ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดร่วง 1.3% หลังน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง : อินโฟเควสท์

Published on 9 ก.ย. 2026

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงในวันพุธ (9 ก.ย.) ท่ามกลางแรงขายในวงกว้าง หลังสัญญาณความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,670.06 จุด ลดลง 141.60 จุด หรือ -1.31%

ดัชนี FTSE 100 แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. ส่วนดัชนี FTSE 250 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นขนาดกลาง ลดลง 0.99% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนส.ค.

ราคาสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. หลังสหรัฐฯ และอิหร่านต่างโจมตีเรือ ส่งผลให้ความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ทวีความรุนแรงขึ้น

หุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลง โดยหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่เป็นปัจจัยกดดันตลาดมากที่สุด นำโดยหุ้น HSBC ร่วง 1.6%, หุ้น Barclays ร่วง 2% และหุ้น Lloyds Banking ร่วงลง 2.2%

AstraZeneca หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์รายใหญ่ร่วง 1.9% ขณะที่หุ้น Rolls-Royce บริษัทด้านการป้องกันประเทศร่วง 2.4% และหุ้น Unilever บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นรายใหญ่ ลดลง 1.6%

นักวิเคราะห์กล่าวว่า การที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลส่งผลทางจิตวิทยาต่อตลาด โดยทำให้ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสู่ระดับรุนแรง และฉุดสินทรัพย์ทางการเงินลง

หุ้นบริษัทน้ำมันรายใหญ่เป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น โดยหุ้น BP และ Shell เพิ่มขึ้น 1.3% และ 0.1% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงาน FTSE 350 พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 เดือน ก่อนลดช่วงบวกลง

ตลาดพันธบัตรก็เผชิญแรงขายเช่นกัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 2 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566

สินทรัพย์ของอังกฤษมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อผลกระทบจากราคาพลังงาน เนื่องจากอังกฤษเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันสุทธิ

บรรดานักลงทุนจับตารายงานเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ และข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาส 60% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ขณะที่ตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม

หุ้น Burberry ร่วงลง 4% หลัง HSBC ปรับลดคำแนะนำลงทุนหุ้นบริษัทผู้ผลิตสินค้าหรูแห่งนี้จาก “ซื้อ” เป็น “ถือ”

หุ้น Victrex ซึ่งเป็นผู้ผลิตโพลิเมอร์ พุ่งขึ้น 16.2% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรก่อนหักภาษีจากการดำเนินงานสำหรับทั้งปี

หุ้น Energean ซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติที่มุ่งเน้นการดำเนินงานในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ทะยานขึ้น 9.3% หลังรายงานกำไรครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 45%

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช