
มิติหุ้น – EA ดันนวัตกรรมไทยจากงานวิจัยสู่การใช้จริง ต่อยอดวัสดุชีวภาพสู่การขนส่งเกล็ดเลือด–พิทักษ์หลักฐานสิ่งแวดล้อม ผนึก บพข. เปิดทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างโอกาสเชิงพาณิชย์
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA โดยบริษัท กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช จำกัด (GTR) บริษัทในกลุ่ม EA ร่วมกับหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ประกาศผลผู้ชนะโครงการ “Up the Phase. Upgrade the World สารเปลี่ยนสถานะสู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลกอนาคต” จากผู้สมัคร 107 ทีมทั่วประเทศ สู่ 10 ทีมสุดท้าย เพื่อค้นหาแนวคิดใหม่ในการต่อยอดเทคโนโลยีวัสดุชีวภาพสู่การใช้งานจริงและโอกาสเชิงพาณิชย์
ผลงานชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “BioTemp 22 (ENP@R17) นวัตกรรมควบคุมอุณหภูมิ 20-24°C ด้วย Bio-PCM สําหรับการขนส่งเกล็ดเลือด” กล่องควบคุมอุณหภูมิสำหรับขนส่งเกล็ดเลือด และ “Evi-PCM Block: นวัตกรรมล็อกอุณหภูมิพิทักษ์พยานหลักฐานทางสิ่งแวดล้อม” แนวคิดกล่องควบคุมอุณหภูมิเพื่อรักษาสภาพพยานหลักฐานด้านสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยีเบื้องหลังนวัตกรรมดังกล่าวคือ Bio-PCM (Bio-Phase Change Material) วัสดุชีวภาพที่พัฒนาจากวัตถุดิบ เช่น ปาล์มน้ำมัน มีคุณสมบัติกักเก็บและปลดปล่อยพลังงานความร้อน ช่วยรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา พัฒนาโดยทีมวิจัยของ EA ผ่าน GTR และได้รับการจดสิทธิบัตรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย
ปัจจุบัน Bio-PCM ของ EA ส่งออกไปยังญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐอเมริกา และยุโรป รวมประมาณ 1,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และมีมูลค่าคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการนำงานวิจัยของคนไทยไปสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีตลาดรองรับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศ
โครงการ “Up the Phase. Upgrade the World” จึงเปิดให้นักวิจัยและนักสร้างสรรค์จากทั่วประเทศนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปค้นหาการใช้งานใหม่ แบ่งการแข่งขันเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Bio-PCM Frontier Tech สำหรับงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ และ Next Gen Visionary สำหรับแนวคิดสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพต่อยอดในอนาคต
ผลงาน “BioTemp 22 (ENP@R17) นวัตกรรมควบคุมอุณหภูมิ 20-24°C ด้วย Bio-PCM สําหรับการขนส่งเกล็ดเลือด” ของนายปราการ สวัสดี คว้ารางวัลชนะเลิศประเภท Bio-PCM Frontier Tech จากการพัฒนากล่องควบคุมอุณหภูมิสำหรับขนส่งเกล็ดเลือดให้อยู่ในช่วง 20–24 องศาเซลเซียส พร้อมระบบแสดงและบันทึกอุณหภูมิ สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำและไม่ต้องใช้ไฟฟ้าระหว่างการขนส่ง โดยได้ทดลองและนำไปใช้งานจริงที่โรงพยาบาลตากสินแล้ว ถือเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีวัสดุชีวภาพมาประยุกต์ใช้กับงานสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ “Evi-PCM Block: นวัตกรรมล็อกอุณหภูมิพิทักษ์พยานหลักฐานทางสิ่งแวดล้อม” ของนางสาวชลลดา ไม้หอม คว้ารางวัลชนะเลิศประเภท Next Gen Visionary ด้วยแนวคิดกล่องสำหรับขนส่งตัวอย่างทางสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำหรือตัวอย่างที่เก็บจากพื้นที่ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบปล่อยของเสียหรือสารปนเปื้อน เพื่อนำส่งไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งตัวอย่างบางประเภทจำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่กำหนด เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงระหว่างทางที่อาจส่งผลต่อความถูกต้องของผลตรวจวิเคราะห์
Evi-PCM Block จึงออกแบบให้สามารถเลือกใช้ตลับ Bio-PCM ให้เหมาะกับอุณหภูมิที่ตัวอย่างแต่ละประเภทต้องการ ช่วยรักษาสภาพตั้งแต่จุดเก็บจนถึงห้องปฏิบัติการโดยไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าตลอดการขนส่ง และมีศักยภาพต่อยอดเพื่อสนับสนุน การตรวจสอบแหล่งมลพิษ การลักลอบทิ้งของเสีย และการรักษาสภาพพยานหลักฐานทางสิ่งแวดล้อมให้มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม และการต่อยอดจุดแข็งของประเทศสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยนวัตกรรมที่มีศักยภาพควรได้รับการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรทั้งด้านการวิจัย การผลิต และการตลาด รวมถึงผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่า เพื่อยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ดร.อัญชัญ ชมภูพวง รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน กล่าวว่า บพข. มุ่งเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ความร่วมมือกับบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ในการต่อยอดเทคโนโลยี Bio-PCM สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่มุ่งเพิ่มมูลค่าทรัพยากรชีวภาพ ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมุ่งผลักดันผลงานที่มีศักยภาพให้ได้รับการทดสอบกับผู้ใช้งานจริงและพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Bio-PCM เป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้จากธุรกิจไบโอดีเซลของ EA มาต่อยอดวัตถุดิบธรรมชาติ โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน สู่เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทย สามารถนำไปใช้จริงและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
สำหรับ EA เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่ที่การคิดค้นเทคโนโลยี แต่คือการทำให้งานวิจัยถูกนำไปใช้และสร้างคุณค่าได้จริง โครงการนี้จึงเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยและนักสร้างสรรค์เข้ามาต่อยอดเทคโนโลยีของ EA สู่การใช้งานใหม่ ๆ ตั้งแต่สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม สร้างตลาดใหม่ เพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบการเกษตร และทำให้เทคโนโลยีที่คนไทยพัฒนาและเป็นเจ้าของสามารถสร้างประโยชน์กลับคืนสู่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายฉัตรพลกล่าว
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon