รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล - Flashfly Dot Net

Published on 29 ก.ย. 2026

CMF แบรนด์เทคโนโลยีภายใต้ปีก Nothing เปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ในไทยพร้อมกัน 2 รุ่น 2 สไตล์ ได้แก่ CMF Buds Neo หูฟังไร้สาย TWS ดีไซน์แบบ In-ear มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ  (Active Noise Cancelling) ลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 35 เดซิเบล และ CMF Clip Pro หูฟังไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์ที่ใช้ดีไซน์แบบหนีบ เน้นความสบายในการสวมใส่ และให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน โดยทีมงาน @flashfly ได้รับหูฟังทั้ง 2 รุ่น มารีวิวเรียบร้อยแล้ว

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Clip Pro ถูกสร้างมาเพื่อมอบความสมดุลระหว่างความสบายในการสวมใส่ คุณภาพเสียงที่คมชัด และ ดีไซน์ทันสมัย โดยใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อผิว สนับสนุน LDAC การเข้ารหัสสัญญาณเสียงไร้สายความละเอียดสูง พร้อมแบตเตอรี่ที่ให้อายุการใช้งานยาวนานสูงสุด 32.5 ชั่วโมง 

สเปก CMF Clip Pro

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
  • ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 10.8 มิลลิเมตร
  • Low Latency Mode (โหมดความหน่วงต่ำ)
  • ไมโครโฟน 2 ตัว (รวม 2 ข้าง มี 4 ตัว) พร้อม VPU (Voice Processing Unit)
  • อัลกอริทึม Malleus Bass Boost
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.4, USB Type-C สำหรับการชาร์จ
  • Dual Connection (เชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกัน 2 เครื่อง)
  • จับคู่ได้อย่างรวดเร็วผ่าน Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair
  • รองรับการเข้ารหัส LDAC, AAC, SBC
  • สนับสนุนเสียงความละเอียดสูง HiRes Audio Wireless
  • หูฟังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP54 (IPX2 สำหรับเคส)
  • รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Android เวอร์ชัน 5.1 ขึ้นไป และ iOS เวอร์ชัน 13 ขึ้นไป
  • แบตเตอรี่หูฟัง 60mAh
  • แบตเตอรี่เคส 475mAh
  • ขนาดหูฟัง 30.755 x 24.84 x 18.21 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักหูฟังข้างละ 5.92 กรัม  
  • ขนาดเคส 52.1 x 26.69 x 51.01 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักเคส 38.81 กรัม
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Light Grey, Dark Grey และ Coral

ดีไซน์ OpenFit Arc

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Clip Pro ใช้ดีไซน์แบบ OpenFit Arc ที่มีความยืดหยุ่น เน้นความกระชับ แต่ยังคงให้ความสบาย แม้สวมไว้หลายชั่วโมง ด้วยน้ำหนักที่เบาเพียงข้างละ 5.92 กรัม พร้อมโครงสร้างกระจายแรงหนีบ 3 จุด ไปตามส่วนโค้งของใบหู แทนที่จะกดทับลงเพียงจุดเดียว

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

โครงสร้างกระจายแรงหนีบ 3 จุด ประกอบด้วย ลำโพงรูปทรงกลม (Listening ball) เป็นจุดที่รับน้ำหนักมากที่สุด, สะพานรูปตัว C หรือก้านแบบ C-bridge ที่มีความยืดหยุ่น และ Comfort pod แอบอยู่หลังใบหู (เมื่อสวมใส่) ช่วยประคองให้หูฟังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

หูฟัง CMF Clip Pro มีสะพานรูปตัว C ขนาด 30 มิลลิเมตร พร้อมแกนลวดไทเทเนียมยืดหยุ่นที่ปรับได้ตั้งแต่ 40 – 53.5 องศา จึงสามารถปรับให้เข้ากับรูปทรงของใบหูได้ทุกรูปแบบ ส่วนที่เป็นลำโพงหูฟังมีรูปทรงกลมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13.8 มิลลิเมตร ช่วยให้เสียงถูกส่งเข้าไปในช่องหูโดยตรง

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

นอกจากดีไซน์กระจายแรงหนีบที่ช่วยให้สวมใส่เป็นเวลานานได้อย่างสบาย หูฟัง CMF Clip Pro ยังถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุคุณภาพสูง เริ่มจากส่วนของลำโพง Listening ball และ Comfort pod ทำมาจากพลาสติก PC+ABS เพื่อความประณีตและทนทาน ขณะที่ก้าน C-bridge หุ้มด้วยวัสดุ TPU ที่เป็นมิตรต่อผิว

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

Comfort pod มีรูปทรงกระบอกโค้งมน และมีส่วนเว้าเพื่อให้รับกับใบหู และมีรูปทรงเพรียวบางมากขึ้น นอกจากจะทำหน้าที่ช่วยถ่วงน้ำหนักหูฟังให้สมดุล ยังบรรจุแบตเตอรี่ไว้ภายใน ความจุ 60mAh (ต่อข้าง) 

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Clip Pro ติดตั้งปุ่มควบคุมที่ใช้งานง่ายไว้ในส่วน Comfort pod ทั้ง 2 ข้าง โดยเป็นปุ่มแบบกลไก (ไม่ใช่ปุ่มสัมผัส) ทำให้การกดมีความแม่นยำและใช้งานกว่าปุ่มแบบสัมผัส

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

ปุ่มควบคุมบนหูฟังรองรับทั้งการกดครั้งเดียว สองครั้ง สามครั้ง และ กดค้างไว้ ซึ่งแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไปตามตัวอย่างคำสั่งด้านล่าง

กดหนึ่งครั้ง

  • ฟังเพลง: เล่น / หยุดเล่นชั่วคราว
  • การโทร: รับสาย / วางสาย / ยกเลิกสาย

กดสองครั้ง

  • ฟังเพลง: ข้ามไปเพลงถัดไป
  • การโทร: ปฏิเสธสาย

กดสามครั้ง

  • ฟังเพลง: ย้อนกลับไปเพลงก่อนหน้า

กดค้างไว้

  • หูฟังข้างซ้าย: ลดระดับเสียง
  • หูฟังข้างขวา: เพิ่มระดับเสียง
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

เคสชาร์จ CMF Clip Pro ก็มีปุ่มควบคุมมาให้ด้วย เรียกว่า Smart Dial ถือเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของ CMF โดยผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าการควบคุมของปุ่ม Smart Dial ได้เอง ผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X ไม่ว่าจะเป็นการปรับระดับเสียง, เล่น/หยุด, ข้ามเพลง, ย้อนกลับไปเพลงก่อนหน้า, รับสาย, วางสาย,  เปิด/ปิดเสียงไมโครโฟน, เปิด/ปิดโหมดความหน่วงต่ำ รวมถึงเรียกใช้งานระบบสั่งการด้วยเสียง

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

เคสชาร์จยังมาพร้อมไฟ LED ด้านหน้าหนึ่งดวง ช่วยแสดงสถานะการทำงานของหูฟัง มีพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ โดยภายในเคสมีแบตเตอรี่ความจุ 475mAh เมื่อรวมกับความจุแบตเตอรี่ 60mAh ของหูฟังแต่ละข้าง ทำให้ CMF Clip Pro มีอายุการใช้งานยาวนานสูงสุด 32.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

นอกจากนี้ หูฟัง CMF Clip Pro ทั้ง 2 ข้าง ยังได้รับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 เพียงพอสำหรับต้านทานเหงื่อ ละอองน้ำ และ สายฝนที่ตกลงมาเบาๆ อย่างไรก็ตาม เคสชาร์จได้รับมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX2 ซึ่งไม่ได้รับการทดสอบมาตรฐานกันฝุ่น และป้องกันน้ำได้เล็กน้อยเท่านั้น (ไม่ควรให้เคสสัมผัสกับน้ำ)

คุณภาพเสียง

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Clip Pro ให้เสียงคมชัดสมจริงด้วยไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 10.8 มิลลิเมตร ซึ่งใช้โครงสร้างแม่เหล็กคู่เพื่อให้เสียงเบสในย่านเสียงต่ำ ทรงพลังยิ่งขึ้น เหมาะกับหูฟังที่ใช้ดีไซน์แบบ Open-ear โดยเฉพาะ ส่วนแผ่นไดอะแฟรมใช้วัสดุ TPU+LCP ช่วยให้เสียงนุ่มนวล ลดอาการเสียงแตก เมื่อปรับความดังระดับสูง 

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

เนื่องจากหูฟัง CMF Clip Pro ใช้ดีไซน์แบบ Open-ear ทำให้เสียงย่านความถี่ต่ำอาจสูญเสียพลังลงไป ผ่านทางช่องว่างระหว่างหูฟังกับช่องหูที่ปิดไม่สนิท แต่ทีมวิศวกรของ CMF ทราบข้อบกพร่องดังกล่าวดีอยู่แล้ว จึงแก้ไขปัญหาด้วยอัลกอริทึม Malleus Bass Boost 

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

อัลกอริทึม Malleus Bass Boost ช่วยชดเชยพลังเสียงเบสอย่างแม่นยำ พร้อมเพิ่มระดับความดัง เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของเสียงได้อย่างครบถ้วน สามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้ใกล้เคียงกับขีดความสามารถทางอะคูสติกสูงสุดของไดรเวอร์ ไม่ว่าจะฟังเพลงระหว่างเดินทางไปเรียนหรือทำงาน ไปจนถึงฟังเพลงขณะออกกำลังกาย

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

ที่สำคัญ CMF Clip Pro ยังสนับสนุนตัวแปลงสัญญาณเสียง LDAC, AAC และ SBC โดยเฉพาะ LDAC ช่วยให้สามารถส่งสัญญาณเสียงไร้สายที่มีคุณภาพสูงสุดระดับ HiRes Audio Wireless 

การโทรชัดเจน

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

หูฟัง CMF Clip Pro แต่ละข้าง ได้รับไมโครโฟน 2 ตัว โดยตัวหลักทำหน้าที่ในการสนทนา อีกตัวใช้ดักเสียงลม และทำงานร่วมกับ VPU (Voice Processing Unit) ช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้การสนทนาผ่านหูฟัง CMF Clip Pro มีความชัดเจน ไม่ว่าจะโทรคุยในบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่าน หรือ อยู่นอกอาคารที่มีลมพัดผ่าน

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

เนื่องจากหูฟังแบบ Open-ear ถูกดีไซน์มาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้ยินเสียงรอบข้างระหว่างสวมใส่ด้วย แต่ในทางกลับกัน เสียงจากลำโพงก็อาจหลุดออกไปภายนอกได้เช่นกัน โดยเฉพาะเสียงสนทนา อย่างไรก็ตาม CMF Clip Pro มาพร้อมโหมด Anti-Leakage ที่สามารถควบคุมและลดการแพร่กระจายของเสียงออกไปภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

ทั้งนี้ โหมด Anti-Leakage ของ CMF Clip Pro สามารถควบคุมการใช้งานได้จากแอป Nothing X โดยมี 3 ตัวเลือก ได้แก่ Audio + Calls (เปิดเมื่อใช้ฟังเสียงรวมถึงการโทร) , Calls Only (เปิดเฉพาะการโทร) และ Off (ปิดการใช้งาน)

มัดรวมฟีเจอร์เด่น

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Clip Pro ทำงานร่วมกับแอป Nothing X ซึ่งสามารถเข้าไปปรับเสียง EQ (Equalizer) ได้หลายแบบตามแนวเพลงที่ฟัง เช่น Pop, Rock, Electronic, Enhance Vocals, Classical และมีตัวเลือก Custom เพื่อให้ผู้ใช้งานปรับเสียง EQ ได้ตามต้องการ

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

สำหรับผู้ใช้งานที่ชอบการเล่นเกม CMF Clip Pro มีโหมดความหน่วงต่ำ (Low Latency Mode) ที่ช่วยลดความหน่วงของเสียงที่เล่นบนสมาร์ตโฟน ซึ่งสามารถลดความหน่วงของเสียงในเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับการใช้งานปกติ  

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Clip Pro รองรับ Dual Connection ช่วยให้ผู้ใช้งานจับคู่หูฟังกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้พร้อมกัน 2 เครื่อง โดยสลับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น เชื่อมต่อหูฟังกับแล็ปท็อปเพื่อฟังเพลง แล้วสลับไปรับสายโทรศัพท์จากสมาร์ตโฟนได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อวางสาย เพลงในแล็ปท็อปก็จะเล่นต่อจากจุดเดิมทันที 

กรณีที่ผู้ใช้งานเผลอทำหูฟังหล่นหาย สามารถใช้ฟีเจอร์ Find My Earbuds ช่วยค้นหาตำแหน่งได้ โดยหูฟังจะเล่นเสียง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานรู้ตำแหน่งที่ซ่อน เช่น ใต้โซฟา หรือ ใต้เตียง

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

นอกจากนี้ CMF Clip Pro ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Android และ Windows PC ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายผ่าน Bluetooth 5.4 เนื่องจากรองรับฟีเจอร์ Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair 

ใช้งานนานสูงสุด 32.5 ชั่วโมง

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

หูฟัง CMF Clip Pro แต่ละข้างสามารถฟังเพลงได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง แต่ถ้ารวมกับการชาร์จในเคส จะสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 32.5 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สำหรับการใช้สนทนา หูฟังแต่ละข้างใช้โทรคุยได้นานสูงสุด 6.5 ชั่วโมง และเพิ่มอายุการใช้งานด้วยเคสชาร์จได้สูงสุด 25 ชั่วโมง 

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Clip Pro ยังสนับสนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็วผ่านสาย USB Type-C ใช้เวลาชาร์จเพียง 10 นาที ก็เพียงพอต่อการฟังเพลงนานสูงสุด 4 ชั่วโมง โดยหูฟังแต่ละข้างมีความจุแบตเตอรี่ 60mAh และแบตเตอรี่ในเคสชาร์จมีความจุ 475mAh

CMF Buds Neo

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Buds Neo เป็นหูฟังไร้สายระดับเริ่มต้นที่เน้นความคุ้มค่า เข้าถึงได้ง่าย โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพการใช้งานที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน และแน่นอนว่า CMF ยังให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับฟังก์ชันการใช้งานที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์

สเปก CMF Buds Neo

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
  • ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12.4 มิลลิเมตร
  • ระบบตัดเสียงรบกวน ANC (Active Noise Cancellation) 
  • Transparency Mode (โหมดฟังเสียงภายนอก)
  • Low Latency Mode (โหมดความหน่วงต่ำ)
  • ไมโครโฟน 2 ตัว (รวม 2 ข้าง มี 4 ตัว)
  • รองรับระบบเสียง Static Spatial Audio
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0, USB-C สำหรับการชาร์จ
  • Dual Connection (เชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกัน 2 เครื่อง)
  • จับคู่ได้อย่างรวดเร็วผ่าน Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair
  • รองรับการเข้ารหัส AAC, SBC
  • รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Android เวอร์ชัน 6.0 ขึ้นไป และ iOS เวอร์ชัน 13 ขึ้นไป
  • หูฟังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP54 (IPX2 สำหรับเคส)
  • แบตเตอรี่หูฟัง 45mAh
  • แบตเตอรี่เคส 460mAh
  • ขนาดหูฟัง 33.4 x 20.6 x 22.8 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักหูฟังข้างละ 4.5 กรัม  
  • ขนาดเคส 54.3 x 54.3 x 23 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักเคส 50.3 กรัม (รวมหูฟัง)
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Dark Blue และ White

ดีไซน์ทูโทน

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Buds Neo ผลิตออกมาให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Dark Blue และ White แต่ละสีใช้ดีไซน์แบบทูโทน โดยสีของเคสชาร์จ จะตัดกับสีของปุ่มหมุน (ปุ่มวงกลม) แม้แต่สีดำ พื้นผิวของเคสจะเป็นแบบด้าน ขณะที่ปุ่มหมุนจะใช้สีดำแบบมันเงา 

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

ดีไซน์ของเคสชาร์จ CMF Buds Neo มีรูปทรงสี่เหลี่ยมขอบมุมโค้งมน ถูกสร้างมาให้วางในแนวนอน มาพร้อมไฟ LED หนึ่งดวง ช่วยแสดงสถานะการทำงานของหูฟัง มีพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ และยังมีรูร้อยสายคล้องที่ปุ่มหมุน ช่วยให้พกพาได้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะร้อยเข้ากับกระเป๋าสะพาย ร้อยกับสายคล้องคอหรือข้อมือ

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

หูฟัง CMF Buds Neo ใช้ดีไซน์ทูโทนเช่นเดียวกับเคสชาร์จ โดยบอดี้หลักของหูฟังใช้สีเดียวกับเคสชาร์จ ส่วนจุกหูฟังใช้สีเดียวกับปุ่มหมุน 

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

ส่วนบนของก้านหูฟังมีปุ่มแบบสัมผัส สามารถควบคุมการใช้งานได้ง่าย จึงไม่ต้องพึ่งพาสมาร์ตโฟนอยู่ตลอดเวลา โดยรองรับการกดสองครั้ง สามครั้ง และ กดค้างไว้ ซึ่งแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไปตามตัวอย่างคำสั่งด้านล่าง

กดสองครั้ง

  • ฟังเพลง: ข้ามไปเพลงถัดไป
  • การโทร: รับสาย / วางสาย

กดสองครั้งและค้างไว้

  • ปรับระดับเสียง

กดสามครั้ง

  • ย้อนกลับไปเพลงก่อนหน้า

กดค้างไว้

  • สลับระหว่างโหมด ANC และ Transparency  
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Buds Neo ยังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับเดียวกับ CMF Clip Pro โดยหูฟังทั้ง 2 ข้าง ป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 ส่วนเคสชาร์จป้องกันน้ำระดับ IPX2

คุณภาพเสียง

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Buds Neo ขับเสียงด้วยไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12.4 มิลลิเมตร พร้อมขอบยาง PEEK + PU ที่มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ไดรเวอร์มีพื้นที่ในการขยับตัวมากกว่าเดิม  จึงให้เสียงเบสที่ทุ้มลึกและเต็มอิ่มยิ่งขึ้น เนื่องจากมีพลังในการขับเคลื่อนมวลอากาศที่มากกว่า อีกทั้งยังใช้โดม PET เคลือบไทเทเนียม ช่วยรักษาความคมชัดของเสียงร้องและรายละเอียดเสียง 

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

ผู้ใช้งานยังเพิ่มพลังเสียงเบสได้อีก ผ่านฟีเจอร์ Bass Enhancement ตั้งค่าได้ที่แอป Nothing X สามารถเร่งเสียงเบสได้ 2 ระดับ คือ ระดับ 1 (50%) และ ระดับ 2 (100%) ช่วยเพิ่มเสียงเบสตั้งแต่นุ่มนวลไปจนถึงหนักหน่วง โดยไม่สูญเสียรายละเอียดของเสียง 

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Buds Neo สามารถปรับเสียง EQ (Equalizer) ผ่านแอป Nothing X โดยมีให้เลือก 6 แบบ ได้แก่ Immersion Boost, Pop, Rock, Electronic, Enhance Vocals และ Classical อีกทั้งยังมีตัวเลือก Custom ผู้ใช้งานปรับเสียง EQ ได้อย่างอิสระ

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล
รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

ระบบเสียง Static Spatial Audio เป็นอีกจุดเด่นของ CMF Buds Neo ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์เสียงให้มีความสมจริง เสมือนเสียงกำลังพุ่งมาจากทุกทิศทาง โดยสร้างสนามเสียงรอบตัวผู้ใช้งานให้กว้างขึ้น เหมาะสำหรับการรับชมภาพยนตร์ คอนเสิร์ต หรือ บันทึกการแสดงสด

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

สำหรับการโทรก็ให้ความคมชัดกัน โดยอาศัยไมโครโฟน HD รวม 4 ตัว (ข้างละ 2 ตัว) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI Clear Voice ช่วยให้โทรคุยได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะอยู่ในอาคาร หรือ ขณะเดินทาง

ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

ถึงแม้จะเป็นหูฟังระดับเริ่มต้น แต่ CMF Buds Neo ก็มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ANC (Active Noise Cancellation) แบบเดียวกับที่พบในหูฟังระดับพรีเมียม สามารถลดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุด 35 เดซิเบล และยังมีโหมด Adaptive ANC ปรับระดับเสียงรบกวนโดยอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม รวมถึงโหมด Transparency สำหรับฟังเสียงรอบข้าง โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกจากหู

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

เชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 เครื่องพร้อมกัน

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Buds Neo รองรับฟีเจอร์ Dual Connection จึงสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ 2 เครื่องในเวลาเดียวกัน และสลับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น กำลังดูหนังบนแล็ปท็อปแล้วมีคนโทรเข้ามาในสมาร์ตโฟน หูฟังจะสลับการเชื่อมต่อจากแล็ปท็อปไปสมาร์ตโฟนให้ทันที และเมื่อวางสาย ก็จะกลับไปจับคู่กับแล็ปท็อปได้อย่างราบรื่น โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องกดปุ่มใดๆ

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

ใช้งานนานสูงสุด 52 ชั่วโมง

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

หูฟัง CMF Buds Neo แต่ละข้าง มีความจุแบตเตอรี่ 45mAh สามารถฟังเพลงได้นานสูงสุด 11 ชั่วโมง เมื่อปิด ANC หรือ 8 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC แต่ถ้ารวมกับการชาร์จในเคส ซึ่งมีความจุแบตเตอรี่ 460mAh จะสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 52 ชั่วโมง เมื่อปิด ANC หรือ 30 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สำหรับการใช้สนทนา หูฟังแต่ละข้างใช้โทรคุยได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมง และเพิ่มอายุการใช้งานด้วยเคสชาร์จได้สูงสุด 25 ชั่วโมง เมื่อปิด ANC

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Buds Neo รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วผ่านสาย USB Type-C ใช้เวลาชาร์จเพียง 10 นาที สามารถใช้ฟังเพลงได้นานสูงสุด 5.5 ชั่วโมง เมื่อปิด ANC และใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 100% ภายในเวลา 70 นาที 

สรุปราคาและการจำหน่าย

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

CMF Clip Pro เป็นหูฟังไร้สายแบบ Open-ear ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานที่เน้นความสบาย และใช้งานกลางแจ้ง โดยไม่ปิดกั้นโลกรอบตัว ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะใช้งานระหว่างออกกำลังกายตามที่สาธารณะ โดยยังคงได้ยินเสียงสภาพแวดล้อม แต่ไม่ลดทอนคุณภาพเสียง สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 3,999 บาท

รีวิว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายแบบหนีบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย CMF Buds Neo ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 35 เดซิเบล

ขณะที่ CMF Buds Neo ใช้ดีไซน์แบบ In-ear พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ANC เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหาหูฟังราคาเบาๆ แต่ตอบสนองการฟังได้อย่างมีคุณภาพ และเมื่อต้องการใช้งานนอกอาคาร ก็ยังมีโหมดฟังเสียงภายนอกให้ใช้งาน จึงไม่จำเป็นต้องถอดหูฟังออก โดยวางจำหน่ายในราคาเพียง 1,099 บาท นอกจากนี้ หูฟังรุ่นใหม่ของ CMF ทั้ง 2 รุ่น ยังมีดีไซน์สวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ รองรับการทำงานร่วมกับแอป Nothing X ที่มีฟีเจอร์ให้ปรับแต่งเสียง และตั้งค่าหูฟังได้อย่างละเอียด