ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง ‘เดินเผชิญสืบ’ ตรวจบัตรเลือกตั้ง-ต้นขั้วใน กทม. ปม Barcode-QR Code อาจเชื่อมตัวผู้ใช้สิทธิ นัดวินิจฉัย 28 ก.ย.

Published on 26 ส.ค. 2026

วันนี้ (26 สิงหาคม) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่ผลการประชุมปรึกษาคดีที่สำคัญและเป็นที่สนใจจำนวน 2 เรื่อง โดยคดีสำคัญคือ กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีรหัสแท่ง หรือ Barcode และรหัสคิวอาร์ หรือ QR Code อาจทำให้สามารถสืบทราบตัวตนของผู้ลงคะแนนและผลการลงคะแนน จนกระทบต่อหลักการออกเสียงโดยลับหรือไม่

  • ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่น 22 คำร้อง ปมบัตรเลือกตั้งอาจไม่เป็นความลับ
  • ‘เดินเผชิญสืบ’ คืออะไร
  • มอบ 2 ตุลาการตรวจบัตร-ต้นขั้ว 27 สิงหาคม
  • ไต่สวนพยาน 5 ปาก เสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวน
  • นัดฟังคำวินิจฉัย 28 กันยายน ถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียง

ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีเหตุจำเป็นต้อง ‘เดินเผชิญสืบ’ โดยมอบหมายตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ ไปตรวจสอบสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร บัตรเลือกตั้งที่เหลือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 27 สิงหาคมนี้ ก่อนนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 28 กันยายน 2569

ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่น 22 คำร้อง ปมบัตรเลือกตั้งอาจไม่เป็นความลับ

สำหรับคดีนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในเรื่องพิจารณาที่ ต.30/2569

ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะ ซึ่งเป็นผู้ถูกร้อง ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code)

คำร้องกล่าวอ้างว่า รหัสดังกล่าวน่าเชื่อได้ว่าสามารถใช้สืบทราบและตรวจสอบตัวตนของผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับ และเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224

‘เดินเผชิญสืบ’ คืออะไร

คำว่า ‘เดินเผชิญสืบ’ เป็นศัพท์ในกระบวนพิจารณาคดี หมายถึง การที่ศาลหรือตุลาการซึ่งได้รับมอบหมายออกไปตรวจดูหรือสืบพยานหลักฐาน ณ สถานที่จริงนอกที่ทำการศาล เช่น บุคคล วัตถุ สถานที่ หรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งอาจไม่สะดวกหรือไม่สามารถนำเข้ามาตรวจสอบภายในห้องพิจารณาคดีได้

พูดอย่างง่ายคือ เป็นการที่ศาลออกไป “เห็นและตรวจสอบพยานหลักฐานด้วยตนเองในสถานที่จริง” เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการวินิจฉัย ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปเผชิญหน้ากับคู่กรณี และยังไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด

ข้อ 28 ของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 กำหนดว่า ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือเป็นการจำเป็น ศาลอาจมอบหมายให้ตุลาการเดินเผชิญสืบพยานหลักฐานนอกที่ทำการศาลแทนศาลได้ ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562

สำหรับคดีนี้ การเดินเผชิญสืบจึงเป็นขั้นตอนที่ศาลจะลงไปตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตลอดจนระบบและวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในสภาพจริง เพื่อประกอบการพิจารณาข้อกล่าวอ้างว่า Barcode และ QR Code สามารถเชื่อมโยงย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนและผลการลงคะแนนได้หรือไม่

การมีคำสั่งเดินเผชิญสืบยังไม่อาจแปลได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเห็นแล้วว่าบัตรเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ หรือการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นขั้นตอนรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐานก่อนมีคำวินิจฉัย

มอบ 2 ตุลาการตรวจบัตร-ต้นขั้ว 27 สิงหาคม

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุจำเป็นให้เดินเผชิญสืบพยานหลักฐานนอกที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญแทนศาล ตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 28

ศาลรัฐธรรมนูญจึงมอบหมายให้ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้รับผิดชอบสำนวน ร่วมตรวจสอบกับศาลรัฐธรรมนูญ ณ สถานที่เก็บพยานหลักฐาน ประกอบด้วย

  • บัตรเลือกตั้ง
  • ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง
  • บัตรเลือกตั้งที่เหลือ
  • บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  • วัสดุและอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

การเดินเผชิญสืบกำหนดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป โดยให้คู่กรณีเข้าร่วมตรวจสอบด้วย หากคู่กรณีฝ่ายใดไม่เข้าร่วมตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว ให้ถือว่าคู่กรณีฝ่ายนั้นไม่ติดใจเข้าร่วมการเดินเผชิญสืบ

ไต่สวนพยาน 5 ปาก เสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวน

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังออกนั่งพิจารณาคดีเพื่อไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลเรียกมาให้ถ้อยคำจำนวน 5 ปาก ได้แก่

นายแสวง บุญมี

นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์

นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ

นายภาคภูมิ ภูอุดม

นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง

ศาลให้พยานทั้ง 5 ปากรับรองบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นที่ได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญไว้ล่วงหน้า และตอบข้อซักถามของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงอนุญาตให้คู่กรณีซักถามเพิ่มเติม ก่อนมีคำสั่งว่าคดีเป็นอันเสร็จการไต่สวน

นัดฟังคำวินิจฉัย 28 กันยายน ถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียง

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้คู่กรณียื่นแถลงการณ์ปิดคดีเป็นหนังสือภายในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 หากไม่ยื่นภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าไม่ติดใจยื่น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 67 ประกอบมาตรา 31 และข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 24

จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะกำหนดประเด็นที่จะพิจารณาวินิจฉัย นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. พร้อมนัดฟังคำวินิจฉัยในวันเดียวกัน เวลา 14.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์

การอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 28 กันยายนจะมีการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียง โดยศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้เฉพาะคู่กรณีและบุคคลที่ศาลเห็นสมควรเข้าร่วมรับฟัง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง

แฟ้มภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

ABOUT THE PHOTOGRAPHER

ศวิตา พูลเสถียร

ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD