
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการขับเคลื่อนโครงการ Connect the Dots และการพัฒนาระบบ CHECKED ว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปราบปรามบัญชีม้าหรือตัวแทนอำพราง (นอมินี) เท่านั้น แต่ยังถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะทางการเงิน (Financial Intelligence Infrastructure) เพื่อยกระดับระบบการเงินของประเทศไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ ระบบ CHECKED จะทำหน้าที่บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเส้นทางการเงิน การตรวจจับธุรกรรมที่มีความผิดปกติ และการสกัดกั้นขบวนการฟอกเงินได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านการป้องกันการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) รวมถึงข้อกำหนดของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (FATF) ที่มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์
ทางด้านกระทรวงการคลังได้ประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในประเทศไทยว่า อยู่ที่ระดับ 115,300 ล้านบาทต่อปี หรือเทียบเท่าประมาณ 0.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งหากระบบดังกล่าวสามารถช่วยลดมูลค่าความเสียหายได้เพียง 10% จะส่งผลให้เม็ดเงินจำนวนกว่า 11,500 ล้านบาท ไหลกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และหากสามารถลดความเสียหายได้ถึง 50% จะคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 57,600 ล้านบาท หรือประมาณ 0.3% ของ GDP
นอกจากนี้ นายกรภัทร ยังประเมินเพิ่มเติมว่า ประโยชน์หลักของโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยับยั้งการรั่วไหลของเงินทุน แต่ยังมีส่วนสำคัญในการลดส่วนชดเชยความเสี่ยงระดับประเทศ (Country Risk Premium) เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติมักให้ความสำคัญกับคุณภาพของระบบกำกับดูแล ความโปร่งใส และมาตรฐานการป้องกันการฟอกเงินเป็นหลัก ดังนั้น ระบบที่เข้มแข็งจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่น ลดต้นทุนทางการเงิน และเอื้อต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น
ในส่วนของกระบวนการทำงาน ระบบ CHECKED จะพลิกโฉมการติดตามธุรกรรมจากการ “ตามเงิน” มาเป็นการ “หยุดเงินก่อนหาย” โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ประเทศไทยได้นำเสนอในเวที FATF ซึ่งระบุว่า เม็ดเงินที่ถูกหลอกลวงผ่านอาชญากรรมทางออนไลน์สามารถถูกโอนออกนอกประเทศได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 นาที ในขณะที่ผู้เสียหายต้องใช้เวลาเฉลี่ยถึง 20 ชั่วโมง จึงจะตระหนักได้ว่าตนเองตกเป็นเหยื่อ
นายกรภัทร กล่าวอีกว่า หาก PromptPay คือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระบบการโอนเงิน ระบบ CHECKED ก็เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการลดขนาดของเศรษฐกิจใต้ดิน ยกระดับธรรมาภิบาลของตลาดทุนไทย เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสนับสนุนศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
Back to top button