บล.กรุงศรี ชี้ระบบ CHECKED อัพเกรดการเงินไทย อุดรูรั่วอาชญากรรมแสนล้าน

Published on 14 ก.ค. 2026

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการขับเคลื่อนโครงการ Connect the Dots และการพัฒนาระบบ CHECKED ว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปราบปรามบัญชีม้าหรือตัวแทนอำพราง (นอมินี) เท่านั้น แต่ยังถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะทางการเงิน (Financial Intelligence Infrastructure) เพื่อยกระดับระบบการเงินของประเทศไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ ระบบ CHECKED จะทำหน้าที่บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเส้นทางการเงิน การตรวจจับธุรกรรมที่มีความผิดปกติ และการสกัดกั้นขบวนการฟอกเงินได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านการป้องกันการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) รวมถึงข้อกำหนดของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (FATF) ที่มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์

ทางด้านกระทรวงการคลังได้ประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในประเทศไทยว่า อยู่ที่ระดับ 115,300 ล้านบาทต่อปี หรือเทียบเท่าประมาณ 0.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งหากระบบดังกล่าวสามารถช่วยลดมูลค่าความเสียหายได้เพียง 10% จะส่งผลให้เม็ดเงินจำนวนกว่า 11,500 ล้านบาท ไหลกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และหากสามารถลดความเสียหายได้ถึง 50% จะคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 57,600 ล้านบาท หรือประมาณ 0.3% ของ GDP

นอกจากนี้ นายกรภัทร ยังประเมินเพิ่มเติมว่า ประโยชน์หลักของโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยับยั้งการรั่วไหลของเงินทุน แต่ยังมีส่วนสำคัญในการลดส่วนชดเชยความเสี่ยงระดับประเทศ (Country Risk Premium) เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติมักให้ความสำคัญกับคุณภาพของระบบกำกับดูแล ความโปร่งใส และมาตรฐานการป้องกันการฟอกเงินเป็นหลัก ดังนั้น ระบบที่เข้มแข็งจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่น ลดต้นทุนทางการเงิน และเอื้อต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น

ในส่วนของกระบวนการทำงาน ระบบ CHECKED จะพลิกโฉมการติดตามธุรกรรมจากการ “ตามเงิน” มาเป็นการ “หยุดเงินก่อนหาย” โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ประเทศไทยได้นำเสนอในเวที FATF ซึ่งระบุว่า เม็ดเงินที่ถูกหลอกลวงผ่านอาชญากรรมทางออนไลน์สามารถถูกโอนออกนอกประเทศได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 นาที ในขณะที่ผู้เสียหายต้องใช้เวลาเฉลี่ยถึง 20 ชั่วโมง จึงจะตระหนักได้ว่าตนเองตกเป็นเหยื่อ

นายกรภัทร กล่าวอีกว่า หาก PromptPay คือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระบบการโอนเงิน ระบบ CHECKED ก็เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการลดขนาดของเศรษฐกิจใต้ดิน ยกระดับธรรมาภิบาลของตลาดทุนไทย เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสนับสนุนศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

Back to top button