เมื่อวานนี้ (4 ตุลาคม) ผลการสำรวจความคิดเห็นระดับชาติครั้งใหญ่ (Megapoll) โดย Messina Group (TMG) จากกลุ่มตัวอย่าง 11,461 คน ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนชาวสหราชอาณาจักรเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) สนับสนุนให้ประเทศกลับเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) อีกครั้ง ในขณะที่มีผู้คัดค้าน 28.5%
โดยเสียงส่วนใหญ่ถึง 54.9% มองว่า กระบวนการ Brexit เป็น ‘ความล้มเหลว’ และ 52.4% เห็นว่า ‘เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด’ มีเพียง 29.7% เท่านั้นที่เห็นว่า ‘ถูกต้องแล้ว’
ส่วนประเด็นเรื่องกรอบเวลาและกระบวนการตัดสินใจนั้น ประชาชน 25.9% ต้องการให้กลับเข้า EU ทันที และ 22.9% ต้องการให้เกิดขึ้นภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยเกือบ 1 ใน 3 (ประมาณ 33%) เห็นว่า ‘จำเป็น’ ต้องจัดประชามติ ก่อนตัดสินใจ
การเปลี่ยนแปลงของกระแสมวลชนนี้กลายเป็น ‘โอกาสทางการเมืองครั้งสำคัญ’ ของ แอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และพรรคแรงงาน (Labour) ในการเพิ่มสัดส่วนคะแนนเสียง ได้ 4.3-7.4 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยดึงคะแนนมาจากพรรค Green และ Liberal Democrats
แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความกังวลให้แก่รัฐมนตรีหลายคนในคณะรัฐมนตรีที่เกรงว่า การรื้อฟื้นประเด็นนี้อาจฟื้นคืนความแตกแยกทางการเมืองในสังคมขึ้นมาอีกครั้ง และอาจกลายเป็นปัจจัยส่งเสริมพรรคฝ่ายขวาอย่าง Reform หรือ ไนเจล ฟาราจ ผู้นำฝ่ายขวาของสหราชอาณาจักร
ทำไมประชาชนถึง ‘สนับสนุน’ ให้สหราชอาณาจักรกลับเข้า EU?
ผลสำรวจความคิดเห็นเผยว่า หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ ประชาชนและฝ่ายการเมืองมองว่า Brexit ‘ล้มเหลว’ และไม่ได้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีตามที่เคยมีการสัญญาไว้
ส่วนมิติด้านการค้ากับ EU ที่มีความสำคัญสูงสุดนั้น ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 2 ใน 3 (เกิน 66%) เห็นว่า การค้ากับ EU มีความสำคัญต่อประเทศ ‘มากกว่า’ การค้ากับสหรัฐอเมริกาหรือจีน หากต้องเลือก
อีกทั้ง บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป มีส่วนทำให้ความร่วมมือด้านการค้าและความมั่นคงทวีความสำคัญยิ่งขึ้นในสถานการณ์โลกปัจจุบัน ซึ่งรัฐมนตรีระบุว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ หากปราศจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ EU
นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนทางเลือกที่กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการลดอุปสรรคทางการค้า (48.2%), การเข้าร่วมสหภาพศุลกากร (47.1%), หรือการเข้าร่วมตลาดเดี่ยว (45.1%) เมื่อเทียบกับการรักษาสภาพเดิมหรือการถอยห่างออกไปอีก
อย่างไรก็ตาม แม้ผลสำรวจจะสนับสนุนการกลับเข้า EU แต่ประชาชน 80% ยังคงต้องการใช้สกุลเงินปอนด์ต่อไป และ 53.4% ต้องการคงอยู่ในอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (ECHR)
ท้ายที่สุดแล้ว แม้ตัวเลขจากผลสำรวจจะสะท้อนถึงสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงและความหวังของชาวสหราชอาณาจักรที่ต้องการหันหน้ากลับเข้าหา EU อีกครั้ง แต่เส้นทางทางการเมืองนับจากนี้กลับเต็มไปด้วยโจทย์อันท้าทาย สำหรับรัฐบาลพรรคแรงงาน
ความท้าทายสำคัญของ แอนดี เบอร์แนม ไม่ใช่เพียงการคว้าโอกาสทางการเมืองเพื่อขยายฐานเสียง แต่คือการชั่งน้ำหนักระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการค้าในระยะยาว กับความเสี่ยงที่จะฟื้นคืนรอยแผลความแตกแยกในสังคม และกลายเป็นการเติมเชื้อไฟให้พรรคฝ่ายขวาจัดหวนกลับมามีบทบาทอีกครั้ง
จากนี้ไป สหราชอาณาจักรจะกล้าก้าวข้ามความลังเล เพื่อเริ่มต้นบทใหม่กับยุโรปอย่างเด็ดขาด หรือจะเลือกเดินหน้าอย่างระมัดระวังบนเส้นทางไต่เชือกทางการเมือง นั่นคือคำถามสำคัญที่ทั้งผู้นำและประชาชนชาวสหราชอาณาจักรต้องร่วมกันหาคำตอบในก้าวถัดไป
แฟ้มภาพ: Vuk Valcic / SOPA Images / LightRocket via Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.theguardian.com/world/2026/oct/03/half-want-to-rejoin-eu-and-backing-it-could-drive-up-labour-vote-megapoll-finds
- https://www.independent.co.uk/bulletin/news/burnham-poll-uk-rejoin-eu-b3060772.html