เมื่อเร็วๆ นี้ Anthropic ได้ตัดสินใจว่าจะใส่ลายน้ำลงในผลงานของ Claude โดยการแทรกโค้ดที่มองไม่เห็นลงในข้อความของแชตบอต เพื่อระบุว่าเป็นข้อความที่สร้างโดย AI ซึ่งจะติดไปกับข้อความเมื่อคัดลอกและวางที่อื่น
Anthropic กล่าวว่าจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจดจำลายน้ำ อย่างไรก็ตาม ลายน้ำเหล่านี้อาจถูกลบออกไป หากข้อความที่ถูกคัดลอกไปมีการแก้ไขจำนวนมาก และข้อมูลเมตาของไฟล์อาจหายไปหากรูปแบบของไฟล์เปลี่ยนไป เช่น การถ่ายภาพหน้าจอ หรือด้วยวิธีการอื่นๆ
ทั้งนี้ ผู้ใช้จะไม่สามารถยกเลิกลายน้ำดังกล่าวได้ โดยจะถูกนำมาใช้กับ Claude ทุกรุ่นและทุกผลิตภัณฑ์ทั่วโลก รวมถึง Claude Code และ Claude Cowork
นโยบายใหม่ของ Anthropic นี้ เป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรปเรื่องหลักปฏิบัติว่าด้วยความโปร่งใสของเนื้อหาที่สร้างโดย AI ซึ่งกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับการทำเครื่องหมายและการตรวจจับเนื้อหาที่สร้างและดัดแปลงโดย AI รวมถึงการติดป้ายกำกับ deepfake และข้อความที่สร้างหรือแก้ไขโดย AI อื่นๆ เมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
แม้นโยบายดังกล่าวจะเป็นไปตามการกำกับดูแลของยุโรป แต่ผู้ใช้ AI บางรายกลับรู้สึกไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว
หนึ่งในผู้ใช้งาน Reddit ระบุว่า ระบบลายน้ำใหม่นี้เป็นการสมคบคิดที่โหดร้ายซึ่งออกแบบมาเพื่อกลั่นแกล้งผู้ใช้แชตบอตทั่วโลก โดยมองว่าผู้ใช้ Claude ที่ชาญฉลาดอาจสามารถซ่อนหลักฐานการใช้งาน AI ของตนได้โดยการเรียบเรียงใหม่หรือเคลียร์ข้อมูลผ่านการใช้บริการ AI อื่นๆ อีกทอด แต่ผู้ใช้ Claude ทั่วไปจะถูกจับได้
ยกตัวอย่าง นักเรียนที่ใช้ Claude เพื่อเรียบเรียงย่อหน้าใหม่ นักข่าวที่ขอให้ AI สรุปบทถอดเสียงสองร้อยหน้า นักเขียนนึกคำไม่ออกเลยขอคำพ้องความหมายจาก AI เมื่อคนกลุ่มนี้คัดลอกข้อความมาก็กลายเป็นว่าเนื้อหาทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมาถูกมองว่าทำจาก AI
อย่างไรก็ตาม มีฝ่ายที่โต้แย้งข้อความข้างต้นว่า นักข่าวที่ขอให้ AI สรุปเนื้อหาจากบทถอดเสียงสองร้อยหน้าจะไม่เดือดร้อนกับลายน้ำที่ติดมา หากบทสรุปดังกล่าวถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ตามนโยบายที่ระบุว่า หากข้อความมีการแก้ไขอย่างมาก ลายน้ำจะหายไป ยกเว้นว่าพวกเขาคัดลอกและวางบทสรุปนั้นลงในบทความของตนเองโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดจรรยาบรรณอย่างชัดเจนและไม่ควรเกิดขึ้น
เช่นเดียวกับการที่นักเรียนคัดลอกและวางผลลัพธ์จาก Claude ลงในงานของตัวเองหลังจากขอให้มันจัดเรียงย่อหน้าใหม่ก็เป็นเรื่องที่ผิดจรรยาบรรณเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้คนอื่นๆ ก็ยังคงไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เนื่องจากมองว่า Claude เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน โดยมนุษย์เป็นผู้เขียนคำสั่ง ให้ไอเดีย ระบุบริบท การตัดสินใจ และปรับแต่งอยู่หลายครั้ง กว่าจะได้งานหนึ่งชิ้น ถ้า Claude เริ่มใส่ลายน้ำลงในโค้ดหรือสิ่งที่มันสร้างขึ้น นำมาสู่คำถามว่า งานชิ้นนี้ควรมีเครดิตของ Claude กำกับไว้จริงๆ หรือไม่
“ผมเลิกใช้ Grammarly แล้วหันมาใช้ Claude สำหรับการตรวจทานงานเขียน เพราะมันทำงานได้ดีกว่า” เอริค เอริคสัน พิธีกรรายการวิทยุและบล็อกเกอร์ โพสต์ลงใน X “แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมเขียนจะมีลายน้ำระบุว่า Claude เป็นคนทำ นี่มันไร้สาระ”
ทั้งนี้ OpenAI ได้มีเทคโนโลยีในการใส่ลายน้ำในข้อความที่สร้างจากโมเดลต่างๆ เช่น ChatGPT มานานแล้ว แต่ยังไม่มีการตัดสินใจที่จะนำมาใช้งานจริง ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัลซึ่งระบุว่ามีการถกเถียงภายในเกี่ยวกับว่าจะนำระบบนี้มาใช้หรือไม่มาหลายปีแล้ว แต่ยังมีข้อโต้แย้งเรื่องความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เช่น ตัวตรวจจับอาจทายผิดว่าข้อความที่มนุษย์เขียนเองเป็นข้อความจาก AI หรือผู้ใช้สามารถหลบเลี่ยงลายน้ำได้อยู่ดี และกังวลว่าการใส่ลายน้ำจะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกไม่สะดวกหรือไม่เป็นอิสระ จนหนีไปใช้บริการ AI จากบริษัทคู่แข่งแทน