พฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติในเชียงใหม่เริ่มเปลี่ยนทิศทางอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ (Gen Z) จากประเทศจีน ที่ไม่ได้มองหาเพียงการถ่ายรูปคู่กับโบราณสถาน แต่หันมาให้ความสนใจกับ “การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์” (Experiential Tourism) ที่ได้ลงมือทำและสัมผัสวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยตนเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลาที่โบราณสถานวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กำลังอยู่ในสปอตไลต์ของการตรวจประเมินพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนสู่มรดกโลกโดย ICOMOS
อีกมุมหนึ่งใต้ร่มไม้ใหญ่ภายในวัด กลับปรากฏภาพของกลุ่มนักท่องเที่ยววัยรุ่นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียลจากประเทศจีน ที่สวมใส่ชุดไทยล้านนาอย่างงดงาม กำลังตั้งใจร้อย “มาลัยกร” พับ “สวยดอก” และ “พับดอกบัว” เพื่อนำไปถวายพระพุทธรูปภายในวัด
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึง “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดเชียงใหม่ ที่กำลังย้ายฝั่งจากยุคการถ่ายภาพเช็คอินตามแลนด์มาร์ก สู่ยุค “การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์” (Experiential Tourism) ที่เน้นการลงมือทำจริง (Hands-on Experience) และซึมซับคุณค่าทางวัฒนธรรมในระดับที่ลึกซึ้งขึ้น

นางสาวธณมลพรรณ เขื่อนปัญญา (แอปเปิ้ล) ผู้ก่อตั้ง Ap Thai Carving ศิลปินหัตถศิลป์ไทยผู้เคยนำวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่ในกว่า 12 ประเทศทั่วโลกร่วมกับ Thailand Convention and Exhibition Bureau (TCEB) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแนวคิดการจัดกิจกรรมในวัดเจ็ดยอดว่า ต้องการเปลี่ยนการใส่ชุดไทยท่องเที่ยวให้มีความหมายและมีชีวิตชีวามากขึ้น
“ปกติคนต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีน มาเชียงใหม่จะชอบใส่ชุดไทยถ่ายรูปอยู่แล้ว แต่เมื่อเราใส่กิจกรรมการร้อยมาลัย พับดอกบัว หรือการเกล้ามวยผมทรงล้านนาที่แตกต่างจากกรุงเทพฯ เข้าไป มันทำให้เขารู้สึกสนุกและอินกับวัฒนธรรมมากขึ้น ถึงแม้บางคนจะเริ่มต้นจากความอยากได้รูปสวยๆ แต่พอเขาได้หยิบจับดอกไม้ ได้เรียนรู้ความหมายของการทำเครื่องสักการะพุทธบูชา เขาก็ประทับใจและได้ความรู้กลับไปด้วย”
ปัจจุบันเทรนด์นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปชัดเจนหลังช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะหลังสงกรานต์ที่ผ่านมา กิจกรรมร้อยมาลัยได้รับความสนใจอย่างมากจนกลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียของจีน (เช่น Xiaohongshu หรือ RED) ทำให้กลุ่มวัยรุ่นจีนนิยมจองเข้าร่วมกิจกรรม
นางสาวธณมลพรรณ กล่าวต่อว่า เพื่อรักษาคุณภาพและความประณีต ทางผู้จัดจึงเน้นรูปแบบ Private Group รับจำกัดไม่เกิน 4 คนต่อรอบ วันละ 2 รอบ เช้าและบ่าย (รวมไม่เกิน 8 คนต่อวัน) เท่านั้น

สำหรับโมเดลการดำเนินงาน นอกจากคลาสปกติที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ทั้งการแต่งกายชุดไทย คลาสร้อยมาลัย พับดอกบัว ทำสวยดอก แกะสลักผักผลไม้ ทำขนมไทยโบราณ เพ้นท์ร่มล้านนา รวมขนมเบรคและอาหารกลางวัน ในราคา 1,995 บาท/คน แล้ว ในส่วนของกิจกรรมที่จัดร่วมกับวัดเจ็ดยอด ยังเน้นการกระจายประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนและศาสนสถาน โดยมีการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งช่วยบำรุงค่าน้ำค่าน้ำไฟให้กับทางวัด รวมถึงในโอกาสงานสำคัญ จะมีการนำทีมงานและนางรำท้องถิ่นมาจัดแสดงดนตรีไทย-รำไทยเพื่อสร้างบรรยากาศงานวัดอีกด้วย
ปรากฏการณ์ “คลาสวัฒนธรรมล้านนาในวัดโบราณ” ณ วัดเจ็ดยอด ถือเป็นการขับเคลื่อน Soft Power จากฐานราก ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การส่งเสริมเมืองมรดกโลกไม่จำเป็นต้องติดอยู่กับกรอบการอนุรักษ์ที่แข็งตึง แต่สามารถสร้าง “พื้นที่ร่วม” ให้มรดกที่มีชีวิต (Living Heritage) ได้ทำหน้าที่สร้างประสบการณ์อันประทับใจให้กับคนรุ่นใหม่ทั่วโลกได้อย่างยั่งยืน

