
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (CLSA) เริ่มต้นบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ด้วยคำแนะนำ “ซื้อลงทุน” มากกว่าตลาดอย่างมั่นใจสูง พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 450 บาทต่อหุ้น โดยมองว่า DELTA เป็นหุ้นที่โดดเด่นที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสำหรับการลงทุนในธีมโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure)
CLSA ระบุว่า การเติบโตของอุตสาหกรรม AI กำลังผลักดันให้ความต้องการระบบพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูล (AI Datacenter) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใต้แนวคิด “ชิปเปรียบเสมือนสมอง เครือข่ายเปรียบเสมือนเส้นประสาท แต่ระบบพลังงานคือหัวใจสำคัญ” ซึ่งทำให้ DELTA อยู่ในตำแหน่งที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก
ฝ่ายวิจัยคาดว่า รายได้จากธุรกิจ AI Datacenter จะมีสัดส่วนมากกว่า 60% ของรายได้รวมในปี 2569 และมีโอกาสเพิ่มขึ้นใกล้ 70% ภายในปี 2571 ส่งผลให้โครงสร้างรายได้ของบริษัทเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจระบบพลังงานและระบบระบายความร้อนที่มีอัตราการเติบโตและอัตรากำไรสูงขึ้น
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscalers) รวมถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความหนาแน่นพลังงานต่อตู้แร็ค (Rack Density) จากการใช้งาน AI ที่ต้องการกำลังประมวลผลสูงขึ้น ส่งผลให้ DELTA ไม่เพียงได้รับอานิสงส์จากยอดขายเซิร์ฟเวอร์ AI ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังได้รับประโยชน์จากมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่อแร็ค (Content per Rack) ที่สูงขึ้น ทั้งในส่วนของระบบพลังงาน ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) และสถาปัตยกรรมตู้แร็กรุ่นใหม่
CLSA ยังมองว่า การเปลี่ยนผ่านจากระบบไฟฟ้า 400V ไปสู่ 800VDC จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าระบบพลังงานของ DELTA อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่จะมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นจากระดับเดิมไปสู่ 600 กิโลวัตต์ (kW) ถึง 1 เมกะวัตต์ (MW) ต่อแร็ค ส่งผลให้รูปแบบการจ่ายไฟเปลี่ยนไปใช้ระบบ HVDC Power Rack และระบบ Sidecar ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าเดิม ขณะที่ธุรกิจระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวจะกลายเป็นอีกแหล่งรายได้สำคัญในระยะถัดไป
ด้านประมาณการผลประกอบการ CLSA คาดว่า DELTA จะมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยประเมินกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 41,900 ล้านบาท, ปี 2570 เพิ่มเป็น 71,000 ล้านบาท และปี 2571 แตะ 103,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ราว 61% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากสัดส่วนรายได้ธุรกิจ AI ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น การรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ระบบ HVDC และ Liquid Cooling ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป รวมถึงประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Operating Leverage) แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนค่าสิทธิ (Royalty Fee) ที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ CLSA ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ DELTA ด้วยอัตราส่วน P/E ที่ 64 เท่า ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โดยมองว่ามูลค่าหุ้นระดับพรีเมียมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากศักยภาพการเติบโตของกำไรในระยะยาว และอัตราส่วน PEG ที่อยู่ราว 1 เท่า พร้อมแนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะที่ราคาหุ้นอ่อนตัวในระยะสั้นเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้น โดยคงคำแนะนำ High-Conviction Outperform และราคาเป้าหมายที่ 450 บาทต่อหุ้น
Back to top button