Apple ฟ้อง OpenAI ข้อหาดึงตัวพนักงาน ขโมยความลับการค้า เพื่อใช้พัฒนาฮาร์ดแวร์ AI | DroidSans

Published on 11 ก.ค. 2026

ศึกใหญ่ในวงการเทคโนโลยีปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Apple ได้ยื่นฟ้องร้อง OpenAI (ผู้พัฒนา ChatGPT) บริษัทในเครืออย่าง io Products รวมถึงอดีตพนักงานระดับสูง ต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (Northern District of California) ในข้อหา ร่วมกันโจรกรรมความลับทางการค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ AI ของตนเอง

Apple ฟ้อง OpenAI
Apple ฟ้อง OpenAI

การฟ้องร้องความยาว 41 หน้าในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สั่นคลอนความสัมพันธ์ของสองมหาอำนาจเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด AI Consumer Hardware อีกด้วย

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Apple ฟ้องใหญ่ : ยื่นฟ้อง OpenAI, บริษัทดีไซน์ io Products และอดีตพนักงานระดับสูง 2 ราย
  • ข้อหาหลัก : ดึงข้อมูลลับเชิงลึก ทั้งผังแผงวงจรไฟฟ้า เทคนิคการผลิต และแผนพัฒนาฮาร์ดแวร์ลับ
  • พฤติการณ์ : มีการอาศัยช่องโหว่ระบบดาวน์โหลดเอกสารลับ นำชิ้นส่วนอุปกรณ์จริงมาส่องในการสัมภาษณ์งาน และสอนวิธีหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
  • ผลกระทบ : OpenAI ถูกกล่าวหาว่าสวมรอยใช้เทคนิคซัพพลายเออร์ของ Apple ในขณะที่บริษัทกำลังจะเปิดตัวฮาร์ดแวร์ชิ้นแรกและเตรียมเข้า IPO

ลำดับเหตุการณ์ จากพันธมิตรสู่ศัตรูในชั้นศาล

[อดีตพนักงานระดับสูงย้ายค่าย] > [แอบดึงข้อมูลลับ & ซัพพลายเออร์] > [เจรจาหลังบ้านแต่ล้มเหลว] > [ยื่นฟ้องร้องต่อศาล]

  1. การดึงตัวพนักงานระดับคีย์แมน : พนักงาน Apple กว่า 400 คน ย้ายไปร่วมงานกับ OpenAI รวมถึงผู้บริหารฝ่ายออกแบบและวิศวกรระดับสูง
  2. กุมภาพันธ์ : Apple พยายามติดต่อนอกรอบเพื่อเจรจาข้อกังวลเรื่องการละเมิดความลับทางการค้ากับทาง OpenAI แต่กลับถูกมองข้าม
  3. การเปลี่ยนทิศทาง AI ของ Apple : Apple เริ่มลดความพึ่งพา OpenAI โดยปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์หันไปใช้โมเดล Google Gemini บนอุปกรณ์มากขึ้น
  4. ปัจจุบัน : Apple รวบรวมหลักฐานพฤติกรรมการยักยอกข้อมูลได้แน่นหนา จึงยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางเพื่อหยุดการใช้ข้อมูลลับและเรียกค่าเสียหาย

บุคคลและองค์กรที่ถูก Apple ยื่นฟ้อง

Apple ได้ระบุชื่อผู้ถูกฟ้องอย่างเจาะจง ซึ่งล้วนเป็นตัวละครสำคัญในสายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์

  • OpenAI : องค์กรหลักที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการขโมยความลับทางการค้า
  • io Products : สตาร์ทอัปด้านการออกแบบที่ก่อตั้งโดย Jony Ive (อดีตหัวหน้านักออกแบบคู่บุญของ Apple) ซึ่งถูก OpenAI เข้าซื้อกิจการไปก่อนหน้านี้
  • Tang Yew Tan : อดีตรองประธานฝ่ายออกแบบ iPhone และ Apple Watch (ทำงานกับ Apple นาน 24 ปี) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Chief Hardware Officer ของ OpenAI
  • Chang Liu : อดีตวิศวกรไฟฟ้าซีเนียร์ (Senior Electrical Engineer) ที่ทำงานกับ Apple นาน 8 ปี

หลักฐานและพฤติการณ์ในคดี

Apple ได้เปิดเผยหลักฐานและพฤติกรรมที่อ้างว่าทำกันอย่างเป็นกระบวนการ เพื่อย่อระยะเวลาการพัฒนาฮาร์ดแวร์ AI ของ OpenAI

1. การดึงเอกสารลับและการหลบเลี่ยงระบบความปลอดภัย โดยอดีตวิศวกร

Chang Liu (อดีตวิศวกรไฟฟ้าซีเนียร์)

  • ใช้ช่องโหว่ระบบดึงไฟล์ : Liu แอบใช้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของระบบภายใน Apple เพื่อดาวน์โหลดเอกสารทางเทคนิคมากกว่า 1,000 หน้า รวมถึง ผังแผงวงจรไฟฟ้า (Circuit Board Design) ของอุปกรณ์ลับ ก่อนจะลาออก
  • หลีกเลี่ยงการรายงาน Bug : แทนที่จะรายงานช่องโหว่นี้ตามขั้นตอน เขากลับส่งข้อความคุยเล่นกับเพื่อนในเชิงตลกขบขัน (“LOL”, “So funny”)
  • ไม่คืนเครื่องมือทำงาน : Liu ไม่ได้คืนเครื่องคอมพิวเตอร์ MacBook ของบริษัท

Tang Yew Tan (อดีต VP ฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ ตอนนี้เป็น Chief Hardware Officer ของ OpenAI)

  • แอบถือครองคู่มือความปลอดภัย (“Need to Know”) : Tan ได้ครอบครองและส่งต่อเอกสารลับภายในชื่อ “Need to Know” ซึ่งระบุถึง “มาตรการความปลอดภัยและขั้นตอนการตรวจสอบพนักงานขณะลาออก” ให้กับพนักงานใหม่ของ OpenAI ก่อนที่พวกเขาจะแจ้งลาออกจาก Apple
  • สอนวิธีหลบเลี่ยงการตรวจสอบ : Tan แนะนำพนักงาน Apple ที่กำลังจะย้ายว่า ห้ามบอก Apple เด็ดขาดว่ากำลังจะไปทำงานที่ OpenAI เพื่อให้สามารถทำงานและดึงข้อมูลใน Apple ต่อไปได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

นอกจากนี้ อดีตพนักงานที่ลาออกมีการส่งอีเมลข้อมูลและเอกสารสเปคผลิตภัณฑ์เข้าสู่บัญชีส่วนตัวก่อนย้ายบริษัทอีกด้วย

2. พฤติกรรมระหว่างการสัมภาษณ์งาน

Apple อ้างว่าในการสัมภาษณ์พนักงาน Apple ที่สนใจมาร่วมงาน ผู้สัมภาษณ์ของ OpenAI ได้บอกให้ผู้สมัครนำ “ชิ้นส่วนอุปกรณ์จริง” มาใช้เป็นพร็อพประกอบการสัมภาษณ์เพื่อแสดงและอธิบาย

และยังแนะนำให้พนักงานของ Apple นำ “เอกสาร CAD/งานออกแบบ” และ “ต้นแบบ” มาในการสัมภาษณ์ และเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับงานของตน เช่น “การเลือกซับซิสเต็มและส่วนประกอบ” “เครื่องมือหรือวิธีการที่ใช้สำหรับการบูรณาการระบบ เช่น ซอฟต์แวร์ CAD เครื่องมือจำลอง” 

นอกจากนี้ แอปเปิลระบุว่า ผู้สมัครคนหนึ่งเริ่มแคปหน้าจอและดาวน์โหลดไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการลับสุดยอดของ Apple หลายชั่วโมงก่อนการสัมภาษณ์กับ Tan ซึ่งต่อมา Tan ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเดียวกันนั้นเมื่อเริ่มการสัมภาษณ์ Apple กล่าวว่านี่กลายเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ

3. การหลอกลวงห่วงโซ่อุปทาน

  • แอบอ้างสิทธิบัตร : OpenAI ติดต่อซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนของ Apple ให้ใช้ “เทคนิคการตกแต่งผิวโลหะแบบพิเศษ” ซึ่งเป็นสิทธิบัตรลับของ Apple โดยทำให้พันธมิตรดังกล่าวเข้าใจผิดว่าได้รับอนุญาตจาก Apple แล้ว 
  • ล้วงความลับแบตเตอรี่ : มีการใช้ศัพท์เทคนิคเฉพาะภายใน เพื่อเจาะจงถามซัพพลายเออร์ถึงเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ Apple กำลังซุ่มพัฒนาอยู่

ท่าทีและคำแถลงของทั้งสองฝ่าย

  • ฝ่าย Apple : ยืนยันว่าการฟ้องร้องครั้งนี้ทำไปเพราะมี หลักฐานสำคัญอย่างแน่นหนา และต้องการหยุดไม่ให้ OpenAI นำข้อมูลลับไปใช้ตัดหน้าในตลาด
  • Drew Pusateri (โฆษก OpenAI) : ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยระบุว่า “เราไม่มีความสนใจในความลับทางการค้าของบริษัทอื่น” พร้อมระบุว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคำฟ้อง และบริษัทยังคงมุ่งมั่นกับการสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนผู้คนทั่วโลก

ผลกระทบต่ออนาคตของ OpenAI

คดีความนี้เกิดขึ้นในจังหวะเวลาที่เปราะบางอย่างยิ่งสำหรับ OpenAI

  1. กระทบการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ : OpenAI มีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ชิ้นแรก (แป้นพิมพ์ AI) ภายในเดือนนี้ การถูกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอาจทำให้แผนการเปิดตัวสะดุด
  2. ความเชื่อมั่นในการเข้าสู่ตลาดหุ้น (IPO) : ข้อหาร้ายแรงด้านจริยธรรมและการขโมยสิทธิบัตร อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและมูลค่าบริษัท
  3. คดีความซ้ำซ้อน : ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม OpenAI และ Tang Tan ก็เคยถูกสตาร์ทอัปที่ชื่อ iyO ยื่นฟ้องในข้อหาขโมยความลับทางการค้าลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว

เนื้อหาการฟ้องร้องฉบับเต็ม >> Apple ฟ้อง OpenAI

ที่มา : 9to5mac, bbc