประเทศ
ทำไมต้อง ‘เซินเจิ้น’?
เซินเจิ้นเริ่มต้นเส้นทางสู่การเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีในปี 1980 เมื่อจีนภายใต้การนำของ เติ้ง เสี่ยวผิง ผลักดันนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศ
พร้อมกำหนดให้เมืองทางตอนใต้ที่มีพรมแดนติดกับฮ่องกงแห่งนี้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone: SEZ) เพื่อทดลองเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศและกลไกตลาด
จากเมืองที่เป็นพื้นที่ทดลองนโยบายเศรษฐกิจ เซินเจิ้นเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี การผลิต และนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลก
วันนี้ เซินเจิ้นได้รับฉายาว่า ‘ซิลิคอนวัลเลย์ของจีน’ ในฐานะฐานสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Huawei, Tencent และ DJI รวมถึงธุรกิจเกิดใหม่ในอุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์
หัวใจสำคัญคือระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดหาชิ้นส่วน ไปจนถึงการผลิตจริง ช่วยให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนแนวคิดเป็นต้นแบบและต่อยอดสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว จนเกิดคำเรียกความสามารถนี้ว่า ‘Shenzhen Speed’
จากฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และฮาร์ดแวร์ เซินเจิ้นกำลังขยับสู่เทคโนโลยีขั้นสูง ทั้ง AI หุ่นยนต์ และ Embodied Intelligence หรือเทคโนโลยีที่ทำให้ AI สามารถรับรู้และโต้ตอบกับโลกกายภาพผ่านอุปกรณ์ เช่น หุ่นยนต์อัจฉริยะ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับโรงงานและกระบวนการผลิต
การเลือกเซินเจิ้นเป็นเจ้าภาพ APEC 2026 จึงเป็นโอกาสที่จีนจะนำเสนอศักยภาพด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง พร้อมสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
APEC 2026 เวทีเชื่อมเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก
การประชุม APEC 2026 อยู่ภายใต้แนวคิด ‘การสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกเพื่อความมั่งคั่งร่วมกัน’ (Building an Asia-Pacific Community for Shared Prosperity) โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงระหว่างสมาชิกในภูมิภาค
ประเด็นสำคัญครอบคลุมทั้งนวัตกรรม เศรษฐกิจดิจิทัล การประยุกต์ใช้ AI การพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนการเสริมสร้างเครือข่ายการค้าและห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสำคัญอย่างเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีสีเขียว
การจัดประชุมในเมืองที่มีระบบนิเวศเทคโนโลยีเข้มแข็งยังเป็นโอกาสให้จีนแสดงประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระบบขนส่ง การบริหารจัดการเมือง และบริการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค
จับตา ‘สี จิ้นผิง-ทรัมป์’ ท่ามกลางการแข่งขันมหาอำนาจ
อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้ APEC 2026 ได้รับความสนใจ คือความเป็นไปได้ที่สี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ จะพบกัน ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้า การแข่งขันทางเทคโนโลยี และข้อจำกัดทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ
การพบกันของผู้นำทั้งสองอาจเปิดช่องทางสำหรับการเจรจาและรักษาความสัมพันธ์ทางการทูต แต่ไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งทางเศรษฐกิจจะคลี่คลายลงโดยอัตโนมัติ เนื่องจากภาคธุรกิจยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายการค้า มาตรการควบคุมเทคโนโลยี และความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมการลงทุนในระยะยาว
ขณะเดียวกัน รายงานของ South China Morning Post รายงานอีกว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทสหรัฐฯ บางส่วนตัดสินใจไม่เข้าร่วมกิจกรรม APEC ที่เซินเจิ้น
โดยความล่าช้าในการแจ้งกำหนดการ รายละเอียดการประชุม และเนื้อหาที่ชัดเจน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริหารบางรายตั้งคำถามถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของการเข้าร่วมงาน
ประเด็นนี้สะท้อนความท้าทายของจีนในการดึงดูดความเชื่อมั่นจากภาคธุรกิจต่างชาติ แม้จีนยังคงเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ และเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก แต่บริษัทต่างชาติต้องพิจารณาปัจจัยอื่นควบคู่กัน ทั้งเสถียรภาพด้านนโยบาย การเข้าถึงเทคโนโลยี และความยืดหยุ่นในการจัดวางฐานการผลิต ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ
ท้ายที่สุด การเป็นเจ้าภาพ APEC 2026 จึงเป็นมากกว่าการจัดประชุมผู้นำระดับโลก เพราะเป็นทั้งเวทีที่จีนใช้แสดงศักยภาพของเซินเจิ้นในฐานะเมืองแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม
และบททดสอบว่านโยบายจีนจะสามารถเปลี่ยนโอกาสทางการทูตให้เป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นด้านการลงทุนได้มากเพียงใด ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญการแข่งขันทางเทคโนโลยีและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ภาพ: Rawpixel.com / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.scmp.com/news/china/politics/article/3371206/chinas-shenzhen-ready-host-xi-trump-and-putin-during-apec-summit?module=
- https://moderndiplomacy.eu/2026/08/13/apec-2026-why-china-chose-shenzhen-to-showcase-its-technology-power/
- https://world.storm.mg/articles/1172668