ศาลสั่ง Apple จ่ายเพิ่ม 184 ล้านดอลลาร์ ในคดีสิทธิบัตร Apple Watch ของ Masimo ทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็นประมาณ 818 ล้านดอลลาร์ โดยไม่กระทบฟีเจอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจในรุ่นปัจจุบัน
ภาระเงินชดเชยของ Apple ในคดีละเมิดสิทธิบัตรของ Masimo บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพิ่มขึ้นจากเดิม 634 ล้านดอลลาร์ หลังผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งให้ Apple จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 184 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ Bloomberg
คำสั่งดังกล่าวทำให้ยอดที่ Apple ต้องจ่ายเพิ่มเป็นประมาณ 818 ล้านดอลลาร์ และยังไม่รวมดอกเบี้ยหลังคำพิพากษาที่จะสะสมต่อไปจนกว่าจะชำระเงินตามคำพิพากษา
ศาลชี้ดอกเบี้ยเป็นการชดเชยรายได้ค่าสิทธิที่ Masimo ไม่ได้รับ
ผู้พิพากษา James Selna ปฏิเสธข้อโต้แย้งของ Apple ที่ว่าการเพิ่มดอกเบี้ยก่อนคำพิพากษาจะทำให้ Masimo ได้รับผลประโยชน์เกินควร โดยอ้างแนวทางของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ว่า ดอกเบี้ยที่นับตั้งแต่เวลาที่ควรได้รับเงินค่าสิทธิ เป็นเพียงการชดเชยให้เจ้าของสิทธิบัตรได้รับเงินครบถ้วน

กล่าวคือ ดอกเบี้ยนี้ชดเชยช่วงเวลาที่ Masimo ไม่ได้รับเงินค่าสิทธิ ซึ่งตามหลักแล้วบริษัทควรได้รับระหว่างช่วงที่เกิดการละเมิดสิทธิบัตร
อย่างไรก็ตาม ศาลไม่ได้รับข้อเรียกร้องของ Masimo ทั้งหมด โดย Selna ปฏิเสธคำขอให้ใช้อัตราดอกเบี้ย 7% ซึ่งจะทำให้ Apple ต้องจ่ายดอกเบี้ยถึง 243 ล้านดอลลาร์
ศาลเลือกใช้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมของ Masimo เองแทน และคำนวณแบบทบต้นรายปีนับตั้งแต่เริ่มเกิดการละเมิดสิทธิบัตร
คดีนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรวัดออกซิเจนในเลือด แยกจากคดีห้ามนำเข้า Apple Watch
ข้อพิพาทครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรของ Masimo ด้านการวัดระดับออกซิเจนในเลือดด้วยแสง หรือ pulse oximetry โดยในเดือน พ.ย. 2025 คณะลูกขุนตัดสินว่าฟีเจอร์ของ Apple Watch ซึ่งรวมถึงการแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจ ละเมิดสิทธิบัตรดังกล่าว และกำหนดให้ Apple จ่ายเงินชดเชย 634 ล้านดอลลาร์แก่ Masimo

Masimo ยังเป็นคู่กรณีกับ Apple ในคดีสิทธิบัตรอีกคดีหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่การห้ามนำเข้า Apple Watch บางรุ่นในสหรัฐฯ และทำให้ Apple ต้องปิดฟังก์ชันวัดออกซิเจนในเลือดบนเครื่องที่จำหน่ายใหม่ซึ่งได้รับผลกระทบ ก่อนที่ Apple จะนำฟีเจอร์เวอร์ชันที่ออกแบบใหม่กลับมาในปี 2025
คดีห้ามนำเข้าดังกล่าวเป็นคนละคดีกับคำสั่งจ่ายเงินชดเชยและดอกเบี้ยที่รายงานในครั้งนี้
ไม่กระทบฟีเจอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจใน Apple Watch รุ่นปัจจุบัน
หลังคำตัดสินของคณะลูกขุน Apple พยายามขอให้ศาลยกเลิกหรือลดจำนวนเงินชดเชย แต่ Selna ยืนยันคำตัดสินเดิมในเดือน ก.ค.
สิทธิบัตรที่เป็นข้อพิพาทหมดอายุไปแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2022 ดังนั้น คำตัดสินนี้จึงเกี่ยวข้องกับยอดขาย Apple Watch ในอดีต และไม่มีผลต่อฟีเจอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจใน Apple Watch รุ่นปัจจุบัน
ที่มา: MacRumors