"สับปะรดสวี” ขึ้นแท่น GI ชุมพร ลำดับที่ 7 การันตีหวานกรอบ ของดีแดนใต้ สร้างรายได้ชุมชนกว่า 27 ล้าน/ปี - เทคโนโลยีชาวบ้าน

Published on 15 ส.ค. 2026

Skip to content

“สับปะรดสวี” ผลไม้ขึ้นชื่อของอำเภอสวี จังหวัดชุมพร ได้รับการยกระดับคุณค่าอย่างเป็นทางการ หลังกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) รายการใหม่ของประเทศไทย นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดชุมพร ตอกย้ำชื่อเสียงสับปะรดสายพันธุ์ควีนจากพื้นที่ภาคใต้ ที่มีรสชาติหวานกรอบ เนื้อแห้งสีเหลืองเข้ม เส้นใยน้อย กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และเป็นของฝากยอดนิยมบนเส้นทางสู่ภาคใต้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชนมากกว่า 27 ล้านบาท/ปี

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความพิเศษ สะท้อนชื่อเสียง อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน ซึ่งเชื่อมโยงกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทั้งดิน น้ำ อากาศ และวิถีการผลิตเฉพาะถิ่น ส่งผลให้สินค้า GI มีความโดดเด่น แตกต่างจากสินค้าทั่วไป และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค

การขึ้นทะเบียน GI ยังเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิต ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพตรงตามลักษณะเฉพาะที่กำหนด ส่งผลให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร สร้างอาชีพในชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียน “สับปะรดสวี” เป็นสินค้า GI ของจังหวัดชุมพรเมื่อช่วงปลายปี2568 ที่ผ่านมา โดยสับปะรดสวีเป็นสับปะรดพันธุ์ควีน ปลูกในพื้นที่อำเภอสวี ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลาดชันเชิงเขาสลับกับที่ราบต่ำ ดินมีการระบายน้ำดี และอุดมด้วยแร่ธาตุจากแหล่งน้ำตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ปัจจัยทางธรรมชาติเหล่านี้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของสับปะรด ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง

สับปะรดสวีมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว เปลือกมีตาเล็กค่อนข้างนูน ร่องตาลึก เนื้อแห้ง สีเหลืองเข้ม เส้นใยน้อย มีกลิ่นหอม รสชาติหวานกรอบ และมีแกนที่กรอบสามารถรับประทานได้ แตกต่างจากสับปะรดในพื้นที่อื่นอย่างชัดเจน จนกลายเป็นของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดชุมพร มีวางจำหน่ายตลอดแนวถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 41 ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสู่ภาคใต้ และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างแพร่หลาย

ทั้งนี้ “สับปะรดสวี” นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดชุมพร ต่อจากกล้วยเล็บมือนางชุมพร กล้วยหอมทองละแม ข้าวเหลืองปะทิวชุมพร กาแฟเขาทะลุ กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร และทุเรียนชุมพร ซึ่งสินค้า GI ทั้ง 6 รายการก่อนหน้านี้ สามารถสร้างรายได้รวมเข้าสู่จังหวัดชุมพรมากกว่า 32,028 ล้านบาทต่อปี สะท้อนศักยภาพของจังหวัดชุมพรในฐานะแหล่งทรัพยากรอาหารคุณภาพของประเทศ ไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน

การส่งเสริมและพัฒนาสินค้า GI ไม่เพียงช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนในแต่ละจังหวัดเท่านั้น แต่ยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศ โดยเกษตรกรหรือชุมชนที่มีสินค้าที่มีอัตลักษณ์และเชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์ สามารถขอรับคำปรึกษาการขึ้นทะเบียน GI ได้ที่ศูนย์บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจร (IP One) กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1368

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569

Tags

Related Posts

แม้ชื่อจะชวนให้เข้าใจว่าเป็นพืชท้องถิ่นของญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้ว “แตงกวาญี่ปุ่น” มีถิ่นกำเนิดจากแถบเอเชียและแอฟริกา ก่อนที่ญี่ปุ่นจะนำมาพัฒนาสายพันธุ์จนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสที่กรอบ อร่อย ฉ่ำน้ำ และไร้รสขม จึงตอบโจทย์เมนูอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะสายสุขภาพ ซึ่งความนิยมนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศต้นทาง แต่ยังขยายอิทธิพลมาถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ปัจจุบันในไทยมีการส่งเสริมให้ปลูกแตงกวาญี่ปุ่นเป็นพืชเศรษฐกิจ แต่กลับพบปัญหาว่า ผลผลิตยังคงขาดตลาดและไม่เพียงพอต่อความต้องการ คำถามคือ เหตุผลที่ปลูกเท่าไหร่ก็ไม่พอขายนั้น มาจากยอดขายที่พุ่งสูงเพียงอย่างเดียว หรือมีข้อจำกัดเรื่องการดูแลและผลผลิตต่อไร่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตามไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย คุณแต๊ก-ศุภฤกษ์ บุญประสพ เกษตรกรผู้ปลูกแตงกวาญี่ปุ่น ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตัดสินใจทิ้งอาชีพเซลล์ในเมืองกรุง กลับบ้านเกิดมารับช่วงต่อทำสวนแก้วมังกรกับครอบครัว จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงเข้ามาส่งเสริมการปลูกองุ่น เขาจึงเข้าไปอบรมหาความรู้ พร้อมตรวจสอบจนแน่ใจว่าน่าเชื่อถือ ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการและรวมก

15 สิงหาคม 2569

“สับปะรดสวี” ผลไม้ขึ้นชื่อของอำเภอสวี จังหวัดชุมพร ได้รับการยกระดับคุณค่าอย่างเป็นทางการ หลังกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) รายการใหม่ของประเทศไทย นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดชุมพร ตอกย้ำชื่อเสียงสับปะรดสายพันธุ์ควีนจากพื้นที่ภาคใต้ ที่มีรสชาติหวานกรอบ เนื้อแห้งสีเหลืองเข้ม เส้นใยน้อย กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และเป็นของฝากยอดนิยมบนเส้นทางสู่ภาคใต้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชนมากกว่า 27 ล้านบาท/ปี สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความพิเศษ สะท้อนชื่อเสียง อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน ซึ่งเชื่อมโยงกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทั้งดิน น้ำ อากาศ และวิถีการผลิตเฉพาะถิ่น ส่งผลให้สินค้า GI มีความโดดเด่น แตกต่างจากสินค้าทั่วไป และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค การขึ้นทะเบียน GI ยังเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิต ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพตรงตามลักษณะเฉพาะที่กำหนด ส่งผลให้สามารถจำหน่ายได้ใ

15 สิงหาคม 2569

. “กระชายป่า” หรือ “กระชายดอย” ถือเป็นสมุนไพรพื้นถิ่นในตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสลับดอยที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ทำให้พืชสมุนไพรจากแหล่งนี้ มีคุณค่าทางยาสูง ดีต่อสุขภาพมากมาย ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านปางสีเสียด ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว ภายใต้การนำของ นายสหัส สุขบรรจง ประธานกลุ่มฯ ด้วยการนำ “กระชายดอย” พืชสมุนไพรในท้องถิ่นมา พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายรูปแบบภายใต้แบรนด์ “ บ้านปางเฮิร์บ” เพื่อให้รับประทานง่าย เหมาะสมกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันมากขึ้น กลายเป็นสินค้า OTOP ของดีเมืองน่านที่ได้คุณภาพมาตรฐานสากล สร้างอาชีพและสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยผลงานที่โดดเด่น จึงคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 วิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2569 เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยงานวิจัย คุณสหัส สุขบรรจง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว เล่าให้ฟังว่า  ทางกลุ่มฯ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนากระบวนการแ

14 สิงหาคม 2569

รายงานข่าว โดย คุณกาญจนา จินตกานนท์/ตราด เกษตรกรรุ่นใหม่ หัวใจรักการเกษตร มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักการบริหารจัดการ สามารถต่อยอดเป็นผู้ประกอบการและผู้นำการเกษตรได้ ตามโครงการ Young Smart Farmer (YSF) ของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประสบความสำเร็จในหลายๆ จังหวัด สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะของสังคม เศรษฐกิจ แม้กระทั่งยุคของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เกษตรกรรุ่นใหม่ ลูกหลานของเกษตรกรที่มีความรู้ ประสบการณ์ ได้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด นำความรู้อาชีพของรุ่นพ่อแม่มาประยุกต์เป็นอาชีพใหม่ สร้างงาน สร้างรายได้เพิ่มสูงขึ้น แตกต่างจากวิถีเดิมๆ คุณจุรียพร วงษ์แก้ว หรือ คุณตั๊ก เจ้าของ บริษัท ใบพลู เฮอร์เบิล จำกัด หนึ่งในผู้นำเกษตรกรกลุ่ม YSF ของอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี พัฒนาการปลูกพลูและต่อยอดเป็นผู้ประกอบการส่งออกตลาดไต้หวัน ได้เล่าถึงกระบวนการปลูก การผลิต และธุรกิจใบพลูส่งตลาดไต้หวัน ด้วยประสบการณ์ที่สร้างสมมา 7-8 ปี ปลูกพลูทางรอดใหม่ ปัญหาช้างป่าบุกรุก ราคายางตกต่ำ คุณจุรียพร วัย 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/1 หมู่ที่ 15 บ้านคลองใหม ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เ

13 สิงหาคม 2569

ต้นอ่อนทานตะวัน พืชจิ๋วประโยชน์แจ๋ว อุดมด้วยสารอาหารสูง มีวิตามิน A, B, C, E ไฟเบอร์ และต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา และลดคอเลสเตอรอล ถือเป็น Superfood สำหรับสายสุขภาพอย่างแท้จริง ที่สำคัญคือใช้เวลาเพาะเพียง 7 วัน ก็ตัดกินได้ทันที ต้นทุนต่ำ ใช้พื้นที่ไม่มาก เพาะมุมข้างบ้านก็ทำได้ ตอบโจทย์พนักงานประจำที่อยากหาอาชีพเสริม หรือคนพื้นที่น้อยที่มองหารายได้เพิ่ม นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างอาชีพที่น่าจับตามอง พี่นัน-นภัสวรรณ แสวงวุฒิพันธ์ เจ้าของ “ลุงนันกับป้านุ้ย ฟาร์มต้นอ่อนผักอร่อย” ซอยเคหะร่มเกล้า 29 แยก 5 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร อดีตพนักงานออฟฟิศที่ตัดสินใจลาออกจากงานเพราะถึงจุดอิ่มตัว หันมาเริ่มต้นอาชีพเกษตรอย่างเต็มตัว พี่นันเล่าว่า ตอนลาออกยังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรต่อ แต่ด้วยความชอบต้นไม้เป็นทุนเดิม ประกอบกับครอบครัวทำเกษตรมาก่อนจึงมีพื้นฐานติดตัว จุดเปลี่ยนสำคัญมาจากรายการทีวีที่เผยแพร่เรื่องราวเกษตรกรเพาะต้นอ่อนทานตะวันรายได้ 10 ล้าน โดยบอกว่า “7 วันก็รวยได้” ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากสำเร็จแบบนั้นบ้าง จึงตัดสินใจลงมือทำทันที จุดเริ่มต้นใช้พื้น

12 สิงหาคม 2569

มะแข่น หรือมะแขว่น ในบางท้องถิ่นก็เรียก พริกหอม หมากมาศ หมากแก่น มะแว่น ลูกระมาศ มะแขว่นจัดเป็นไม้ยืนต้นที่ชาวเหนือนิยมเอาผลและเมล็ดแห้งมาประกอบอาหาร รวมทั้งนำมาใช้เป็นสมุนไพร เนื่องจากผลแห้งมีกลิ่นหอมแรงและมีรสเผ็ดร้อน ทำให้ช่วยดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติของอาหารให้อร่อยมากขึ้น มะแขว่นเป็นไม้ที่พบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบมากในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนตอนใต้ พม่า และลาว ในประเทศไทยมีอยู่ทั่วไป ทั้งภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ ซึ่งชาวเหนือเป็นเครื่องเทศหลักในการประกอบอาหารและรับประทานเป็นเครื่องเคียงอาหารประเภทลาบ มะแขว่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ คุณสุพัฒธณกิจ โพธิ์สว่าง นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า พืชสกุลมะแขว่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ พบในพื้นที่ภาคเหนือ 9 ชนิด มีการนำมาบริโภค 3-4 ชนิด ได้แก่ มะแขว่น มะข่วง และมะก๊าด ส่วนมะแขว่นสายพันธุ์ไต้หวันยังไม่นิยมบริโภคมากนัก เนื่องจากมีกลิ่นและรสชาติแตกต่างจากมะแขว่นสายพันธุ์พื้นเมือง มะแขว่น ถือเป็นพืชเศรษฐกิจประจำภาคเหนือตอนบนของเมืองไทย นิยมนำมาประกอบอาหารประเภทน้

12 สิงหาคม 2569