‘EEC’ ชี้ Data Center ต้องไม่แย่งไฟก้อนเดิม ชง Zoning 20 GW เล็งแนวสายส่งบางปะกง-ฉะเชิงเทรา

Published on 17 ก.ย. 2026

‘จุฬา’ เลขา EEC ชงโซนนิ่ง Data Center จัดพื้นที่รองรับเฉพาะ หนุนลงทุนไฟฟ้าใหม่-พลังงานสะอาด ย้ำนักลงทุนรายใหม่ต้องไม่แย่งไฟก้อนเดิม เผย Potential Demand แตะ 20 GW แง้มต้นทุนค่าไฟฟ้าคาดอยู่ที่ประมาณ 5-6 บาทต่อหน่วย

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยถึงแนวทางรองรับการลงทุน Data Center ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่า ขณะนี้มีความพยายามจัดแบ่งพื้นที่สำหรับการลงทุน Data Center ออกเป็นเขตหรือบริเวณอย่างชัดเจน หรือ Zoning เพื่อให้สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานและความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมองว่าควรมีพื้นที่เฉพาะสำหรับ Data Center ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องรองรับได้ตั้งแต่ต้น

“EEC เห็นว่าการรองรับ Data Center รายใหม่ไม่ควรเป็นการนำผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่เข้ามาใช้ไฟฟ้าที่ผลิตอยู่ในระบบปัจจุบัน แต่ควรเป็นการสร้างกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เพื่อรองรับความต้องการใหม่”

เนื่องจาก Data Center ถือเป็นตลาดพลังงานใหม่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก โดยสามารถออกแบบให้มีการซื้อขายพลังงานและจับคู่ระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้พลังงานได้ตั้งแต่ต้น

“Data Center เป็นตลาดที่มีความต้องการใหม่ แต่วิธีการนั้นไม่ควรจะนำคนใหม่ไปแย่งเค้กก้อนเก่า ต้องนำเค้กก้อนใหม่มาให้ผู้บริโภครายใหม่”

จุฬา กล่าวอีกว่า การที่ Data Center สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ส่วนหนึ่งมาจากไทยมีไฟฟ้าส่วนเกินประมาณ 30% แต่เมื่อมี Data Center เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น ปริมาณไฟฟ้าส่วนเกินดังกล่าวจะลดลง ทำให้เกิดความกังวลว่าในอนาคตไฟฟ้าอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาพื้นที่ใน EEC ที่สามารถนำ Data Center ไปอยู่รวมกันได้ เนื่องจากบางพื้นที่มีโครงข่ายสายส่งไฟฟ้ารองรับอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน Data Center มีเงื่อนไขด้านการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง EEC มองว่าเป็นโอกาสในการสร้างการลงทุนด้านพลังงานใหม่ โดยพื้นที่ EEC มีแนวโน้มที่จะสามารถรองรับการลงทุนด้านพลังงานได้มากกว่าพื้นที่อื่น และเป็นการใช้โอกาสจากความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ของ Data Center เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนด้าน Supply ควบคู่กัน

“Data Center มีเงื่อนไขในการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นพลังงานใหม่ โดยในพื้นที่ EEC จะกลายเป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มสนับสนุนพลังงานมากกว่าที่อื่น หรือจะกล่าวก็คือ เป็นการใช้โอกาสจากผู้ที่ต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าใหม่ผลิตไฟฟ้า (Supply) โดยที่ธุรกิจ Data Center จะมีการลงทุนก้อนหนึ่ง และจะมีการลงทุนก้อนใหญ่อีกส่วนหนึ่งในการเตรียมพลังงานรองรับ ซึ่งคนไทยสามารถเข้าร่วมลงทุนได้”

สำหรับการเติบโตของพื้นที่ EEC นั้น มีการประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าและการเข้ามาของ Data Center ในระยะยาวไว้ตั้งแต่ต้น โดยที่ผ่านมา มีความต้องการเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับนโยบายของไทยว่าจะเปิดรับการลงทุนมากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม จังหวะการเปิดรับการลงทุนยังต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะเป็นผู้

กำหนดนโยบายและเงื่อนไขที่ชัดเจน

โดยผู้ประกอบการที่จะได้รับอนุญาตจะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานที่กำหนด เช่น การบังคับใช้พลังงานสะอาด และการมีส่วนร่วมลงทุนด้านไฟฟ้า ซึ่งผู้ประกอบการ Data Center อาจต้องนำพันธมิตรมาร่วมลงทุนด้านไฟฟ้าด้วย

จุฬา กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ว่า EEC จะสามารถรองรับกำลังผลิตไฟฟ้าสำหรับ Data Center ได้จำนวนเท่าใด เนื่องจากตัวเลขการลงทุนของผู้ประกอบการยังไม่แน่นอน และยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยล่าสุดประเมินว่าความต้องการตามศักยภาพ หรือ Potential Demand อยู่ที่อย่างน้อยประมาณ 20 กิกะวัตต์ (GW) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถจัดหาไฟฟ้าได้ในปริมาณเท่าใดและในช่วงเวลาใด

หากภายในปีนี้ยังไม่มีความชัดเจนด้านนโยบายและการจัดหาไฟฟ้ารองรับ นักลงทุนอาจตัดสินใจไปลงทุนในพื้นที่อื่น เนื่องจากโครงการ Data Center มีกรอบเวลาการตัดสินใจลงทุนที่ค่อนข้างจำกัด

“ที่ไทยได้ประโยชน์จาก Data Center ในปัจจุบันเพราะที่อื่นเต็ม นักลงทุนจึงมองมาที่ไทยเพราะเคยมีไฟฟ้าส่วนเกินอย่างที่เรียนไว้ เมื่อส่วนเกินลดลงก็ต้องนำไฟสำรองมาใช้แล้วหาอย่างอื่นมาเติม หากต้องการได้ Data Center ก็ต้องเตรียมรองรับ แต่ถ้าไทยส่งสัญญาณว่าพอแล้ว นักลงทุนก็จะไปมองที่อื่น”

ส่วนประเด็นค่าไฟฟ้าสำหรับ Data Center ที่รัฐบาลมีแนวคิดให้จ่ายในระดับสูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปนั้น จุฬา กล่าวว่า ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากนักลงทุนจะประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) ตั้งแต่เริ่มต้น

หากประเมินต้นทุนไว้ว่า ค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 บาทต่อหน่วย แต่หากนโยบายของไทยกำหนดว่าในอนาคตค่าไฟฟ้าจะปรับขึ้นเป็น 9 บาทต่อหน่วย การลงทุนก็อาจไม่เกิดขึ้น เนื่องจากต้นทุนสูงกว่าที่ประเมินไว้ในโครงการ

“EEC พร้อมรองรับ Data Center แต่ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลว่าจะเปิดรับขนาดไหน ส่วนเรื่องน้ำที่ต้องการใช้จริงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะเทคโนโลยีใหม่มีการใช้น้ำลดลงอย่างมาก มีไว้เพื่อระบายความร้อนเท่านั้น ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการผลิต โดยปัจจุบันใช้ระบบหมุนเวียนระบายความร้อนเหมือนหม้อน้ำรถยนต์ เพื่อควบคุมไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไป”

เจาะ Zoning เล็งแนวสายส่งบางปะกง-ฉะเชิงเทรา

สำหรับแนวทาง Zoning Data Center เบื้องต้น EEC พิจารณาพื้นที่ที่มีแนวสายส่งไฟฟ้ารองรับ เนื่องจากสถานีไฟฟ้าจำเป็นต้องใช้สายส่งในการจ่ายไฟ ขณะที่การลงทุนก่อสร้างสายส่งใหม่ต้องใช้ระยะเวลา โดยหนึ่งในแนวทางที่พิจารณาคือแนวสายส่งบางปะกงที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่างๆ

นอกจากนี้ จังหวัดฉะเชิงเทรายังมีพื้นที่ที่มีองค์ประกอบรองรับการลงทุน Data Center ทั้งน้ำ ไฟฟ้า และระบบสื่อสาร ขณะที่จุดแข็งของ EEC คือมีเคเบิลใต้อ่าวไทยหรือเคเบิลใต้ทะเล (Submarine Cable) ขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี ช่วยรองรับระบบสื่อสารและการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา EEC ที่มุ่งให้การลงทุนขนาดใหญ่เดินหน้าควบคู่กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

โดยล่าสุด EEC ได้จัดงาน EEC Sustainability Expo 2026 ภายใต้แนวคิด EEC Connect to Sustainability วันที่ 12-13 ก.ย. จ.ระยอง ที่ผ่านมา เพื่อเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับชุมชน และผลักดันให้ประโยชน์จากการลงทุนส่งต่อถึงประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง