แชร์ :

ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดบิวตี้เมืองไทยที่มีผู้เล่นทั้งไทยและต่างชาติตบเท้าเข้ามาชิงเค้กก้อนโตนี้อย่างต่อเนื่อง ชื่อของ “มีน – ยศพร สุวรรณวิเชียร” กรรมการผู้บริหาร บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด (Beyond Beauty Trade) กลายเป็นชื่อที่ถูกจับตามองอย่างยิ่งในฐานะ CEO ยุคใหม่ที่ไม่เพียงแต่นำเข้าสินค้า แต่คือผู้เขย่าวงการสกินแคร์ไทยและเกาหลี
ด้วยการพาแบรนด์ “บาโนบากิ” (Banobagi) จากผลิตภัณฑ์ในโรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะกลุ่ม ขึ้นแท่นมาส์กหน้าที่ขายดีที่สุดในไทยติดต่อกันถึง 7 ปีซ้อน ทะยานยอดขายเติบโตต่อเนื่อง 500% และที่สำคัญที่สุด เธอคือคนไทยคนแรกและต่างชาติเพียงรายเดียวที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้าถือหุ้นใน “บาโนบากิ คอสเมติก เกาหลี”

เส้นทาง 10 ปี สู่ความสำเร็จ ที่ตอบโจทย์ Insight ความงามของคนไทย
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ผลิตภัณฑ์ของ Banobagi ยังเป็นเพียงสกินแคร์ที่วางขายอยู่ภายในโรงพยาบาลศัลยกรรมอันดับ Top 5 ของเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ด้วยสายตาที่เฉียบคมของคุณยศพร เธอไม่ได้มองเห็นแค่ “สินค้า” แต่มองเห็น “ศักยภาพของนวัตกรรม” จากทีมแพทย์ผิวหนังระดับโลก
เธอก้าวเข้าหาคุณหมอเจ้าของโรงพยาบาลที่เกาหลี พร้อมข้อเสนอที่ไม่ใช่แค่การซื้อมาขายไป แต่เป็นการ “ร่วมพัฒนา” (Co-development) โดยเธอยึดหลักการที่ว่า “จะทำอย่างไรให้ศาสตร์ความงามระดับผู้เชี่ยวชาญเกาหลี เข้าถึงผิวคนไทยในราคาที่จับต้องได้”

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความแตกต่าง “คุณยศพร” นำ Insight ของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวจากสภาพอากาศร้อนชื้น พฤติกรรมการนอนดึก หรือการใช้โซเชียลมีเดียจนหน้าโทรม ไปทำงานร่วมกับทีม R&D ของเกาหลี จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนไทยอย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องเนื้อสัมผัสและสารบำรุงที่เข้มข้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ
ความสำเร็จของ Banobagi ในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หลังในปี 2018 เมื่อเริ่มทำตลาดอย่างจริงจัง ผลิตภัณฑ์ Facial Mask ของแบรนด์สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่แบรนด์มียอดขายเติบโตก้าวกระโดดถึง 100% จากแคมเปญ “มาสก์หน้า 7 วัน” ซึ่งเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยให้หันมาดูแลตัวเองที่บ้านมากขึ้น
ความสำเร็จนี้สะท้อนด้วยรางวัล Watsons Award ในหมวดมาสก์หน้าขายดีที่สุดต่อเนื่อง 7 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปี 2020-ปัจจุบัน) ซึ่งคุณยศพรเปรียบเปรยว่าเป็นเหมือน “รางวัลออสการ์ของวงการบิวตี้” ที่เงินก็ซื้อไม่ได้ แต่ได้มาเพราะพลังแห่งศรัทธาของผู้บริโภคอย่างแท้จริงจากยอดขายที่เติบโตกว่า 500% ในไทย ทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “Thailand Model” ต้นแบบความสำเร็จที่บาโนบากิ เกาหลี นำไปใช้เป็นพิมพ์เขียวในการขยายธุรกิจไปยังกว่า 26 ประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่ตลาดลูก แต่นี่คือ “เข็มทิศ” ของแบรนด์ในระดับสากล
ทั้งนี้ ตลาด Facial mask ในไทยได้เติบโตขึ้นอย่างมาก มูลค่าตลาดปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 6,052.9 ล้านบาทในปี 2024 ในประเทศไทย โดยข้อมูลจาก Euromonitor ชี้ว่า ตลาด Facial Mask ไทยเติบโตต่อเนื่องกว่า 73% ภายใน 5 ปี จากมูลค่า 3,487.6 ล้านบาทในปี 2019 พุ่งสู่กว่า 6,052.9 ล้านบาทในปี 2024 และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับยอดขายแบรนด์ Banobagi ในไทย จากปี 2018 จนถึงปัจจุบัน ยอดขายเติบโตขึ้น 500%

ก้าวข้ามขีดจำกัด… จากคู่ค้าสู่ “Strategic Partner” (ผู้ถือหุ้นต่างชาติรายแรก)
สิ่งที่ทำให้ชื่อของ “คุณยศพร สุวรรณวิเชียร” กลายเป็นปรากฏการณ์ในวงการธุรกิจบิวตี้ คือการที่เธอได้รับข้อเสนอจากบริษัทแม่ที่เกาหลีให้เข้าถือหุ้น 10% ใน “บาโนบากิ คอสเมติก” ซึ่งถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากมากสำหรับธุรกิจเกาหลีที่ขึ้นชื่อเรื่องความระมัดระวังในการรับพาร์ทเนอร์ต่างชาติ

“เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงคนขายสินค้า แต่เรามองเขาเป็น Partner ไม่ใช่ Supplier และเขาก็มองเราเป็นส่วนหนึ่งของทีม” คุณยศพรกล่าว
การเข้าถือหุ้นครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ทีมแพทย์เกาหลีมีต่อผู้บริหารหญิงไทยคนนี้ ที่สามารถทำให้แบรนด์ก้าวข้ามจากสินค้าในโรงพยาบาลสู่ตลาดแมสระดับโลกได้อย่างสง่างาม และยังเป็นเครื่องยืนยันว่า บียอนด์ บิวตี้ เทรด และ บาโนบากิ จะเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนในฐานะเจ้าของแบรนด์ร่วมกัน
นอกเหนือจากคุณภาพสินค้า “คุณยศพร” ยังเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารแบรนด์ผ่าน “People” โดยการเลือกพรีเซนเตอร์ที่สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและความนิยมอย่างตรงจุด ตั้งแต่คุณมดดำ คชาภา, ศิลปินวง Proxie, Ten NCT จนถึงล่าสุดคือคู่ขวัญแห่งยุคอย่าง “พีพี กฤษฏ์” และ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์”
การนำ “พีพี-บิวกิ้น” มาเป็นตัวแทนแบรนด์ ไม่ใช่แค่เรื่องของฐานแฟนคลับ แต่เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัย และสะท้อนความเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์นี้ดีจริงจนศิลปินระดับท็อปเลือกใช้ นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ Gen Z เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน Banobagi เกาหลี มีธุรกิจหลักครอบคลุม 3 กลุ่มธุรกิจ คือ โรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม การลงทุนในคลินิก และกลุ่มธุรกิจคอสเมติก โดยธุรกิจคอสเมติก มี Skincare และ Facial mask ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดและความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนต่อยอดการเติบโตในอนาคต รวมถึงแนวทางการเข้าสู่ตลาดทุนในสิงคโปร์และเกาหลี เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระดับสากล
ล่าสุดได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ Banobagi PDRN ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดจากเกาหลีที่ผสานสารสกัดจากแซลมอนและโสมเกาหลีเข้าด้วยกัน โดยใช้เทคโนโลยี Double ExoBoost และ Micro Grinding Method ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ประกอบด้วย 6 ไอเทมหลัก ตั้งแต่โฟมล้างหน้า, เซรั่ม, ไปจนถึงมาสก์ลอกออกเนื้อฟิล์ม (Wrapping Mask) ที่สามารถฟื้นฟูผิวได้ลึกถึงระดับเซลล์ ตอบโจทย์เทรนด์ผิวฉ่ำวาว (Glass Skin) ที่คนไทยโหยหา ซึ่งนี่จะเป็นอีกหนึ่งหมากสำคัญในการรักษาตำแหน่ง Top of Mind ของแบรนด์
แชร์ :