
"เอ็กโซติค ฟู้ด" ผู้นำส่งออกซอสปรุงรสและเครื่องแกงไทย ปักหมุดเป็นองค์กรยั่งยืน ประกาศความสำเร็จคว้ามาตรฐานสากล ISO 14068-1:2023 จากสถาบันรับรองมาตรฐาน ISO (MASCI) เป็นรายแรกในอุตสาหกรรมอาหารไทย เดินหน้าขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG มุ่งสร้างความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานอาหารไทย พร้อมก้าวเป็นองค์กรที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากล
นางสาววาสนา จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสโลกที่กดดันให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เอ็กโซติค ฟู้ด วางยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดรับกับนโยบายระดับสากลและเป้าหมายของประเทศไทย โดยวางหมุดหมายสำคัญไว้ 2 ระยะหลัก ได้แก่ บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2040 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี 2050
"ตลาดหลักของเอ็กโซติค ฟู้ดคือ ยุโรป ซึ่งมีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมาก เราไม่สามารถตั้งเป้าหมายไว้ลอย ๆ ได้ แต่ต้องมีแนวทางปฏิบัติที่เป็นสากล ได้รับความน่าเชื่อถือสูง และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ บริษัทฯจึงเลือกนำมาตรฐาน ISO 14068-1:2023 มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน และพิสูจน์ให้คู่ค้าทั่วโลกเห็นว่า Pathway ของเอ็กโซติค ฟู้ดมีความจริงจังและลงมือทำจริงในทุกขั้นตอน ซึ่งจะเป็นมาตรฐานใบเบิกทางที่ช่วยให้องค์กรอยู่รอด เติบโต และได้รับการยอมรับในเวทีการค้าระดับสากล"
ถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญ เพราะต้องคำนวณข้อมูลปีฐานใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมและแหล่งปล่อยคาร์บอนภายในโรงงานอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามเกณฑ์ ISO และหลังจาก Kick-off นโยบายคาร์บอน บริษัทฯ ได้จัดโปรแกรมฝึกอบรม เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้บริหารและพนักงานผู้เป็นเจ้าของข้อมูลในการจัดเก็บสถิติอย่างเป็นระบบ ก่อนจะผ่านกระบวนการตรวจประเมินล่วงหน้า และได้รับการทวนสอบจริงโดยผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ เอ็กโซติค ฟู้ด ยังได้เปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านโครงการสำคัญ เช่น ติดตั้งระบบพลังพลังงานแสงอาทิตย์ที่โรงงานสาขาอมตะซิตี้ ระยอง และอยู่ระหว่างขยายการติดตั้งไปยังโรงงานวัตถุดิบใน จ.พิษณุโลก และปรับเปลี่ยนสัญญาร่วมกับซัพพลายเออร์รายใหม่ โดยทยอยเปลี่ยนรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้น้ำมันให้เป็นรถบรรทุกไฟฟ้า รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานภายในโรงงาน
ทั้งนี้ การทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก ISO 14068-1:2023 เป็นระบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่สร้างคุณค่าและโครงสร้างการทำงานที่แข็งแกร่งให้แก่องค์กรใน 3 มิติหลัก
- การจัดตั้งระบบการจัดการและคณะทำงานที่ชัดเจน (Management System)
มาตรฐานนี้กำหนดให้องค์กรต้องจัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจที่มีโครงสร้างชัดเจน ตั้งแต่ตัวแทนผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงทีมปฏิบัติการหลักในแต่ละโรงงาน และทีมสนับสนุนข้อมูล (Data Owner) ส่งผลให้การบริหารจัดการข้อมูลและการขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมดำเนินไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพสูง
- การตั้งเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-Based Targets)
เอ็กโซติค ฟู้ด ได้ร่วมมือกับที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสภาพภูมิอากาศในการวิเคราะห์และคำนวณเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยอ้างอิงจากข้อมูลทางธุรกิจจริงและหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มั่นใจว่าเป้าหมายที่ตั้งขึ้นสามารถลดผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศได้จริง
- การสร้างแผนปฏิบัติการที่ตรวจสอบได้ (Net Zero Pathway)
หัวใจสำคัญของ ISO 14068-1 คือการบังคับให้องค์กรปฏิบัติตามลำดับชั้นของการลดคาร์บอนอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การหลีกเลี่ยงแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การทดแทนด้วยพลังงานหมุนเวียน และการชดเชย โดยจะอนุญาตให้ใช้คาร์บอนเครดิตมาชดเชยเฉพาะในส่วนที่เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือทิ้งจริง ๆ ซึ่งไม่สามารถลดได้ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันแล้วเท่านั้น ทำให้มาตรฐานนี้เป็นเครื่องมือป้องกันปัญหาการ "ฟอกเขียว" (Greenwashing) ได้อย่างดี
"การได้รับมาตรฐาน ISO 14068-1:2023 ไม่ใช่เพียงแค่ความภาคภูมิใจขององค์กรและพนักงาน แต่ยังพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงของเอ็กโซติค ฟู้ด ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบ ESG ซึ่งจะเป็นการรากฐานสำคัญในการรักษามาตรฐานและลดการปล่อยคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแผนการขยายโรงงานและการเติบโตทางธุรกิจ ยืนยันว่าเราพร้อมเดินหน้าปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีและกระบวนการทำงานจริง เพราะเราตระหนักดีว่าคู่ค้าและผู้บริโภคในตลาดส่งออกทั่วโลกให้ความสำคัญกับกระบวนการที่ใส่ใจต่อโลกและตรวจสอบย้อนกลับได้ในระดับสากล" นางสาว วาสนา กล่าว