<ol>
AWC ผนึก 6 แบงก์ใหญ่ ดัน AWR REIT 5.1 หมื่นล้าน
เผยแพร่: 15 ต.ค. 2569 21:43 ปรับปรุง: 15 ต.ค. 2569 21:43 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
AWC ผนึก 6 ธนาคารชั้นนำของไทยและ Bank of America เตรียมนำ AWR REIT เข้าระดมทุน มูลค่าลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท มุ่งสู่กองทรัสต์อสังหาฯ กรรมสิทธิ์ Freehold ใหญ่ที่สุดในไทย ชูพอร์ต 5 โรงแรมและอาคารแลนด์มาร์ก พร้อมต่อยอดการเติบโตจากสินทรัพย์ใหม่ในเครือ
รายงานข่าวจาก บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เผิดเผยว่า AWC ได้ประกาศจับมือกับ 6 ธนาคารชั้นนำของไทย ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทหารไทยธนชาต ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ Bank of America เตรียมเสนอขายหน่วยทรัสต์ AWR – AWC Lifestyle Property Real Estate Investment Trust เพื่อมุ่งสู่การเป็นกองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์ประเภทกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
AWR REIT มีมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท โดยพอร์ตสินทรัพย์เริ่มต้นประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ระดับแลนด์มาร์ก 5 แห่ง ในกรุงเทพฯ สมุย กระบี่ และพัทยา ได้แก่ The Empire, Banyan Tree Koh Samui Hotel, Banyan Tree Krabi, Meliá Koh Samui และ Pattaya Marriott Resort and Spa
การจัดตั้งกองทรัสต์ครั้งนี้มีเป้าหมายเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์กรรมสิทธิ์ Freehold ในทำเลศักยภาพ พร้อมสร้างโอกาสเติบโตจากผลประกอบการของสินทรัพย์ การเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว และการขยายพอร์ตลงทุนผ่านสินทรัพย์ใหม่ในเครือ AWC
สำหรับแนวทางการเติบโตของ AWR REIT แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ การเติบโตจากผลการดำเนินงาน (Performance Growth) โดยสินทรัพย์ทั้ง 5 แห่งมี EBITDA เติบโตอย่างต่อเนื่อง การเติบโตจากมูลค่าสินทรัพย์ (Appreciation Growth) จากอสังหาริมทรัพย์ Freehold ในทำเลศักยภาพที่หาได้ยาก และการเติบโตจากการเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติม (Acquisition Growth) ผ่านสิทธิในการปฏิเสธก่อนเข้าลงทุน (Right of First Refusal: ROFR)
สิทธิดังกล่าวครอบคลุมสินทรัพย์ศักยภาพสูงที่ AWC คัดเลือกไว้เบื้องต้น 9 แห่ง และยังมีโอกาสต่อยอดจากโครงการอีก 48 แห่งในพอร์ตปัจจุบันของ AWC รวมถึงโครงการคุณภาพที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต เพื่อเพิ่มศักยภาพการขยายพอร์ตและสร้างการเติบโตในระยะยาว
ด้านการกำกับดูแลกิจการ AWR REIT วางโครงสร้างให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยกำหนดให้มีกรรมการอิสระมากกว่า 60% ซึ่งร่วมแต่งตั้งโดยทรัสตี พร้อมออกแบบค่าธรรมเนียมการบริหารให้เชื่อมโยงกับการเติบโตของผลตอบแทนต่อหน่วยทรัสต์ (DPU Growth) เพื่อสร้างแรงจูงใจที่สอดคล้องกันระหว่างผู้จัดการกองทรัสต์ AWC และผู้ถือหน่วยทรัสต์
AWC ระบุว่า ความร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำทั้ง 7 แห่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับตลาดทุนไทย ผ่านการนำเสนอสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์คุณภาพในรูปแบบ REIT ที่มีโครงสร้างการลงทุนและการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมสร้างโอกาสการลงทุนและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว