CLSA เชียร์ซื้อ DELTA เป้า 450 บาท รับเมกะเทรนด์ AI

Published on 16 ก.ค. 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (CLSA) เริ่มต้นบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ด้วยคำแนะนำ “ซื้อลงทุน” มากกว่าตลาดอย่างมั่นใจสูง พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 450 บาทต่อหุ้น โดยมองว่า DELTA เป็นหุ้นที่โดดเด่นที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสำหรับการลงทุนในธีมโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure)

CLSA ระบุว่า การเติบโตของอุตสาหกรรม AI กำลังผลักดันให้ความต้องการระบบพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูล (AI Datacenter) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใต้แนวคิด “ชิปเปรียบเสมือนสมอง เครือข่ายเปรียบเสมือนเส้นประสาท แต่ระบบพลังงานคือหัวใจสำคัญ” ซึ่งทำให้ DELTA อยู่ในตำแหน่งที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก

ฝ่ายวิจัยคาดว่า รายได้จากธุรกิจ AI Datacenter จะมีสัดส่วนมากกว่า 60% ของรายได้รวมในปี 2569 และมีโอกาสเพิ่มขึ้นใกล้ 70% ภายในปี 2571 ส่งผลให้โครงสร้างรายได้ของบริษัทเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจระบบพลังงานและระบบระบายความร้อนที่มีอัตราการเติบโตและอัตรากำไรสูงขึ้น

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscalers) รวมถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความหนาแน่นพลังงานต่อตู้แร็ค (Rack Density) จากการใช้งาน AI ที่ต้องการกำลังประมวลผลสูงขึ้น ส่งผลให้ DELTA ไม่เพียงได้รับอานิสงส์จากยอดขายเซิร์ฟเวอร์ AI ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังได้รับประโยชน์จากมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่อแร็ค (Content per Rack) ที่สูงขึ้น ทั้งในส่วนของระบบพลังงาน ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) และสถาปัตยกรรมตู้แร็กรุ่นใหม่

CLSA ยังมองว่า การเปลี่ยนผ่านจากระบบไฟฟ้า 400V ไปสู่ 800VDC จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าระบบพลังงานของ DELTA อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่จะมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นจากระดับเดิมไปสู่ 600 กิโลวัตต์ (kW) ถึง 1 เมกะวัตต์ (MW) ต่อแร็ค ส่งผลให้รูปแบบการจ่ายไฟเปลี่ยนไปใช้ระบบ HVDC Power Rack และระบบ Sidecar ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าเดิม ขณะที่ธุรกิจระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวจะกลายเป็นอีกแหล่งรายได้สำคัญในระยะถัดไป

ด้านประมาณการผลประกอบการ CLSA คาดว่า DELTA จะมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยประเมินกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 41,900 ล้านบาท, ปี 2570 เพิ่มเป็น 71,000 ล้านบาท และปี 2571 แตะ 103,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ราว 61% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า

การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากสัดส่วนรายได้ธุรกิจ AI ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น การรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ระบบ HVDC และ Liquid Cooling ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป รวมถึงประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Operating Leverage) แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนค่าสิทธิ (Royalty Fee) ที่เพิ่มขึ้นก็ตาม

ทั้งนี้ CLSA ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ DELTA ด้วยอัตราส่วน P/E ที่ 64 เท่า ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โดยมองว่ามูลค่าหุ้นระดับพรีเมียมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากศักยภาพการเติบโตของกำไรในระยะยาว และอัตราส่วน PEG ที่อยู่ราว 1 เท่า พร้อมแนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะที่ราคาหุ้นอ่อนตัวในระยะสั้นเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้น โดยคงคำแนะนำ High-Conviction Outperform และราคาเป้าหมายที่ 450 บาทต่อหุ้น

Back to top button