ททท. ชูโมเดล Chiang Mai Prototype สู้ฝุ่น PM2.5 ดันภาคเหนือ Green Destination

Published on 29 ส.ค. 2026


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับการท่องเที่ยวสีเขียวในพื้นที่ภาคเหนือ ประกาศทิศทางขับเคลื่อนโมเดล “Chiang Mai Prototype” แก้โจทย์สิ่งแวดล้อม ชี้ PM2.5 กระทบจิตวิทยานักท่องเที่ยว พร้อมเตรียมขยายผลสู่จังหวัดน่านในปี 2570 ดันภาคเหนือสู่ Green Destination

​นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เปิดเผยถึงความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่เกิดในช่วงต้นปีว่า เป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะไกล (Long-haul) จากยุโรปและอเมริกา ตลอดจนนักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก

“ปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวจริง ซึ่งขณะนี้ภาครัฐและภาคีเครือข่ายกำลังเร่งบริหารจัดการและหารือร่วมกับเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่เพื่อลดการเผาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ททท. มุ่งหวังให้การส่งเสริม Green Tourism เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สร้างความตระหนักรู้และดึงทุกภาคส่วนมาร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง” นายณัฐ กล่าว

นายณัฐ กล่าวต่อว่า การสร้างเมืองท่องเที่ยวยั่งยืนต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง เช่นเดียวกับโมเดล Krabi Prototype ในภาคใต้ที่ใช้เวลากว่า 10 ปี จนได้รับการยอมรับในระดับสากล

สำหรับเชียงใหม่ ถือเป็นเมืองที่มีความพร้อมสูงทั้งมิติวัฒนธรรม ชุมชน และผู้ประกอบการ ปัจจุบันมีสถานประกอบการผ่านเกณฑ์มาตรฐานท่องเที่ยวยั่งยืน (STAR) แล้วเกือบ 600 ราย และมีโรงแรมคาร์บอนต่ำ หรือ CF-Hotels (Carbon Footprint Hotels) อีก 21 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ททท. วางเป้าหมายว่า Chiang Mai Prototype จะไม่หยุดอยู่แค่ในพื้นที่เชียงใหม่ แต่จะถูกใช้เป็นบทเรียนและแนวทางต้นแบบเพื่อขยายผลไปยัง “จังหวัดน่าน” ในปี 2570 เนื่องจากน่านเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการท่องเที่ยวสีเขียวของภาคเหนือให้ครอบคลุมและยั่งยืนอย่างแท้จริง