
ตลาดหุ้นช่วงนี้เริ่มมีเรื่องให้คิดมากกว่าดัชนีจะขึ้นหรือลงครับ
เพราะหลังจากบริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศงบไตรมาส 2/2569 ปุจฉาหรือคำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “กำไรดีหรือไม่ดี” เพียงอย่างเดียว
แต่ต้องถามต่อว่า…กำไรที่ดีนั้น จะดีต่อไปอีกกี่ไตรมาสกันล่ะ
และที่สำคัญกว่านั้นคือ ราคาหุ้นในกระดานสะท้อนความคาดหวังไปมากแค่ไหนแล้ว
นี่คือจุดที่คำว่า “กำไรต่อหุ้น” หรือ “EPS” (Earning Per Share) กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง
เพราะในวันที่ตลาดเริ่มพ้นช่วงมองภาพใหญ่ การเมือง เศรษฐกิจ และ Fund Flow นักลงทุนจะกลับมาถามเรื่องพื้นฐานกันมากขึ้น
เช่น หุ้นตัวไหนกำไรโตจริง
หุ้นตัวไหนกำไรโตจากธุรกิจหลัก
และหุ้นตัวไหนที่ EPS ปี 2569-2570 ยังมีโอกาสเติบโตเร็วกว่าราคาหุ้น
ถ้าเป็นอย่างหลัง…นั่นแหละครับคือหุ้นที่มีโอกาสเกิด Re-rating
พูดง่าย ๆ คือ ตลาดอาจยอมให้ค่า P/E สูงขึ้น เพราะเชื่อว่ากำไรในอนาคตมีโอกาสเติบโตมากกว่าที่เคยคาด
ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดกับหุ้นที่กำไรไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะหุ้นที่ไม่ได้มีเพียงกำไรไตรมาสเดียวสวย แต่กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่อง
อย่าง GULF ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ
ไตรมาส 2/2569 มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก 12,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 74% จากปีก่อน
ตัวเลขแบบนี้ทำให้ตลาดไม่ได้มอง GULF เหมือนเดิมครับ
เพราะประเด็นไม่ได้อยู่ที่กำไรไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว แต่อยู่ที่การเติบโตของกำไรหลังจากนี้ และการขยายฐานธุรกิจที่จะเข้ามารับรู้ผลประกอบการ
แต่ GULF ก็มีอีกด้านที่ต้องมองให้ครบ นั่นคือราคาหุ้นเองก็ไม่ได้ถูก
ดังนั้น EPS โตอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
ต้องดูด้วยว่า EPS โตเร็วกว่าความคาดหวังของตลาดหรือไม่ เพราะหุ้นที่ดีไม่ได้แปลว่าจะเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีเสมอไป
ถ้าตลาดรู้ว่าดีอยู่แล้ว และราคาหุ้นสะท้อนข่าวดีไปหมดแล้ว สุดท้ายก็อาจกลายเป็น “กำไรโต แต่หุ้นไม่ไป” ได้เหมือนกันครับ
ในทางกลับกัน หุ้นบางตัวอาจไม่ได้หวือหวา
แต่ EPS มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ P/E ยังไม่สูงจนเกินไป
หุ้นลักษณะนี้แหละที่น่าจับตา
โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่กำลังกลับมาได้รับความสนใจ ทั้ง KBANK, BBL, KTB และ TTB ล้วนมีประเด็นเรื่องกำไร คุณภาพสินทรัพย์ และการบริหารต้นทุนให้ติดตาม
หากประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์เริ่มถูกปรับขึ้น
ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับขึ้นตาม EPS
โอกาสเกิด Re-rating ก็จะเพิ่มขึ้น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลังประกาศงบ Q2/2569 นักลงทุนไม่ควรหยุดอยู่แค่การอ่านตัวเลขกำไรสุทธิ แต่ควรเปิดดูประมาณการ EPS ปี 2569 และ 2570 ต่อทันที
เพราะราคาหุ้นในวันนี้ซื้อ “กำไรในอนาคต” ไม่ใช่ซื้อกำไรของไตรมาสที่ผ่านมา
ส่วนหุ้นที่ต้องระวัง ก็คือหุ้นที่ราคาวิ่งนำ EPS ไปไกลมากแล้ว
เพราะต่อให้บริษัทประกาศกำไรโต 20-30%
แต่ถ้าราคาหุ้นขึ้นไปรับข่าวล่วงหน้า 40-50% สุดท้ายผลตอบแทนก็อาจไม่ได้สวยอย่างที่ตัวเลขกำไรออกมา
ผลประกอบการ บจ. งวดไตรมาส 2/2569 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการคัดหุ้นรอบใหม่ และจากนี้สิ่งที่ต้องจับตาคือ EPS ปี 2569-2570 และการปรับประมาณการของนักวิเคราะห์
เพราะถ้า EPS ยังโต P/E ยังมีอัพไซด์ และราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนการเติบโตเต็มที่
นี่แหละครับที่หุ้นตัวนั้นก็มีสิทธิ์ถูก Re-rating