27 สิงหาคม 2026 เวลา 01:46 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 6 ครั้ง
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 Genesis ได้เปิดตัวขุมพลังระบบ Hybrid เจเนอเรชันใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงรถ EV มากขึ้น โดยเปิดตัวครั้งแรกใน Genesis GV80 Hybrid ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2026 โดยเน้นการทำงานที่เงียบ นุ่มนวล และตอบสนองรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังรักษาสมดุลระหว่างสมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงตามแนวทางของ Genesis ให้สมกับเป็นผู้นำระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจากเกาหลีใต้

ระบบดังกล่าวใช้ชื่อว่า Genesis 2.5 Turbo Hybrid System เป็นระบบ Hybrid แบบ Parallel ประกอบด้วยมอเตอร์สตาร์ตและเจเนอเรเตอร์ หรือ P1 สำหรับสตาร์ตเครื่องยนต์และผลิตกระแสไฟฟ้า และมอเตอร์ขับเคลื่อน P2 สำหรับส่งกำลังไปยังล้อและทำหน้าที่ชาร์จไฟกลับขณะลดความเร็ว ระบบนี้ให้กำลังรวมสูงสุด 352 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร เพิ่มขึ้นประมาณ 16% และ 26% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ GV80 รุ่นเครื่องยนต์สันดาปล้วนขุมพลังเบนซิน 2.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ประมาณ 7.1 วินาที ตามมาตรฐานการทดสอบภายในบริษัท

ด้านประสิทธิภาพ Genesis ระบุว่า GV80 Hybrid รุ่น 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงแบบผสมดีขึ้นประมาณ 25% หรือมากกว่า เมื่อเทียบกับระบบส่งกำลังของ 2.5 Turbo รุ่นเดิม อีกหนึ่งจุดเด่นของระบบ 2.5 Turbo Hybrid นี้ คือการเป็นระบบ Hybrid รุ่นแรกของ Hyundai Motor Group ที่ใช้แบตเตอรี่ Hybrid แบบระบายความร้อนด้วยของเหลว ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ได้มีประสิทธิภาพกว่าระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ช่วยเพิ่มพละกำลังสูงสุดและทำให้สามารถนำพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้งานได้มากขึ้น

การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าถูกปรับให้ครอบคลุมสภาพการขับขี่ที่หลากหลายยื่งขึ้น ส่งผลให้รถทำงานเงียบและมีอัตราเร่งที่ต่อเนื่องใกล้เคียงรถ EV และยังได้ปรับลดอัตราทดของชุดส่งกำลัง Final Drive Gear Ratio (FGR) ซึ่งเป็นอัตราทดระหว่างระบบส่งกำลังกับล้อเมื่อเทียบกับรุ่น 2.5 Turbo นอกจากนี้ยังพัฒนาเทคโนโลยี Crankshaft Damper Pulley รุ่นใหม่ เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนทั้งในแนวบิดและแนวดีด รวมถึงติดตั้ง Centrifugal Pendulum Absorber (CPA) ในระบบส่งกำลัง 7 จังหวะแบบขับเคลื่อนล้อหลัง เพื่อสร้างแรงต้านในทิศทางตรงข้ามกับแรงสั่นสะเทือนจากการหมุนของเครื่องยนต์ ช่วยลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่ส่งเข้าสู่ห้องโดยสาร
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการตอบสนองของคันเร่งที่รวดเร็วใกล้เคียงรถ EV เมื่อผู้ขับขี่กดคันเร่งอย่างหนักขณะรถกำลังทำงานใน EV Mode ระบบจะสั่งลดเกียร์พร้อมกับเชื่อมต่อคลัตช์เครื่องยนต์ในเวลาเดียวกัน ทำให้เครื่องยนต์สามารถเข้ามาเสริมกำลังได้ทันที จากการทดสอบภายใน เมื่อกดคันเร่งขณะเดินทางด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. ระบบสามารถกลับมาเร่งความเร็วได้เร็วกว่า GV80 เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 Turbo ประมาณ 18% ช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องการเร่งแซง

Genesis ยังได้ปรับปรุงโครงสร้างระบบส่งกำลังด้วยการให้มอเตอร์ P2 หมุนย้อนทิศทางเพื่อใช้สำหรับการถอยหลัง แทนการใช้ชุดเกียร์ถอยหลังโดยเฉพาะ จึงสามารถลดชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเกียร์ถอยหลังลงได้ ขณะเดียวกันยังปรับอัตราทดเกียร์หนึ่งให้สูงขึ้น เพื่อส่งกำลังจากมอเตอร์ P2 ไปยังล้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การลดน้ำหนักและชิ้นส่วนที่สร้างแรงเสียดทานภายในระบบส่งกำลังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายทอดกำลัง ขณะที่อัตราทดเกียร์หนึ่งที่สูงขึ้นยังช่วยเพิ่มสมรรถนะในการออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง
ระบบ Hybrid ใหม่ยังมาพร้อมฟังก์ชันเฉพาะหลายรายการ เช่น Stay Mode ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูงเพื่อเปิดระบบปรับอากาศ ระบบมัลติมีเดีย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยไม่ต้องสตาร์ตเครื่องยนต์ Hierarchical Predictive Control (HPC) ที่วิเคราะห์เส้นทางและสภาพถนนล่วงหน้าเพื่อบริหารระดับพลังงานในแบตเตอรี่และเลือกโหมด EV Hybrid หรือ Regenerative Braking ที่เหมาะสม รวมถึง Smart Regenerative Braking ที่ใช้ข้อมูลระบบนำทาง ตำแหน่งกล้องจับความเร็ว และระยะห่างจากรถคันหน้า เพื่อคำนวณระดับการหน่วงที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ช่วยลดการใช้แป้นเบรก ลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และเพิ่มการนำพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่
ที่มา: Genesis
genesis genesis gv80 Genesis GV80 HEV GV80