สถานการณ์การให้บริการภาคพื้น (Ground Handling) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ ทั้งปัญหากระเป๋าเดินทางตกค้างสะสม เที่ยวบินล่าช้า (Delay) การยกเลิกเที่ยวบิน ตลอดจนปัญหาในส่วนของขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo)
- ทำไม ‘การบินไทย’ จึงได้รับผลกระทบหนักกว่าสายการบินอื่น?
- กาง 4 มาตรการผ่าวิกฤตเร่งด่วน ตัดตอนปัญหา-ระดมกำลังพล-จับมือไปรษณีย์ไทย
ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ THE STANDARD WEALTH ถึงสาเหตุที่แท้จริงของวิกฤตในครั้งนี้ พร้อมกางแผนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาเร่งด่วน และคำขอโทษอย่างจริงใจส่งตรงถึงผู้โดยสารทุกคน
ชาย เอี่ยมศิริ เปิดเผยถึงสาเหตุหลักของปัญหาว่า เกิดจากการที่พนักงานปฏิบัติการ ทั้งในกลุ่มแรงงานทั่วไปและพนักงานทักษะพิเศษที่มีใบอนุญาต (Skill/License) ในการควบคุมเครื่องมืออุปกรณ์ภาคพื้น ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากบ้านเรือนและที่พักอาศัยประสบปัญหาน้ำท่วมขัง
แม้ทางบริษัทฯ จะพยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการจัดส่งรถตระเวนไปรับพนักงานถึงหน้าบ้าน แต่พนักงานบางส่วนยังไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ เนื่องจากมีความห่วงใยความปลอดภัยของครอบครัวและทรัพย์สินที่บ้าน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้กำลังคนหน้างานขาดแคลนอย่างหนัก และเกิดปัญหากระเป๋าเดินทางรวมถึงสินค้าคาร์โก้สะสมตกค้างในพื้นที่สนามบินจนกลายเป็นภาวะดินพอกหางหมู
ทำไม ‘การบินไทย’ จึงได้รับผลกระทบหนักกว่าสายการบินอื่น?
ต่อข้อสงสัยและคำวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหตุใดสายการบินอื่นจึงสามารถจัดการปัญหาหน้างานได้ดีกว่า ทั้งที่พนักงานประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นเดียวกัน CEO การบินไทย ชี้แจงใน 2 ประเด็นหลัก
- สุวรรณภูมิคือฐานการบินหลัก (Hub/Base) เที่ยวบินทั้งหมดของการบินไทยต้องบินกลับมาเริ่มต้นและจบที่กรุงเทพฯ แตกต่างจากสายการบินอื่นที่ไม่ได้มีกรุงเทพฯ เป็นฐานการบินหลัก และมีจำนวนเที่ยวบินน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
- ภาระงานดูแลสายการบินลูกค้า: การบินไทยไม่ได้ดูแลเฉพาะเที่ยวบินของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ให้บริการ Ground Handling แก่สายการบินพันธมิตรและสายการบินลูกค้ารายอื่นอีกหลายสายการบิน
ทั้งนี้ ชาย ยืนยันจากการลงพื้นที่ตรวจหน้างานด้วยตนเองว่า สายการบินลูกค้าและผู้ประกอบการรายอื่นก็ประสบปัญหากระเป๋าล่าช้าเช่นกัน แต่การบินไทยรับภาระในสเกลที่ใหญ่กว่ามาก จึงเห็นภาพผลกระทบเด่นชัดกว่า
กาง 4 มาตรการผ่าวิกฤตเร่งด่วน ตัดตอนปัญหา-ระดมกำลังพล-จับมือไปรษณีย์ไทย
เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์ไม่ให้ลุกลาม การบินไทยได้วางแนวทางการบริหารจัดการวิกฤตออกเป็น 4 ด้านหลัก
1. ตัดตอนปัญหา (Cut the Cycle)
ยอมรับความจริงเกี่ยวกับขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน หากประเมินแล้วว่าไม่สามารถรองรับปริมาณงานได้ จะดำเนินการ ควบรวมเที่ยวบิน หรือแจ้งยกเลิกเที่ยวบินล่วงหน้า พร้อมโอนย้ายผู้โดยสารไปยังสายการบินอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความล่าช้าสะสมพันพัวจนไม่สามารถบริหารจัดการได้
2. โอนย้ายภาระงานสายการบินลูกค้า
ประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน (AOC) ในการจัดหาและผ่องถ่ายการดูแลบริการภาคพื้นของสายการบินลูกค้านอกเหนือจากการบินไทย ไปให้ผู้ประกอบการรายอื่นช่วยรับช่วงดูแลแทน เพื่อลดความแออัดของภาระงาน
3. ระดมพลจากสำนักงานใหญ่ลงพื้นที่หน้างาน
ระดมกำลังพนักงานจากสำนักงานใหญ่ลงพื้นที่ช่วยสนับสนุนปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งในส่วนของอาคารผู้โดยสาร (Terminal), พื้นที่จัดเก็บและลำเลียงกระเป๋า (Baggage Area) ตลอดจนครัวการบินไทย เพื่อเสริมกำลังคนในจุดวิกฤต
4. ระบบ QR Code และผนึกกำลัง ‘ไปรษณีย์ไทย’ จัดส่งกระเป๋าถึงที่พัก
เนื่องจากหน้างานขาดแคลนกำลังคนในการขนย้ายกระเป๋าจากตัวเครื่องขึ้นมา ทำให้ไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนแก่ผู้โดยสารได้ การบินไทยจึงปรับแผนโดยแจ้งให้ผู้โดยสาร ไม่ต้องเข้าคิวรอรับกระเป๋าที่สนามบิน แต่ให้สแกน QR Code เพื่อระบุที่อยู่สำหรับจัดส่ง
พร้อมกันนี้ ได้รับความช่วยเหลือจาก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการจัดส่งเจ้าหน้าที่และรถขนส่ง เข้ามาช่วยดำเนินการคัดแยก (Sorting), ติดแท็กระบุตัวตน, แมปปิ้ง (Mapping) ข้อมูลที่อยู่กับระบบลงทะเบียน และทยอยขนส่งกระเป๋าเดินทางตรงถึงบ้านหรือที่พักของผู้โดยสารอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาพำนักระยะสั้นและต้องเดินทางกลับ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงสุด
ชาย เอี่ยมศิริ ได้กล่าวขอโทษผู้โดยสารและลูกค้าต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ต้องขอโทษทางลูกค้าและผู้โดยสารจริงๆ ว่าเหตุการณ์นี้เราก็ไม่ได้แก้ตัว ไม่ได้อยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องยอมรับความจริงและเร่งแก้ไขไป” ชายกล่าว
การบินไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการตรึงกำลังแก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถในทุกจุดบริการ เพื่อให้ระบบการให้บริการภาคพื้น การลำเลียงกระเป๋า และเที่ยวบินทั้งหมด กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด คาดว่าอย่างเร็วที่สุดน่าจะใช้ระยะเวลา 3 วันจากนี้
ทั้งนี้ล่าสุด บมจ.การบินไทย ประกาศแจ้งยกเลิกเที่ยวบินบางเส้นทาง ระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน 2569 ตามที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ดังนี้
29 กันยายน 2569 เส้นทางระหว่าง
- กรุงเทพฯ – อุดรธานี TG008/TG009
- กรุงเทพฯ – นิวเดลี TG315/TG316
- กรุงเทพฯ – สิงคโปร์ TG407/TG408
- กรุงเทพฯ – กัวลาลัมเปอร์ TG415/TG416
- กรุงเทพฯ – แฟรงก์เฟิร์ต TG922/TG923
- กรุงเทพฯ – ขอนแก่น TG040/ TG041
- กรุงเทพฯ – ภูเก็ต TG201/ TG202
- กรุงเทพฯ – ฮานอย TG560/ TG561
- กรุงเทพฯ – สิงคโปร์ TG403/ TG404
30 กันยายน 2569 เส้นทางระหว่าง
- กรุงเทพฯ – มิวนิก TG924/TG925
- กรุงเทพฯ – บรัสเซลส์ TG934/TG935
ผู้โดยสารสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THAI Contact Center โทร. +66 2 356 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออีเมล [email protected]