ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง (FTR) และฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ร่วมประกาศชัยชนะหลังป้องกันแชมป์ปีที่ 2 ได้สำเร็จจากการแข่งขันเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ หรือ AXCR (Asia Cross Country Rally) รุ่น T2A
หลังรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 103 ขับและนำทางโดย เบลีย์ โคล และเพื่อน-ศิณพพงศ์ ไตรรัตน์ คว้าถ้วยรางวัลอันดับที่ 1 ในคลาส

ขณะที่ ไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี พารถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 121 เข้าเส้นชัยทำเวลาดีเยี่ยม คว้าถ้วยรางวัลอันดับที่ 2 ในคลาส ยืนโพเดียมคู่ ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ทีมแข่งได้รับรางวัลชนะเลิศประเภททีมไปอีก 1 รางวัล สะท้อนความสำเร็จจากสปิริตการทำงานร่วมกันระหว่างทีมวิศวกรโรงงานฟอร์ด ช่างเทคนิค นักแข่ง-ผู้นำทาง และทีมงาน ที่พร้อมฝ่าฟันทุกอุปสรรคความท้าทายบนเส้นทางสมบุกสมบันกว่า 2,000 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ตอกย้ำความ ‘แกร่งตัวจริงต้อง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์’


รถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 103 เปิดฉากการแข่งขันใน Leg 1 ได้อย่างเร้าใจ ด้วยการจบในอันดับที่ 2 รุ่น T2A ขณะที่รถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 121 ตามมาติด ๆ ในอันดับที่ 3 รุ่น T2A และยังรักษาผลงานอยู่ในกลุ่มผู้นำได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสภาพเส้นทางสุดโหด ความซับซ้อนในการนำทาง และอุปสรรคมากมาย
ใน Leg 3-4 รถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ฝ่าความท้าทายและการขับเคี่ยวกับคู่แข่งได้อย่างน่าตื่นเต้น
ใน Leg 5 ที่รถหมายเลข 103 ทำเวลาไต่ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 1 รุ่น T2A และอันดับ 5 Overall ส่วนรถหมายเลข 121 อยู่ในอันดับ 3 รุ่น T2A ส่งผลให้ตลอดการแข่ง 5 วัน อันดับบนตารางของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ขยับขึ้น

สำหรับการแข่งขันวันสุดท้าย Leg 6 ที่จังหวัดพิษณุโลก รถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คันที่เข้าสู่สนามในสภาพที่พร้อมเต็มที่ ผสานกับทักษะการขับอย่างมีชั้นเชิงของนักแข่ง และความแม่นยำของผู้นำทาง ทำให้เกาะติดคู่แข่งอย่างเหนียวแน่น
ก่อนที่รถหมายเลข 103 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 คว้าแชมป์รุ่น T2A ได้สำเร็จติดต่อกันเป็นปีที่ 2 และอยู่ในอันดับ 5 Overall ขณะที่รถหมายเลข 121 เข้าเส้นชัยรับรางวัลอันดับ 2 รุ่น T2A และอันดับ 7 Overall ยืนโพเดียมพร้อมกัน 2 คัน ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
“การแข่งขันในปีนี้มีความท้าทายทุกช่วงการแข่งขัน เราต้องรักษาสมาธิและบริหารทั้งความเร็ว สภาพรถ และควบคุมรถให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวที่แตกต่างกันในแต่ละจังหวัดตลอดการแข่งขัน ชัยชนะที่ได้รับในครั้งนี้ จะเป็นไปไม่ได้เลยหากขาดทีมวิศวกร และทีมช่างที่ทุ่มเททำงานอย่างไม่หยุดยั้งในการบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์หลังการแข่งทุกวัน รวมถึงทีมงานทุกคนที่คอยให้การสนับสนุนแม้ต้องเผชิญอุปสรรคระหว่างทางมากมาย นั่นจึงทำให้พวกเราภูมิใจเป็นอย่างมากกับความสำเร็จในครั้งนี้ครับ” เบลีย์ โคล กล่าว
“เส้นทางของเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำ การตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์ที่รวดเร็ว และความไว้วางใจระหว่างนักแข่งกับผู้นำทาง ชัยชนะครั้งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของคนทั้งทีม เราภูมิใจที่สามารถพาฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ผ่านทุกความท้าทาย พิสูจน์ความแกร่งตัวจริงและคว้าชัยชนะตามเป้าหมาย” ศิณพพงศ์ ไตรรัตน์ กล่าวเสริม

ด้านฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 121 ที่ขับโดยไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี เข้าแข่งขันรายการนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ เข้าเส้นชัยในอันดับ 2 รุ่น T2A อยู่ในอันดับที่ 7 Overall
“ขอแสดงความยินดีกับทีม ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง และฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ตเป็นอย่างยิ่งที่ป้องกันแชมป์ฝ่าอุปสรรคในสนามได้อย่างสมบุกสมบันเป็นปีที่ 2 ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นข้อพิสูจน์ที่เด่นชัดถึงการทำงานเป็นทีมและการนำประสบการณ์จากสนามจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มาปรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงทักษะในสนามของทั้งนักแข่งและผู้นำทางที่ต้องใช้ไหวพริบและการแก้ไขสถานการณ์ที่รวดเร็วตลอดช่วงการแข่งขัน ชัยชนะที่ต่อเนื่องจากสนามออฟโรดระดับนานาชาติ รุ่นโปรดักชัน เอเชียนี้ เน้นย้ำศักยภาพของรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่พัฒนาจากรถมาตรฐานโรงงานเดียวกับที่ส่งมอบให้ลูกค้า ทั้งในเรื่องของความทนทานที่ต้องแข่งขันเป็นเวลานาน รวมถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เอาชนะความท้าทายหลายรูปแบบในสนามแข่งได้ ต้องขอขอบคุณนักแข่ง วิศวกรโรงงานฟอร์ด และทีมงานทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จนี้” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว
รถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในสนามแข่งเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ พัฒนาต่อยอดจากรถโปรดักชันมาตรฐานเดียวกันกับรถที่จำหน่ายให้แก่ลูกค้า พิเศษ! ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รับข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ส่วนลด 240,000 บาท จากราคา 1,814,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ฟอร์ดพร้อมมอบความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถด้วยโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
We use cookies on our website to give you the most relevant experience by remembering your preferences and repeat visits. By clicking “Accept”, you consent to the use of ALL the cookies.