ทำความรู้จักโปรเจกต์ BOI to IPO ‘เอกนิติ’ สั่ง BOI หารือ ตลท.ดึงบริษัท New Economy เข้าตลาดทุนไทย

Published on 21 ก.ค. 2026

‘ดร.เอกนิติ’ รองนายกฯ และ รมว. คลัง สั่ง BOI หารือ ตลท. เตรียมเดินหน้า ‘BOI to IPO’ เพิ่มหุ้น New Economy สู่ตลาดทุนไทย พร้อมเผยเร่งดัน TISA เสร็จทันกันยายนนี้ ยันยกเลิกตัวคูณ ‘0.7-1.3’

  • ดัน TISA เสร็จทันกันยายนนี้ พร้อมยกเลิกตัวคูณ ‘0.7-1.3’

วันนี้ (21 กรกฎาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผยว่า รัฐบาลต้องการดำเนินยุทธศาสตร์ ‘Investment-Led Growth’ ที่ดึงการลงทุนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย จึงเตรียมผลักดันโครงการ ‘BOI to IPO’ เป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดบริษัทในกลุ่ม New Economy ให้เข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทย

โดยรัฐบาลต้องการเชื่อมบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้เข้าจดทะเบียนในตลาดทุนไทย เพื่อสร้างระบบนิเวศให้การลงทุนอยู่กับประเทศไทยในระยะยาว

ดร.เอกนิติกล่าวว่า จากการเดินทางเยือนประเทศจีนเมื่อเร็วๆ นี้ ได้เชิญชวนผู้ประกอบการจีน ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อสร้างฐานอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้มหาวิทยาลัยไทย

ตลอดจนเชิญชวนผู้ประกอบการจีนให้เข้าร่วมโครงการ ‘BOI to IPO’ เพื่อให้บริษัทที่เข้ามาลงทุนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดทุนไทยได้ในอนาคต และตลาดทุนไทย จะได้มีสินค้าใหม่ๆ ที่น่าสนใจในกระดานหุ้น

“วันนี้โลกยุคใหม่ ใครๆ ก็ใช้ AI ทั้งนั้น วันนี้หุ้น AI ทั้งโลกถึงขึ้น ไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศที่จะเกาะกระแสนี้ไปได้ ถ้าทำได้สำเร็จ ประเทศไทยจะเปลี่ยนผ่านได้” ดร.เอกนิติกล่าว

ทั้งนี้ ดร.เอกนิติได้มอบหมายให้ นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment) หรือ บีโอไอ กับ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หารือแนวทางในการดำเนินโครงการร่วมกัน

ดัน TISA เสร็จทันกันยายนนี้ พร้อมยกเลิกตัวคูณ ‘0.7-1.3’

นอกจากนี้ ดร.เอกนิติยังระบุว่า ตลาดทุนจะมีกลไกส่งเสริมการลงทุนให้ประชาชนรายย่อย เพื่อให้มีการลงทุนในระยะยาว รองรับการก้าวสู่สังคมสูงวัย ผ่าน 2 มาตรการ คือ ‘ออม พลัส’ และ ‘โครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล’ (Thailand Individual Savings Account) หรือ TISA

สำหรับ โครงการ ‘ออม พลัส’ ได้มีการเพิ่มจุดเด่นหลัก 4 พลัส ได้แก่ พลัสจำหน่ายทุกเดือน พลัสดอกเบี้ยสูงกว่าตลาด พลัสช่องทางจำหน่าย และพลัส ‘กลไกตลาดรอง’

ส่วน TISA ดร.เอกนิติระบุว่า จะเร่งผลักดันให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ 2569 หรือภายในเดือนกันยายนนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจในการออมระยะยาวให้กับประชาชน ผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษี พร้อมกับมอบอิสระการลงทุน ให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง และเป้าหมายการลงทุน

ทั้งนี้ ดร.เอกนิติระบุว่า ตัวรายละเอียดโครงการทั้งหมดได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว แต่กระทรวงการคลังพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะที่เกิดขึ้นในสังคม จึงได้ยกเลิกเงื่อนไขบางประการ เช่น เงื่อนไขตัวคูณ 0.7 และ 1.3

“จริงๆ ทำเสร็จแล้ว แต่ข้อสังเกตทางสังคม ไม่อยากให้มี เงื่อนไขตัวคูณ 0.7 กับ 1.3 เลยคิดว่าจะไม่มี ไม่ว่าใครก็จะให้สิทธิเท่าเทียมกัน” ดร.เอกนิติกล่าว