
มิติหุ้น – CEA ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” ปี 69 ปั้น 9 แบรนด์ “เนรมิตเมือง” และ 6 “เทศกาลท้องถิ่นสร้างสรรค์” สู่ Global Destination
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในระดับสากล ซึ่งเป็น New Growth Engine ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต สอดคล้องกับรายงาน Building Thailand’s Future Today (2026) ของธนาคารโลกที่ระบุว่า 1 ใน 5 ของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย คืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries) ขณะที่ CEA มีเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมศักยภาพทางกายภาพของเมืองให้มีความพร้อมต่อการเติบโตของอุตสาหกรรรมสร้างสรรค์และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับประเทศ ผ่านการขับเคลื่อน “คน ธุรกิจ และเมือง” โดยปี 2026 CEA ได้พัฒนา 9 เมืองต้นแบบ ผ่าน “โครงการเนรมิตแบรนด์เมืองด้วยความคิดสร้างสรรค์” รวมถึงได้ยกระดับศักยภาพนักขับเคลื่อนเทศกาลท้องถิ่นผ่าน “โครงการพัฒนาผู้ขับเคลื่อนเทศกาลสร้างสรรค์ (FESTIVAL CREATOR 2026)” ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว 6 เทศกาลสร้างสรรค์ในฐานะแพลตฟอร์มเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชิงพื้นที่ เพื่อเป็นฟันเฟืองยกระดับเมืองและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่การเป็น Creative Nation ที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับเมือง ผู้ประกอบการ ดึงดูดนักลงทุน และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก (Global Destination)
เศรษฐกิจสร้างสรรค์: จาก Creative Asset สู่ New Growth Engine ของประเทศ
ปัจจุบัน เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท หรือ 10.8% ของ GVA (Gross Value Added) ประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงภาคส่วนทางวัฒนธรรมและสังคม แต่ยังเป็นฐานเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และสามารถต่อยอดไปสู่ตลาดระดับโลกได้ นอกจากนี้ยังมีบุคลากรสร้างสรรค์เกือบ 1 ล้านคนทั่วประเทศ
คุณพันธิตรา สินพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักภาคกลางและกรุงเทพมหานคร สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีการเติบโตค่อนข้างสูง นอกจากตัวเลขมูลค่าแล้วกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระบุว่า “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์” หรือ “Creative Industries” เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย (Industries of the Future) ที่มีความได้เปรียบ และมีศักยภาพสูงในการสร้างผลิตภาพ การลงทุน และการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต
เมื่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์กำลังเป็นฟันเฟื่องอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ การพัฒนาเมือง คน และธุรกิจท้องถิ่น จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรองรับการเติบโต ซึ่งทั้งหมดต้องยกระดับควบคู่กันเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และให้เมืองสามารถใช้ “Creative Asset” อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะการนำอัตลักษณ์ ต้นทุนทางวัฒนธรรม และศักยภาพของนักสร้างสรรค์ในแต่ละพื้นที่มาต่อยอดให้เกิดเป็นผลงาน สินค้า บริการ และประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของเมือง ขณะเดียวกันการนำเรื่องราวและอัตลักษณ์ของเมืองมาสื่อสารผ่านคอนเทนต์และกิจกรรมสร้างสรรค์ ก็สามารถต่อยอดไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจในหลากหลายมิติ ทั้งการท่องเที่ยว อาหาร แฟชั่น ธุรกิจสร้างสรรค์ และการลงทุน ซึ่งทั้งหมดนี้ดำเนินผ่านแนวคิดว่า ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการออกแบบเมืองได้ โดยคนในท้องถิ่นต้องเป็นทั้งผู้มีส่วนร่วมและผู้ได้รับประโยชน์จากการพัฒนา เพื่อให้การเติบโตของเมืองเกิดขึ้นจากศักยภาพของคนและต้นทุนที่มีอยู่ในพื้นที่อย่างแท้จริง
CEA ดึงศักยภาพ “คน” เป็นพลังขับเคลื่อนเมืองสู่เวทีสร้างสรรค์ (City as a Stage) ผ่านโครงการ FESTIVAL CREATOR
ภารกิจของ CEA ให้ความสำคัญกับการพัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy District) ด้วยกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม (Co-create) โดยเน้นขับเคลื่อนเมืองผ่าน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ คน ธุรกิจ และพื้นที่ เพื่อร่วมกันเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นเวทีสร้างสรรค์ (City as a Stage) ที่เปิดกว้างให้ศิลปิน นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และชุมชนเข้ามาสร้างสรรค์มูลค่าใหม่ร่วมกัน
ทั้งนี้ CEA ได้นำเทศกาลสร้างสรรค์มาเป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจ ประกอบด้วย กิจกรรมพัฒนาผู้ขับเคลื่อนเทศกาลสร้างสรรค์ (FESTIVAL CREATOR), โครงการส่งเสริมการจัดเทศกาลสร้างสรรค์นานาชาติประจำภูมิภาค (International Creative Festival) เช่น เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ เทศกาลอีสานสร้างสรรค์, และกิจกรรมเทศกาลสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาย่านสร้างสรรค์สร้างเศรษฐกิจชุมชน (เทศกาลสร้างสรรค์ท้องถิ่น (Local festival)
สำหรับการขับเคลื่อนเมืองผ่านองค์ประกอบของคน CEA ให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะศักยภาพของคน ในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนาเมืองผ่านโครงการ FESTIVAL CREATOR 2026 ปีที่ 2 เพื่อให้เกิดเทศกาลที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และมีความต่อเนื่องในระยะยาว โดยมุ่งเสริมศักยภาพให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน 3 ระดับ คือ ระดับคน ที่มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้และทักษะการจัดงานแบบมืออาชีพ เพื่อให้ผู้จัดเทศกาลสามารถสร้างอาชีพในบ้านเกิดได้ ระดับเทศกาล ที่ต้องการให้แต่ละงานมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร และระดับเมือง ที่มุ่งหวังให้เทศกาลสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นธุรกิจท้องถิ่น และสร้างภาพจำใหม่ (New Signature) ที่ทรงคุณค่าให้กับเมืองในระยะยาว โดยในปีนี้มีเทศกาลท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ ฯ ทั้งหมด 6 เทศกาล ใน 5 จังหวัด ได้แก่ 1.) เทศกาล Kenduri Seni Tolong Menolong 2026 (ปัตตานี) 2.) TAK : A Taste of Roots เทศกาลรสชาติตาก (ตาก), 3.) เทศกาล ป๊ะกาด ศิลปะปลุกตลาด Vol.2 (เชียงราย), 4.) เทศกาล Hug HeartYai – เทศกาลสร้างสรรค์ฟื้นใจเมืองหาดใหญ่ (สงขลา), 5.) เทศกาล Singorama Art Fest 2026 (สงขลา) และ 6.) เทศกาลไทบ้านแลนด์แคมป์ (ศรีสะเกษ) ซึ่่งทั้ง 6 เทศกาลชี้ให้เห็นว่า “เทศกาล” ได้ทำหน้าที่เป็น เวทีให้คนในพื้นที่ได้แสดงศักยภาพ สร้างเครือข่าย ทดลองไอเดีย และสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
จาก “เนรมิตคน” สู่ “เนรมิตเมือง” ถอดรหัส DNA สู่ยุทธศาสตร์ City Branding อย่างเป็นระบบ
การสร้างแบรนด์เมือง (City Branding) ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญที่ CEA นำมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคผ่านโครงการ “เนรมิตเมือง” (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets) ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง CEA การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ 9 เมืองต้นแบบ ได้แก่ เพชรบุรี สกลนคร นครศรีธรรมราช ปัตตานี ราชบุรี ลำพูน ศรีสะเกษ สิงห์บุรี และอุบลราชธานี
คุณพันธิตรา สินพิบูลย์ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า แนวคิดหลักของโครงการนี้คือ City Branding ไม่ใช่เพียงการออกแบบโลโก้ สโลแกน หรือมาสคอต แต่คือการทำงานอย่างลึกซึ้งร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ ชุมชน ศิลปิน นักสร้างสรรค์ และประชาชน เพื่อค้นหา “DNA” และยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของเมืองผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ คือ การวางกลยุทธ์แบรนด์เมือง (City Brand Strategy) การทดลองใช้แบรนด์เพื่อสร้างประสบการณ์จริง (Brand Activation) และการพัฒนาอัตลักษณ์ของแบรนด์เมือง (Brand Identity Development) ซึ่งผลลัพธ์จากการดำเนินงานในปี 2569 ได้สร้างความคืบหน้าที่โดดเด่นและเป็นรูปธรรมในหลายพื้นที่ เช่น
- อุบลราชธานี นำเสนอภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ “จริตอุบล Ubon the Beautiful Paradox”
- สกลนคร เสนอ “สัปปายะสกล สุนทรียแห่งความธรรมดา” ถ่ายทอดอัตลักษณ์สำคัญที่ทำให้สกลนครแตกต่าง น่าจดจำ และเชื่อมโยงสู่การพัฒนาเมืองได้อย่างยั่งยืน
- เพชรบุรี ที่ชูความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วัตถุดิบอาหารที่หลากหลาย ในชื่อ “เพชรบุรี City of Origins”
- ลำพูน เมืองที่ใช้ชีวิตอย่างละเมียด ถ่ายทอดความตั้งใจและความพิถีพิถันที่ฝังอยู่ในวิถีชีวิต การทำงาน ธุรกิจ วัฒนธรรม ผ่าน “ละเมียดลำพูน Fine Lamphun”
- สิงห์บุรี เมืองที่มีนักกีฬาทีมชาติ แชมป์โลก ช่างคราฟต์มรดกโลก ผ่าน “เมืองเล็ก หัวใจสิงห์ (คนเล็ก หัวใจสิงห์) Singburi Spirit”
- ปัตตานี นำเสนอ “Di Pattani เป็นเรา เป็นปัตตานี” ด้วยความสามารถของผู้คนในการนําสิ่งที่พบเจอ มาตีความ ต่อยอด และสร้างโอกาสใหม่ในแบบของตัวเอง
- ศรีสะเกษ นำเสนอ “เมืองแห่งเสียงสร้างสรรค์” ไม่ว่าจะเป็นเสียงผู้คน ธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต หรือความคิดสร้างสรรค์เมื่อเสียงได้รับการรับฟังจะสามารถต่อยอดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ได้เสมอ
ปั้นเมืองและเทศกาลไทยสู่หมุดหมายโลก (Global Destination)
เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายระดับโลกที่ได้วางไว้ CEA มุ่งมั่นที่จะยกระดับเมืองและเทศกาลสร้างสรรค์ของประเทศไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ (Global Destination) อย่างเต็มกำลัง เปลี่ยนการจัด “เทศกาล” สู่การเป็นประเทศที่ “มีศักยภาพ” ในการใช้เทศกาลเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนจากทั่วภูมิภาคและนานาชาติ โดยยกระดับบทบาทของเทศกาลให้เป็นทั้งแพลตฟอร์มการตลาด (Marketing Platform) แพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจ (Economic Platform) และแพลตฟอร์มสร้างแบรนด์เมือง (City Branding Platform) ในเวลาเดียวกัน
นอกเหนือจากนั้น CEA ยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ผสาน “คน-เทศกาล-เมือง-ธุรกิจ-เครือข่ายนานาชาติ” เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เทศกาลไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมที่จัดขึ้นแค่ปีละครั้ง แต่สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสร้างการรับรู้ให้กับเมืองได้อย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานทั้งหมดนี้ของ CEA จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองจะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ในศูนย์กลาง แต่จะเกิดการกระจายโอกาส การเติบโต และรายได้ไปสู่ทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน เพื่อผลักดันให้ทุกจังหวัดของประเทศไทยกลายเป็นเมืองที่ “น่าอยู่ น่าลงทุน และน่าเที่ยว” อย่างแท้จริง
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon