July 21, 2026July 21, 2026
รายงานล่าสุดภารกิจ Chang’e 7 ของจีนมีกำหนดปล่อยขึ้นสู่อวกาศในวันที่ 24 สิงหาคม 2026 เวลา 07:00 ตามเวลาประเทศไทย หรือตรงกับเวลา 08:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของจีน จากฐานปล่อยอวกาศ Wenchang บนเกาะไห่หนาน โดยภายในยานมีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ MATCH ซึ่งพัฒนาโดยนักวิจัยและวิศวกรไทยติดตั้งอยู่บนยานโคจรรอบดวงจันทร์
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกันจากหลายแหล่ง รวมถึงประกาศเขตห้ามบินหรือ NOTAM ที่กำหนดช่วงเวลาเริ่มต้นของการปฏิบัติการไว้ที่ 00:00 UTC หรือ 07:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่แหล่งข่าวของ Spaceth ยืนยันว่า วันที่ 24 สิงหาคมจะเป็นความพยายามปล่อยครั้งแรก หรือ First Attempt ของภารกิจ Launch Window ในแต่ละวันมีระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง หมายความว่าการปล่อยอาจเกิดขึ้นระหว่างเวลา 07:00-11:00 ตามเวลาประเทศไทย โดยมีช่วงวันที่สำรองสำหรับการปล่อยต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24-30 สิงหาคม 2026 หากเกิดเหตุให้ต้องเลื่อนการปล่อยในวันแรก โดยหลังจากการปล่อย ตัวยานจะใช้เวลา 5-7 วันในการเดินทางสู่วงโคจรของดวงจันทร์

อย่างไรก็ตาม NOTAM เป็นประกาศปิดน่านฟ้าเพื่อรองรับกิจกรรมการปล่อยจรวด ไม่ใช่ประกาศกำหนดการปล่อยอย่างเป็นทางการด้วยตัวมันเอง เวลาและวันที่จึงยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ ความพร้อมของจรวด และผลการตรวจสอบระบบในช่วงสุดท้ายก่อนปล่อย แต่เมื่อประกอบกับข้อมูลจากแหล่งข่าว จึงทำให้วันที่ 24 สิงหาคมเป็นกำหนดการที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดในเวลานี้
Chang’e 7 จะถูกปล่อยด้วยจรวด Long March 5 จากฐานปล่อย Wenchang ซึ่งเป็นฐานปล่อยหลักของจีนสำหรับภารกิจสำรวจห้วงอวกาศ ก่อนหน้านี้ตัวยานถูกขนส่งมาถึงฐานปล่อยตั้งแต่เดือนเมษายน เพื่อเข้าสู่กระบวนการประกอบรวม ทดสอบระบบ และเตรียมเชื่อมต่อกับจรวดตามลำดับ

โดยอุปกรณ์ MATCH นั้น ได้ถูกส่งมอบให้กับจีนในเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา เพื่อนำไปติดตั้งกับยาน Chang’e 7 ในส่วน Orbiter ที่จะโคจรรอบดวงจันทร์ หลังจากนั้นในช่วงเดือนเมษายน 2026 ตัวยาน Chang’e 7 ได้ถูกนำส่งมายังฐานปล่อยที่ Wenchang เป็นที่เรียบ ตามด้วย วันที่ 13 กรกฎาคม 2026 จรวด Long March 5 หมายเลข Y14 ซึ่งจะใช้สำหรับภารกิจฉางเอ๋อ 7 ได้เดินทางถึงฐานปล่อยเรียบร้อย
- ภารกิจสำรวจขั้วใต้ดวงจันทร์ครั้งใหญ่ของจีน
- การทดลองไทยกำลังจะออกเดินทางสู่ดวงจันทร์
ภารกิจสำรวจขั้วใต้ดวงจันทร์ครั้งใหญ่ของจีน
Chang’e 7 ไม่ได้ประกอบด้วยยานเพียงลำเดียว แต่เป็นระบบยานสำรวจหลายส่วน ได้แก่ ยานโคจร Orbiter ยานลงจอด Lander รถสำรวจ Rover และหุ่นยนต์สำรวจแบบกระโดดหรือ Hopper ซึ่งจะทำงานร่วมกันทั้งจากวงโคจรและบนพื้นผิว เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมและทรัพยากรบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการค้นหาและตรวจสอบน้ำแข็งภายในหลุมอุกกาบาตที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง หรือ Permanently Shadowed Region บริเวณขั้วใต้ดวงจันทร์ พื้นที่เหล่านี้มีอุณหภูมิต่ำมากจนโมเลกุลของน้ำอาจคงอยู่ได้นานหลายพันล้านปี

Hopper จะมีบทบาทสำคัญในงานนี้ เพราะสามารถเคลื่อนที่จากบริเวณที่ได้รับแสงอาทิตย์ เข้าไปสำรวจพื้นที่มืดและภูมิประเทศที่รถล้อทั่วไปเข้าถึงได้ยาก พร้อมใช้อุปกรณ์ตรวจวัดโมเลกุลของน้ำโดยตรง ขณะที่ Orbiter, Lander และ Rover จะร่วมกันสำรวจภูมิประเทศ โครงสร้างใต้พื้นผิว สภาพแวดล้อมของพลาสมา สนามแม่เหล็ก และองค์ประกอบทางธรณีวิทยา
ภารกิจนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานสำหรับ International Lunar Research Station หรือ ILRS ซึ่งจีนกำลังพัฒนาร่วมกับประเทศพันธมิตร โดย Chang’e 7 จะทดสอบทั้งเทคโนโลยีการลงจอดอย่างแม่นยำ การทำงานระยะยาวในสภาพแวดล้อมขั้วใต้ และการสำรวจพื้นที่ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายของฐานวิจัยบนดวงจันทร์ในอนาคต
การทดลองไทยกำลังจะออกเดินทางสู่ดวงจันทร์
บนยาน Orbiter ของ Chang’e 7 มีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ของไทยชื่อ MATCH หรือ Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope ติดตั้งอยู่ โดยเป็นผลงานความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ NARIT มหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยงานวิจัยของจีน ทำหน้าที่ตรวจวัดอนุภาคพลังงานสูงในอวกาศ เช่น Proton, Alpha Particle และ Electron ตลอดจนศึกษารังสีคอสมิกและอนุภาคที่เกิดจากกิจกรรมบนดวงอาทิตย์ และดาวพฤหัสบดี ระหว่างที่ยานโคจรอยู่รอบดวงจันทร์

ข้อมูลจาก MATCH จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจสภาพแวดล้อมด้านรังสีบริเวณดวงจันทร์ รวมถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการออกแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ ยานสำรวจ และมาตรการป้องกันรังสีสำหรับภารกิจที่ต้องทำงานบนดวงจันทร์เป็นระยะเวลานาน อุปกรณ์ MATCH เป็นหนึ่งในอุปกรณ์วิทยาศาสตร์จากต่างประเทศจำนวน 7 รายการที่ได้รับคัดเลือกให้เดินทางไปกับ Chang’e 7 และถูกส่งมอบให้จีนเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 เพื่อเข้าสู่กระบวนการประกอบรวมกับตัวยาน
ด้วยเหตุนี้การปล่อย Chang’e 7 ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการอวกาศไทย เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ซึ่งไทยมีบทบาทในการออกแบบและพัฒนา ได้เดินทางออกจากวงโคจรโลกไปทำงานในวงโคจรรอบดวงจันทร์จริง
เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co