FBI จับกุมพนักงาน OpenAI ติดเครื่องบันทึกเสียงในห้องประชุมผู้บริหาร

Published on 14 ต.ค. 2026

FBI จับกุมพนักงาน OpenAI หลังถูกกล่าวหาว่าแอบติดตั้งอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องประชุมผู้บริหาร ยังไม่พบหลักฐานข้อมูล AI และ ข้อมูลลูกค้าถูกขโมย

OpenAI เปิดเผยว่า บริษัทได้แจ้งสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) หลังตรวจพบว่ามีพนักงานรายหนึ่งต้องสงสัยว่าแอบติดตั้งอุปกรณ์บันทึกเสียงไว้ภายในห้องประชุมผู้บริหารของบริษัท ก่อนที่พนักงานคนดังกล่าวจะถูกเลิกจ้างและจับกุมเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569

อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ระบุชื่อผู้ต้องหาว่า Abdulrahman Alfozan พนักงานชาวซาอุดีอาระเบีย โดยการจับกุมเกิดขึ้นประมาณหนึ่งสัปดาห์หลัง OpenAI ตรวจพบอุปกรณ์ดังกล่าว

OpenAI ใช้ AI วิเคราะห์อุปกรณ์ พบระบบเข้ารหัสและส่งข้อมูลหลบเลี่ยงการตรวจจับ

We discovered a sophisticated recording device that was hidden inside one of our offices. We used our models to understand the device and where it had come from, identifying that a specific employee had planted it a few days earlier. We referred the matter to the FBI, and we’re grateful to the agents and prosecutors who moved quickly to make an arrest. The FBI’s investigation is ongoing and we will continue to support their work.

At this time, we have no indications of this individual inappropriately accessing or exfiltrating model weights, source code, or customer data. The employee was terminated.

We take protecting our technology, data, and people seriously, and as a matter of national importance. Our security program is designed to protect against a wide range of threat actors, from insider risks to cybercriminals to nation states, and this case is an example of how AI can help address these sophisticated security threats.

— OpenAI Newsroom (@OpenAINewsroom) October 13, 2026

OpenAI เปิดเผยผ่านบัญชีทางการบน X ว่า บริษัทใช้โมเดล AI ภายในองค์กรช่วยวิเคราะห์อุปกรณ์ต้องสงสัย ซึ่งถูกระบุว่ามีความซับซ้อนทางเทคนิค

บริษัทให้ข้อมูลกับสื่ออย่าง TechCrunch ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความสามารถหลายด้าน ได้แก่

  • ระบบเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง (Advanced Encryption)
  • ความสามารถในการตรวจจับและบันทึกเสียง
  • กลไกสำหรับส่งข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีเทคโนโลยีแตกต่างจากอุปกรณ์บันทึกเสียงทั่วไปมากน้อยเพียงใด

OpenAI ระบุว่า จากการตรวจสอบในขณะนี้ บริษัทยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าพนักงานรายดังกล่าวเข้าถึงหรือนำข้อมูลสำคัญออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำหนักโมเดล AI (Model Weights), ซอร์สโค้ด หรือข้อมูลของลูกค้า

Nate Evans โฆษกของ OpenAI ยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัยเริ่มทำงานกับบริษัทเมื่อเดือน ก.ค. 2568 โดยเป็นพนักงานในทีมผลิตภัณฑ์ (Product Team)

พบอุปกรณ์ซ่อนอยู่ในช่อง USB ด้านหลังโทรทัศน์

สำนักงานอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า Alfozan ถูกตั้งข้อหาใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดักรับการสื่อสารด้วยเสียง ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่าแอบบันทึกเสียงสนทนาของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากข้อมูลของอัยการ OpenAI ตรวจพบอุปกรณ์ดังกล่าวหลังมีการเสียบอุปกรณ์ไว้ในช่อง USB ด้านหลังโทรทัศน์ภายในสำนักงานของบริษัทในซานฟรานซิสโก โดย Alfozan ถูกกล้องที่ OpenAI ติดตั้งไว้บันทึกภาพขณะมองเข้าไปบริเวณด้านหลังโทรทัศน์ ซึ่งเป็นจุดที่พบอุปกรณ์บันทึกเสียงต้องสงสัย

FBI เชื่อว่าอุปกรณ์อาจใช้รวบรวมข้อมูลเทคโนโลยี Superintelligence

แม้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าอุปกรณ์บันทึกเสียงดังกล่าวถูกติดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด Kash Patel ผู้อำนวยการ FBI ระบุว่า แผนการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเก็บรวบรวมการสื่อสารที่มีความละเอียดอ่อนเกี่ยวกับเทคโนโลยี Superintelligence ของ OpenAI

Patel เน้นย้ำว่า การปกป้องนวัตกรรมด้าน Superintelligence ของสหรัฐฯ มีความสำคัญต่อทั้งความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ โดย FBI ถือว่าภารกิจดังกล่าวเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดด้านการต่อต้านข่าวกรอง

ผู้ต้องสงสัยอาจเผชิญโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

รายงานระบุว่า หาก Alfozan ถูกตัดสินว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหา เขาอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

โดยขณะนี้ทาง TechCrunch ยังไม่สามารถติดต่อ Alfozan หรือทนายความของเขาเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าวได้ในขณะที่เผยแพร่รายงาน

แม้ OpenAI จะยืนยันว่า ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่ามีการเข้าถึงหรือขโมยข้อมูลสำคัญของบริษัทและลูกค้า แต่คดีดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย และยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการติดตั้งอุปกรณ์

ที่มา: TechCrunch