DSI หอบสำนวนส่งอัยการฟ้อง 34 ผู้ต้องหา คดี Forex มูลค่าความเสียหาย 1.7

Published on 24 ก.ย. 2026

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลุยเชือดเครือข่ายหลอกลงทุนเทรด Forex และสินทรัพย์ รวบ 34 ผู้ต้องหา ทั้งนิติบุคคล-โค้ชชื่อดัง หลังสร้างโปรไฟล์หลอกเหยื่อสูญเงินรวมกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท พร้อมหอบเอกสาร 102 แฟ้ม กว่า 4 หมื่นแผ่น ส่งพนักงานอัยการสั่งฟ้องแล้ว

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้นำสำนวนคดีพิเศษกรณีกลุ่มเครือข่ายชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกันเปิดโบรกเกอร์ซื้อขายสินทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตและฉ้อโกงประชาชน จำนวน 102 แฟ้ม รวมเอกสารกว่า 40,348 แผ่น พร้อมนำตัวผู้ต้องหา 34 ราย ประกอบด้วย นิติบุคคล 10 ราย และบุคคลธรรมดา 24 ราย ส่งมอบให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็น ควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด โดยภายหลังจากการส่งสำนวน พนักงานอัยการฯ ไม่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด และแจ้งกำหนดนัดหมายเพื่อรอความเห็นของพนักงานอัยการต่อไป

สำหรับคดีนี้มีผู้เสียหายร้องเรียนเป็นจำนวนมากจากการถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนผ่านโบรกเกอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย ได้แก่ QRS, GOFX, Eterwealth และ HFM โดยมีกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) และบุคคลที่อ้างตนเป็น โค้ช อาจารย์ และเซลล์ โดยมีพฤติการณ์รับประกันผลกำไรจากการลงทุน / มีการชักชวนให้เข้ากลุ่มปิดเพื่อรับสัญญาณการซื้อขาย (Signal Trade) / การรับฝากเงินเพื่อทำการเทรดแทน / การชักชวนให้ลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (forex) ตลอดจนการแสดงพอร์ตการลงทุนอันเป็นเท็จ ฯลฯ ซึ่งเป็นลักษณะของการฉ้อโกง จนทำให้ประชาชนหลงเชื่อโอนเงินเพื่อเข้าร่วมลงทุนผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงิน (Payment Gateway) ส่งผลให้ได้รับความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท

ซึ่งภายหลังผู้ที่ได้รับความเสียหายบางรายยังถูกชักจูงให้ไปชักชวนบุคคลอื่นเข้ามาร่วมลงทุนต่อเป็นทอดๆ เพื่อที่จะได้รับค่าธรรมเนียม หรือผลตอบแทน ซึ่งเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชนและการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ในลักษณที่เรียกว่า แชร์ลูกโซ่

โดยเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และธนาคารแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจค้นบริษัทและบ้านพักอาศัยของผู้แนะนำโบรกเกอร์ เจ้าของโบรกเกอร์ และผู้ให้บริการรับชำระเงิน เป้าหมายพร้อมกัน 24 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร แบ่งเป็นบริษัท 15 แห่ง และบ้านพักของบุคคลที่เกี่ยวข้อง 9 แห่ง

โดยผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดทรัพย์สินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก อาทิ รถยนต์หรู รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เงินสด วัตถุคล้ายทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ เครื่องประดับทองคำและเพชร กระเป๋าแบรนด์เนม เงินแท่ง เงินตราต่างประเทศ และ Hardware Wallet สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และ USDT รวมถึงเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุนอีกจำนวนหนึ่ง

ต่อมาเมื่อวันอังคารที่ 14 ก.ค.69 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จับกุมนายธีรพงษ์ (สงวนนามสกุล) หรือ โค้ชเจมส์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะโค้ชสอนเทรดสั้นชื่อดัง มีผู้ติดตามผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนหลายแสนรายและมักใช้วลี ALL IN มีบทบาทในการแนะนำให้ประชาชนเปิดบัญชีซื้อขายกับโบรกเกอร์ Eterwealth และ HFM

และเมื่อวันพุธที่ 15 ก.ค.69 ได้จับกุมนางสาวมัลลิกา (สงวนนามสกุล) เจ้าของโบรกเกอร์ QRS ซึ่งอ้างว่าได้รับใบอนุญาตจากต่างประเทศ และได้ประกอบธุรกิจชักชวนประชาชนร่วมลงทุนซื้อขาย Forex ในไทย โดยรับประกันผลตอบแทนสูงถึง 20-30 %ภายใน 7 วัน

พร้อมเปิดสถาบันสอนการเทรดในย่านลาดพร้าวและสอนเทรดออนไลน์โดยโค้ชต่าง ๆ เป็นประจำทุกวัน ผ่านการใช้หลักจิตวิทยาในการชักจูงประชาชนที่เทรดเสีย ให้คล้อยตามเพื่อหวังแก้มือ คล้ายกับหลักการเล่นพนัน จนทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักสิบล้านบาทต่อราย

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 34 ราย ถูกแจ้งข้อหาในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต

ร่วมประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน