
มิติหุ้น -BJC หรือ บมจ. เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โดย นาง ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่ม บีเจซี บิ๊กซี ระบุ “มิติหุ้น”ว่า ตัวเลข SSSG ล่าสุดก.ย.เป็นบวกและดีกว่าเดือนส.ค. จากการปรับตัวดีขึ้นของยอดขายที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่ามีคุณภาพ เช่นกลุ่มสินค้าแซลมอน Leroy ผู้ประกอบการรายใหญ่นอร์เวย์มาทำสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกัน หรือการนำผลไม้จากนิวซีแลนด์มาจำหน่าย ส่งผลทำให้ด้านรีเทลมีจำนวนคนเข้ามาซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้นดันยอดขายส่วนนี้โต 100% รวมทั้งเดือนต.ค. SSSG สัญญาณบวกยอดขายยังดีต่อเนื่อง
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วยอดขายในไทยโตเล็กน้อยแตกต่างจากตลาดเวียดนามโต 17 % รับรู้กลับมายังโตระดับ 10 % ถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก ทางบิ๊กซีพร้อมจะเป็นตลาดเชื่อมโยงให้กับร้านค้า-อาหาร-สินค้าที่สนใจ จุดดีคือธุรกิจค้าปลีก MMVN เวียดนามเข้ามาเสริมอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากบริษัทเข้าถือหุ้น 100% เป็นธุรกิจ Cash and Carry เติบโตนำหน้า GDP ของประเทศด้วยนโยบายพลักดันของรัฐบาลทางเวียดนามด้วย ทำให้แนวโน้มการเติบโตในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 20 % (Y-Y) ส่วนชื่อ BigC เวียดนามช่วงต้นปี 71 ถึงจะเป็นร้านภายใต้การดูแลของบริษัท
เปิดตัวพันธมิตรบุกเวียดนาม
การได้พันธมิตรทำให้การออกไปทำตลาดในเวียดนามมาเสริมความเข้มแข็งจึงอยากจะจับมือธุรกิจไทยไปด้วยกัน เพราะบริษัทไม่ได้เก่งทุกอย่างอยากให้หลายบริษัทที่โตในไทยและไปเวียดนามด้วยกัน พันธมิตรที่สนใจเช่นกลุ่มอาหาร ร้านอาหารของไทย ธุรกิจพืชพันธุ์ อยากเห็นการเติบโตในไทย ไปเวียดนาม และตลาดโลก คาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาในการเชื่อมโยงยังไม่สามารถสรุปรายใหม่ได้ทันปีนี้ ส่วนเปิดตัวแล้วพันธมิตร DHL ให้บริการด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง
“ฝากถึงนักลงทุนรายย่อยว่าบริษัทปรับตัวทุกวันตอบโจทย์และสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า ให้ร้านทันสมัย ในพื้นที่ที่เข้าถึง มีอาหารสดรายวัน พร้อมทานที่แตกต่าง ไม่ใช่อาหารแช่แข็ง ภายใต้การดูแลต้นทุน การขนส่งให้สอดคล้องเพื่อให้เกิดศักยภาพยั่งยืนระยะยาวทำกำไรเติบโตเพราะยังมีโอกาสได้อีกมาก ”
ต้นทุนหนี้ลดปลดล็อก MMVN
บล.เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ ระบุว่า ปัจจัยหนุนผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลัง โดยผู้บริหาร SSSG ของ BigC ในไทยเริ่มกลับมาเป็นบวกในระดับใกล้ Mid-Single Digit ในช่วงต้นถึงกลาง Q3 แม้จะเป็นช่วง Low Season (หลังหดตัวไปในช่วง Q2ปี69) และมีผลบวกทางอ้อมจากการเพิ่มมาตรการไทยช่วยไทยพลัสไปอีก 2 เดือน หลังสิ้นสุดมาตรการในช่วง ก.ย. 69 รวมถึงธุรกิจในเวียดนามยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เช่นเดียวกับแนวโน้มธุรกิจ Packaging ที่ยังเติบโตต่อทั้งธุรกิจแก้วและกระป๋องทั้งในไทยและเวียดนาม
โดยตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายในกลุ่มนี้ไว้ 20%YoY เสริมด้วยแผนการเพิ่ม GPM ผ่านการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label ที่มี Margin สูงกว่า (โดยใน Q2ปี69 สัดส่วนยอดขาย Private Label อยู่ที่ 17.6% ทำสถิติสูงสุด) รวมถึงแผนการบริหารต้นทุนที่ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปีและแผนการนำเงินจากการขายที่ดิน 9.4 พันล้านบาทไปชำระหนี้คืนจากการเข้าซื้อ MM Vietnam ช่วยลดต้นทุนทางการเงินปัจจัยที่ต้องติดตามคือภาวะเศรษฐกิจไทยที่หากยังฟื้นตัวช้าจะกระทบต่อผลประกอบการผ่านยอดขายที่ลดลง
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon