ETC ซื้อทรัพย์ราคาพรีเมียม

Published on 23 ก.ย. 2026

วันที่ 6 ต.ค. 2569 นี้ จะเป็นวันชี้ชะตาของบริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC เนื่องจากมีการนัดหมายประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อขอไฟเขียวจากผู้ถือหุ้นในการเข้าซื้อหุ้นบริษัท เบตเตอร์ เวสท์ แคร์ จำกัด (BWC) ซึ่งประกอบธุรกิจรับปรับคุณภาพของเสียที่เป็นอันตราย ของเสียที่ไม่เป็นอันตราย และบำบัดน้ำเสีย จากบริษัทแม่ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG สัดส่วน 99.96% ที่ราคาหุ้นละ 110.04 บาท รวมเป็นมูลค่า 330 ล้านบาท 

ธุรกรรมนี้จึงเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน…

ส่วนเหตุผลที่ ETC จะต้องซื้อ BWC นั้น…ต้องเท้าความไปเมื่อครั้งที่ ETC ได้ขายเงินลงทุนในบริษัท เก็ท กรีน พาวเวอร์ จำกัด (GGP) และบริษัท ซันเทค อินโนเวชั่น พาวเวอร์ จำกัด (SIP) ให้บริษัท กัลฟ์ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จํากัด (GWTE) บริษัทลูกของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้เงินก้อนใหญ่มา 850 ล้านบาท 

ขณะที่ปัจจุบัน ETC มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดในกระเป๋ากว่า 1,011.27 ล้านบาท โดยแบ่งเงินจำนวน 600 ล้านบาท ไปฝากแบงก์และซื้อสลากออมสิน เพื่อกินดอกเบี้ย ส่วนที่เหลืออีกราว 411.27 ล้านบาท ยังไม่ได้นำไปลงทุนใด ๆ แต่เมื่อพินิจพิเคราะห์ผลตอบแทนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแล้ว จึงเห็นควรนำไปลงทุนในรูปแบบอื่นที่เหมาะสมมากกว่า 

ประกอบกับหลังจากขาย GGP และ SIP ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 10 โครงการ กำลังการผลิตรวม 80 เมกะวัตต์ไปแล้ว…แอสเซทของ ETC เหลือน้อยเต็มที เหลือโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมภายใต้สัญญาการซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แค่ 3 โครงการเท่านั้น

ในจำนวนนี้ มี 1 โครงการ จะหมดอายุสัญญาในปี 2580 ส่วนอีก 2 โครงการจะหมดอายุสัญญาในปี 2582 ทำให้มีความเสี่ยงหากไม่ได้ต่ออายุสัญญา หรือมีการต่ออายุภายใต้เงื่อนไขและอัตราการรับซื้อไฟฟ้าที่น้อยลงจากเดิม…กลายเป็นความเสี่ยง และทำให้  ETC ต้องรีบเติมแอสเซท

ครั้นจะลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะรับรู้รายได้ แถมยังติดเงื่อนไขของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อีก…หรือจะเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม หรือพลังงานทดแทนอื่น ๆ ที่ดำเนินการอยู่แล้ว เท่าที่มีการตรวจสอบกิจการส่วนใหญ่มักมีข้อจำกัดด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์ ต้องมีการซ่อมบำรุงและปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มเติม ซึ่งไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน

แล้วบังเอิ๊ญบังเอิญ BWG มีแผนจะขายกิจการ BWC เพื่อปรับโครงสร้างการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของกลุ่มพอดิบพอดี…เลยเข้าทางปืนขายให้กับ ETC

ขณะที่การเข้าซื้อ BWC จะทำให้  ETC ประหยัดเวลาในการเริ่มดำเนินกิจการ เนื่องจาก  BWC มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว แถมบริษัทย่อยของ  ETC ก็ยังรับจ้างซ่อมบำรุงให้กับ BWC อยู่แล้ว ทำให้  ETC เข้าใจในการดำเนินกิจการของ BWC เป็นอย่างดี

โอเค…เหตุผลที่ ETC สาธยายมาก็เมคเซนส์ และสอดรับกับที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ หรือ IFA ที่ให้ความเห็นว่า การเข้าทำรายการมีความสมเหตุสมผล และมีเงื่อนไขโดยรวมที่เหมาะสม แต่ติดอยู่นิดเดียวจริง ๆ ตรงที่ราคาไม่เหมาะสม เนื่องจากราคาเข้าทำรายการสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมีนัยสำคัญ  

ETC จะซื้อหุ้น BWC ที่ราคาหุ้นละ 110.04 บาท หรือคิดเป็นมูลค่า 330 ล้านบาท แต่ IFA ประเมินด้วยวิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสด (DCF) จะอยู่ที่ 252.87-295.38 ล้านบาท หรือราคาหุ้นละ 84.29-98.46 บาท คิดเป็นส่วนต่างที่สูงกว่า 11.77-30.56% ของมูลค่าที่ประเมินได้

IFA จึงให้ความเห็นว่า ผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติการเข้าทำรายการครั้งนี้นะจิบอกให้..!!

เอ๊ะ… IFA กำลังชี้ว่า ETC ซื้อสินทรัพย์ราคาพรีเมียมเกินไปใช่มั้ย..!?

ขณะที่บอร์ดบริษัทยืนยันหัวชนฝาว่า มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อบริษัท และผู้ถือหุ้นระยะยาวแน่นอน 

เอาเป็นว่า สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นแหละจะไฟเขียวดีลนี้อ๊ะป่าว..?? ซึ่งในวันที่ 6 ต.ค.นี้ จะได้รู้กัน

แต่ที่จริง ETC น่าจะไปขอต่อราคาแม่ (BWG) ลงมาอีกนิดก็ดีนะ…จะได้ไม่ถูกตั้งข้อครหาเอื้อประโยชน์ให้กับแม่ด้วยการซื้อของแพง..!?

…อิ อิ อิ..