คนต. เคาะ “กรุงไทย” Clearing House ตั๋วร่วม เล็งใช้งบกลาง 5 พันล้านชดเชย เจรจา BTS ปรับบัตร Rabbit EMV

Published on 16 ก.ย. 2026
  1. หน้าหลัก 
  2. เศรษฐกิจ-ธุรกิจ 
  3. การค้า-อุตสาหกรรม-คมนาคม 
  4. คมนาคม-ขนส่ง 

คนต. เคาะ “กรุงไทย” Clearing House ตั๋วร่วม เล็งใช้งบกลาง 5 พันล้านชดเชย เจรจา BTS ปรับบัตร Rabbit EMV

เผยแพร่: 16 ก.ย. 2569 19:18   ปรับปรุง: 16 ก.ย. 2569 19:18   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คนต. เคาะ “กรุงไทย” Clearing House บริหารตั๋วร่วม ค่าโดยสาร 17- 45 บาท “พิพัฒน์”ยันเริ่มใช้ ม.ค. 70 เล็งขอ งบกลาง 5,000 ล้านบาทต่อปีชดเชยส่วนต่าง ส่วนปัญหาใหญ่ติดหัวอ่าน EMV สายสีเขียว จ่อเจรจา BTS ปรับเป็น Rabbit EMV เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทุกสาย

วันที่ 16 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 3/2569 ว่า เพื่อติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ซึ่งจากการประชุม คตน. ในครั้งที่ผ่านมา การพัฒนาระบบตั๋วร่วมมีความคืบหน้าเกิดผลเป็นรูปธรรมและมีทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมมีผลบังคับใช้แล้วหลายฉบับ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและเครื่องมือในการกำกับดูแลของภาครัฐ

โดยยืนยัน เริ่มใช้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบตั๋วร่วม 17–45 บาท ทุกสีทุกสาย ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 ผู้โดยสารรถไฟฟ้าจะสามารถเดินทางเชื่อมต่อทุกสี ทุกสาย ทุกเส้นทาง โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าแรกเข้าเมื่อเปลี่ยนสาย พร้อมเตรียมของบกลางประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี ชดเชยส่วนต่างค่าโดยสาร โดยให้ธนาคารกรุงไทยทำหน้าที่บริหารระบบเคลียร์ริ่งเฮาส์ ขณะที่ปัญหาหัวอ่านบัตร EMV เร่งเจรจา BTS ปรับระบบ Rabbit ให้รองรับการเดินทางข้ามสาย

สำหรับงบประมาณชดเชย เบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากกองทุนตั๋วร่วมของ สนข. ยังไม่มีเงินสะสม จึงต้องเสนอขอใช้งบกลาง อย่างไรก็ตาม วงเงินจริงอาจลดลง หากรัฐเจรจากับผู้ประกอบการเอกชนให้แบ่งคืนรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น หลังค่าโดยสารถูกลง

“ระยะแรกจะเสนอขออนุมัติมาตรการแบบปีต่อปี โดยรัฐรับภาระชดเชยส่วนต่างค่าโดยสาร จนถึงช่วงสิ้นสุดสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปี 2572 ก่อนพิจารณาแนวทางระยะยาว”


นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบให้บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เข้ามาประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 และมติ คนต. เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ทั้งนี้ สนข. ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงการคลัง (กค.)

“ปัญหาสำคัญ คือการติดตั้งหัวอ่านบัตร EMV กับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่ง กทม. ประเมินว่า หากเปลี่ยนหัวอ่านทั้งระบบ อาจใช้เวลาประมาณ 1–2 ปี ไม่ทันกำหนดเริ่มมาตรการ จึงเตรียมเจรจากับ BTS ปรับระบบบัตร Rabbit ให้เป็น Rabbit EMV เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทุกสายได้ตามกำหนด

ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าแผนการดำเนินงาน (Timeline) ของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรการ ลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน พร้อมทั้งพิจารณากฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับอัตราค่าโดยสารร่วม จำนวน 2 ฉบับ เพื่อให้เกิดกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดผลเชิงโครงสร้างของระบบตั๋วร่วมเป็นรูปธรรมในการช่วยลดภาระค่าครองชีพสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางให้แก่ประชาชนตามเป้าหมายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม

สำหรับความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายลำดับรอง ซึ่งปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ออกประกาศสำนักงานและลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา จำนวน 5 ฉบับแล้ว ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงนามประกาศกระทรวงคมนาคม 6 ฉบับ และประกาศ คนต. 2 ฉบับแล้ว เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569


นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังได้รายงานความคืบหน้าการเจรจากับผู้ประกอบการ การดำเนินงานตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 รวมถึงการติดตั้งและทดสอบระบบตั๋วร่วม โดยที่ประชุมมีมติรับทราบ และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงาน

ด้านนายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้รถไฟฟ้าประมาณ 1.5 ล้านคนต่อวัน จึงต้องปรับประมาณการวงเงินชดเชยจากตัวเลขเดิม โดยจะหารือรายละเอียดกับคู่สัญญาแต่ละสายให้สอดคล้องกับเงื่อนไขสัมปทาน

ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งวงเงินชดเชยและแนวทางติดตั้งระบบ EMV ภายในเดือนพฤศจิกายน พร้อมเดินหน้าให้ประชาชนเริ่มใช้ระบบตั๋วร่วมได้ตามเป้าหมายวันที่ 1 มกราคม 2570