
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,011.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 993.09 ล้านบาท แม้รายได้จากการให้บริการรวมอยู่ที่ 3,982 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.4% แต่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจระบบรางที่เติบโต รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิยังขยายตัว
ทั้งนี้ รายได้จากการให้บริการไตรมาส 2/2569 แบ่งเป็น ธุรกิจทางพิเศษ 2,071 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณรถใช้ทางพิเศษเฉลี่ยอยู่ที่ 1.08 ล้านเที่ยวต่อวัน ใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการเดินทางไปทำงาน สถานที่ราชการ และศูนย์การค้า รวมถึงการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการก่อสร้าง ขณะที่ปัจจัยกดดันมาจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและผันผวน รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจทางพิเศษอยู่ที่ 1,309 ล้านบาท ลดลง 2%
ด้าน ธุรกิจระบบราง เป็นส่วนที่เติบโตเด่น โดยมีรายได้ 1,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท หรือ 3% ตามจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยทุกประเภทวัน 393,900 เที่ยวต่อวัน และเฉลี่ยวันทำการ 461,500 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 2% และ 1% ตามลำดับ ขณะที่รายได้รับจ้างเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท หรือ 3% ส่งผลให้ธุรกิจระบบรางมีกำไรขั้นต้น 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 33%
ส่วน ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ มีรายได้ 239 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ที่ลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กระทบการใช้จ่ายด้านสื่อโฆษณา การจัดงานและกิจกรรมของลูกค้า ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจดังกล่าวอยู่ที่ 139 ล้านบาท ลดลง 24%
ขณะที่รายได้อื่นอยู่ที่ 350 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในไตรมาส 2/2568 บริษัทได้รับเงินชดเชยความเสียหายจากอุบัติเหตุเพลิงไหม้ แต่ไตรมาสนี้ไม่มีรายการดังกล่าว ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 1,663 ล้านบาท ลดลง 1% และกำไรจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,698 ล้านบาท ลดลง 2%
อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้ดี โดยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 318 ล้านบาท ลดลง 3% จากค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมร่วมกับลูกค้าสื่อโฆษณาที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 9% เหลือ 510 ล้านบาท จากการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพและอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ลดลง จึงช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้บางธุรกิจที่อ่อนตัว และหนุนกำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 3% เป็น 1,186 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 BEM มีกำไรสุทธิ 1,886.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,864.11 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่รายได้จากการให้บริการโดยรวมยังใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ LSEG Consensus ประมาณการรายได้รวมของ BEM ไตรมาส 2/2569 ที่ 4,088.43 ล้านบาท และประมาณการกำไรสุทธิที่ 987.95 ล้านบาท ขณะที่ประมาณการผลการดำเนินงานงวดปี 2569 มีรายได้รวม 17,513.45 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,001.28 ล้านบาท โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 8.61 บาท จาก 8 โบรกเกอร์ ทั้งนี้ กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่บริษัททำได้ 1,011.88 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการของ LSEG Consensus ราว 2.4%