23 กันยายน 2026 เวลา 23:19 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 16 ครั้ง
Ceer แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่สัญชาติซาอุดีอาระเบีย เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จำนวน 2 ตัวถังภายใต้ชื่อ Exobot ทั้งแบบซีดานและ SUV หลังใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาและทดสอบ โดยรถทั้งสองรุ่นมีดีไซน์สุดล้ำจนดูคล้ายรถต้นแบบมากกว่ารถสำหรับการผลิตจริง แต่ Ceer ยืนยันว่าจะผลิตจำหน่ายจริงที่โรงงานของแบรนด์ตัวเองใน King Abdullah Economic City ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยในระยะแรกจะทำตลาดในรุ่น First Edition ให้กำลังสูงสุด 850 แรงม้า ก่อนจะมีรุ่นสมรรถนะสูงสุดที่ให้กำลังถึง 1,111 แรงม้า

จุดเด่นของ Exobot อยู่ที่งานออกแบบภายนอก โดยทั้งรุ่นซีดานและ SUV มาพร้อมกระจกบังลมหน้าที่ลาดเอียงอย่างมากและเกือบเป็นแนวราบ ก่อนจะเชื่อมต่อเข้ากับฝากระโปรงหน้าอย่างต่อเนื่อง Ceer ระบุว่า Exobot เป็นรถยนต์ผลิตจริงที่มีกระจกบังลมหน้ายาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวถึง 2.4 เมตร ทั้งสองตัวถังใช้ไฟหน้าและไฟ Daytime Running Light แบบเรียวบาง ขณะที่รุ่น SUV เพิ่มกันชนหน้าดีไซน์แข็งแกร่งเพื่อเน้นบุคลิกแบบรถอเนกประสงค์

ด้านขนาดตัวถัง Exobot ตัวถังซีดานมีความยาวถึง 5,260 มม. กว้าง 2,100 มม. และสูงเพียง 1,430 มม. ส่วนรุ่น SUV มีความยาว 5,020 มม. กว้าง 2,100 มม. และสูง 1,690 มม. รถทั้งสองรุ่นติดตั้งประตูแบบปีกนก Gullwing ซึ่ง Ceer เรียกว่า “Shahin Wing Doors” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเหยี่ยว Shahin ซึ่งเป็นเหยี่ยวสายพันธุ์ท้องถิ่นที่พบในภูมิภาคดังกล่าว สะท้อนแนวทางการออกแบบที่ต้องการให้ Exobot แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปในตลาด

ภายในห้องโดยสาร Exobot มาพร้อมหน้าจอแสดงผลการขับขี่ขนาดใหญ่ 48 นิ้วที่พาดยาวตลอดแนวด้านบนของแผงแดชบอร์ด พร้อมหน้าจอ Infotainment ตรงกลางขนาด 10.4 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาด 8 นิ้ว นอกจากนี้ยังติดตั้งพวงมาลัยแบบ Yoke ระบบผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียงที่ขับเคลื่อนด้วย AI และรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air หรือ OTA โดย Ceer ยังระบุว่ารถจะรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติแบบ Hands-free พร้อมระบบนำทางแบบ Point-to-point แต่ยังไม่ได้เปิดเผยว่าระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์สำหรับการขับขี่อัตโนมัตินั้นมาจากผู้พัฒนารายใด

Ceer ไม่ได้พัฒนา Exobot แต่เพียงลำพัง โดยตัวแบรนด์เองถูกก่อตั้งขึ้นในรูปแบบบริษัทร่วมทุนหรือ Joint Venture ร่วมกับ Foxconn และมีข้อมูลว่ารถรุ่นนี้ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจาก BMW สำหรับรุ่นสมรรถนะสูงสุด Exobot ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังรวม 1,111 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,500 นิวตัน-เมตร ทำให้รุ่นซีดานสามารถเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม. ส่วนรุ่น SUV ทำอัตราเร่งจากความเร็ว 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 2.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

ในช่วงแรก Ceer จะเปิดตัว Exobot ในรุ่น First Edition ซึ่งเป็นรุ่นผลิตจำนวนจำกัด ให้กำลังสูงสุด 850 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตัน-เมตร โดยรุ่นซีดานสามารถเร่งจากความเร็ว 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 2.6 วินาที ขณะที่รุ่น SUV ใช้เวลา 2.9 วินาที แม้จะเป็นรุ่นเปิดตัว แต่ตัวเลขสมรรถนะดังกล่าวยังอยู่ในระดับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง และสะท้อนว่า Ceer ต้องการวางตำแหน่งแบรนด์ให้เป็นรถ EV เกรดพรีเมี่ยมตั้งแต่เริ่มต้น

ตัวรถใช้แบตเตอรี่ความจุ 112 kWh ทั้งตัวถังซีดานและ SUV โดยรุ่นซีดานสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 670 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขณะที่ SUV ทำได้ 560 กม. ระบบไฟฟ้ารองรับสถาปัตยกรรม 800 V และสามารถชาร์จจาก 10–80% ได้ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาทีตามข้อมูลที่ Ceer ระบุ นอกจากนี้ การใช้กระจกจำนวนมากในตัวรถยังเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการใช้งานในสภาพอากาศร้อนจัดของซาอุดีอาระเบีย โดย Ceer ใช้กระจกเคลือบ Silver Coating ถึง 3 ชั้น พร้อมระบบปรับอากาศทำความเย็นกำลังสูง ซึ่งสามารถลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสารจาก 65 องศาเซลเซียส เหลือ 32 องศาเซลเซียส ภายในเวลาเพียง 10 นาที

Ceer ยังไม่ได้เปิดเผยราคาจำหน่ายของ Exobot อย่างเป็นทางการในขณะนี้ โดยหลังจากเปิดตัว Exobot แล้ว บริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เพิ่มเติมอีก 5 รุ่น ระหว่างปี 2028–2030 เดิม Ceer วางแผนจะผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า แต่ภายหลังได้ปรับแผนธุรกิจให้ครอบคลุมรถยนต์ Plug-in Hybrid และรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในด้วย สะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ของแบรนด์ให้รองรับระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบในอนาคต
ที่มา: Carscoops
Ceer Ceer Exobot Ceer Exobot BEV