
เดิมทีเรามักได้เห็นปรากฏการณ์ “Sell on Fact” หรือขายทำกำไรเมื่อข่าวดีเกิดขึ้นจริง กับปรากฏการณ์ “Buy on Fact” หรือซื้อเมื่อความจริงปรากฏ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับหุ้นธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เมื่อวันก่อน น่าจะเรียกปรากฏการณ์ “สาดออนแฟกต์” เสียมากกว่า..!?
เพราะพอประกาศงบไตรมาส 2/2569 ออกมาปุ๊บ…หุ้น BBL ถูกสาดทิ้งปั๊บ ส่งผลให้ราคาหุ้นในกระดานเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 ร่วงหนักลงมาปิดตลาดที่ 187 บาท ปรับลดลง 13 บาท หรือปรับลดลง 6.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นกว่า 11,844.31 ล้านบาท
โดยเป็นแรงขายสุทธิผ่านบัญชี NVDR สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของตลาด ด้วยมูลค่า 2,457.73 ล้านบาทเลยทีเดียว..!!
ซึ่งไม่ค่อยเห็นบ่อยนักที่หุ้น BBL ลงหนักขนาดนี้ โอเค…ที่ผ่านมาจะเห็นราคาปรับขึ้นลงตามกระแส แต่การลงหนักระดับ 6-7% ก็สร้างความฮือฮาไม่น้อยทีเดียว…
งั้นลองไปแคะงบ BBL ดูหน่อยดีกว่า…
ในไตรมาสนี้ BBLรายงานกำไรสุทธิที่ 9,498 ล้านบาท ลดลง 19.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11,840 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 20,492 ล้านบาท ลดลง 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 24,458 ล้านบาท
โอเค…รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,769 ล้านบาท ลดลง 12.4% เป็นผลมาจากการปรับดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งลูกค้าหลักของ BBL เป็น Corporate หรือกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ชั้นดี เวลาจะปรับลดดอกเบี้ยลง ก็ต้องให้สิทธิพิเศษ จะยิ่งไปกดดัน NIM (ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ) ให้แคบลง…อันนี้เป็นที่รับรู้กันอยู่แล้ว
ขณะที่ BBL ขึ้นชื่อว่าเป็นแบงก์ที่ conservative สุด ๆ…แต่จู่ ๆ NPL หรือหนี้เสียในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.3% จาก 3.1% ในไตรมาสก่อน..
ก็น่าขบคิดว่า NPL ที่เพิ่มขึ้นเกิดจากลูกหนี้รายใหญ่เจ้าไหนกันเนี่ย..??
ว่ากันว่าเป็นการ Relapse หรือกลับมาผิดนัดซ้ำสองของลูกหนี้บางกลุ่มธุรกิจ…แล้วลูกหนี้รายนั้นเป็นไผ…อยากรู้จัง..??
ถ้าดูข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏก่อนหน้านี้ ต้องย้อนไปที่เหตุการณ์เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด หล่นทับรถไฟโดยสารขบวน 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ซึ่งมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
ตามด้วยเหตุการณ์คานปูนและเครนก่อสร้างทางยกระดับ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถล่มลงมาบริเวณเกาะกลางถนนพระราม 2 ทับรถยนต์ประชาชน 2 คัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง กลายเป็นสองเหตุการณ์สะเทือนขวัญรับต้นปี 2569..!?
หลังจากนั้น นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็สั่งเปรี้ยงให้กระทรวงคมนาคมยกเลิกสัญญา 2 โครงการ พร้อมขึ้นแบล็กลิสต์บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ในฐานะผู้รับจ้างหลัก…แน่นอนว่า การที่ ITD ถูกยกเลิกสัญญาจะกระทบชิ่งไปยังสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ของ ITD ซึ่งมี 4 แห่งด้วยกัน ประกอบด้วย BBL มูลหนี้ 8,000 ล้านบาท แบงก์กสิกรไทย มูลหนี้ 6,000 ล้านบาท แบงก์ไทยพาณิชย์ มูลหนี้ 6,000 ล้านบาท และแบงก์กรุงไทย 4,000 ล้านบาท
แล้วถ้าย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน ITD เคยเกือบไม่รอดมาแล้ว…ดีนะที่เจ้าหนี้อย่างแบงก์เข้ามาอุ้ม เลยทำให้รอดตายมาได้หวุดหวิด
ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ที่เห็น NPL ของ BBL โป่งขึ้นมา เป็นเพราะหนี้เสียของ ITD ป๊ะเนี่ย..??
จากเดิมหนี้ก้อนนี้ถูกจัดชั้นแค่ stage 2 มาวันนี้ถูกเลื่อนชั้นลงเป็น stage 3 ที่เป็น NPL ไปแล้วอ๊ะป่าว..?? ไม่รู้ ๆๆ
ที่รู้…พองบไม่สวย ผสมโรงกับ NPL โป่ง หุ้น BBL เลยถูกทิ้งอย่างที่เห็น…
แต่มองอีกมุม…อาจเป็นช่วงกระหน่ำซัมเมอร์เซลให้เก็บของก็ได้ อย่าลืมว่าดิวิเดนด์ยีลด์ที่ 5% ของ BBL ก็ไม่น้อยหน้าใครนะจิบอกให้…
…อิ อิ อิ…