
กระทรวงพลังงาน ยันปริมาณน้ำมันดีเซลสำรองในไทยมีเพียงพอรับมือความผันผวนของตลาดโลก พร้อมเร่งใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ บรรเทาค่าครองชีพ และวอนประชาชนร่วมมือประหยัดพลังงาน หันมาใช้ B20 ลดการนำเข้า
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกที่กำลังประสบภาวะผันผวนอย่างหนักในขณะนี้ว่า กระทรวงพลังงาน ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอยืนยันว่าปริมาณน้ำมันดีเซลสำรองภายในประเทศ ยังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยวิกฤตด้านพลังงานทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนโดยตรง กระทรวงพลังงาน จึงขอความร่วมมือและวอนให้ประชาชนเข้าใจถึงความจำเป็นของสถานการณ์ด้านราคาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
สำหรับสาเหตุหลักของความผันผวนดังกล่าว เกิดจากปัจจัยทางนโยบายของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ โดยมีรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจพิจารณายกเลิกการส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ ภายหลังจากราคาปรับตัวพุ่งสูงถึง 6.50 เหรียญสหรัฐต่อแกลลอน ซึ่งเป็นระดับที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าถึง 75% หรือคิดเป็นเงินไทยเทียบเท่าประมาณ 57.15 บาทต่อลิตร ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อควบคุมราคาพลังงานภายในประเทศของสหรัฐฯ เอง
ขณะเดียวกัน ด้านรัสเซียมีแนวโน้มที่จะขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการห้ามผู้ผลิตส่งออกน้ำมันดีเซลออกไปอีก 1 เดือน จนถึงวันที่ 31 ต.ค. 69 เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งภายในรัสเซียยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติภายหลังจากการถูกโจมตีโดยยูเครน โดยก่อนหน้านี้รัสเซียได้เริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามส่งออกดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. 69 ทั้งนี้ ในปี 68 รัสเซียมีปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลสูงถึง 813,000 บาร์เรลต่อวัน การขาดหายไปของอุปทานส่วนนี้จึงส่งผลกระทบต่อความตึงตัวของตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“แม้ว่าราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกจะมีความผันผวน และปรับตัวขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงมาก ซึ่งปัจจัยสำคัญไม่ได้มาจากเพียงราคาน้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากภาวะอุปทานน้ำมันดีเซลที่ตึงตัวขึ้นจากกำลังการกลั่น และปริมาณดีเซลในตลาดโลกลดลง ทำให้ราคาดีเซลปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว” นายวีรพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการเข้าดูแลและควบคุมราคา เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาระค่าครองชีพของประชาชนให้น้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการลดราคาหน้าโรงกลั่น และการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง B20 กระทรวงพลังงาน ขอให้ประชาชนมีความเข้าใจในสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น และร่วมใจกันใช้พลังงานอย่างประหยัด เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นช่วงเวลาที่มีความท้าทายนี้ไปได้
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน